สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้มส.ออกมติเข้ม กวดขันพระสังฆาธิการ-พระอุปัชฌาย์สอดส่องพระใต้ปกครอง-พระบวชใหม่แก้ปัญหาเสื่อม พลิกฟื้นคืนศรัทธา

0
19

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม  มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ตามวาระปรกติ นายสมเกียรติ ธงศรี รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมส.มีมติแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด  พระสังฆาธิการทุกระดับ และพระอุปัชฌาย์ทั่วประเทศ ให้เข้มงวดพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม รวมถึงเรื่องการคัดกรองผู้เข้ามาขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้มีผลโดยทันที โดยไม่ต้องรอรับรองผลการประชุม พร้อมกันนี้มส.ยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานในการร่างหลักเกณฑ์สำหรับการบวชพระใหม่ โดยจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำว่า จะต้องบวชกี่วัน รวมถึงการจัดทำหลักสูตรที่จะต้องให้พระบวชใหม่ได้ศึกษาระหว่างการบวช ซึ่งมส.ได้มอบหมายให้พระพรหมบัณฑิต  พระพรหมมุนี พระพรหมดิลก และพระพรหมโมลี ดำเนินการร่างหลักสูตรให้เสร็จภายใน 20 วันและนำเข้ารายงานมส.ต่อไป

นายสมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า การที่มส.มีมติดังกล่าว สืบเนื่องการประชุมมส.วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปรารภในที่ประชุมว่า สมควรที่กรรมการมส.กำหนดวิธีดำเนินการให้พระภิกษุ สามเณร ประพฤติปฏิบัติตนให้มั่นคงในพระธรรมวินัย สมฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ให้คณะสงฆ์เป็นที่นับถือศรัทธาต่อสังคมไทย โดยมส.ได้รับสนองพระปรารภดังกล่าวแล้ว โดยได้ออกเป็นมติ ดังนี้ 1.ให้พระสังฆาธิการทบทวนปฏิบัติตามกฎมส.ฉบับที่ 23 พ.ศ.2541 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ กฎมส.ฉบับที่ 24 พ.ศ.2541  การแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ และกฎมส. ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2536 ว่าด้วย การแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลแก้ไขความเสื่อมและพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของพระสงฆ์ให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า 2. ให้พระสังฆาธิการและพระอุปัชฌาย์ เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการปกครอง ควบคุมสอดส่องดูแล อบรมพระภิกษุสามเณรในปกครองให้ปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กฎมส. มติ ประกาศ คำสั่ง พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชอย่างเคร่งครัด และเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในการพิจารณาคัดครองผู้ขอเข้าบรรพชาอุปสมบท  3.ให้พระสังฆาธิการและพระอุปัชฌาย์ อบรมและกำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติตนของพระภิกษุสามเณรในปกครองให้ดำรงตนเป็นหลักที่พึ่งทางใจและทางสติปัญญาของประชาชน และให้ขวนขวายบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน 4.ให้เลขาธิการมส. แจ้งพระสังฆาธิการทุกระดับได้ทราบและถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากพระสังฆาธิการไม่ปฏิบัติตามให้เจ้าคณะผู้ครองพิจารณาโทษตามจริยาพระสังฆาธิการได้ทันที

“เหล่านี้เป็นกฎเกณฑ์ที่มส.กำหนดขึ้นมา โดยสาระคือ เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ให้เคร่งครัดและเข้มงวดการปกครองอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ดำเนินการก็จะเข้าสู่การพิจารณาโทษตามจริยาพระสังฆาธิการ” นายสมเกียรติ กล่าว