109 ปี ชาตกาลหลวงพ่อพูล

0
19

109 ปี ชาตกาลหลวงพ่อพูล

              

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา อาตมาได้นำคณะศิษยานุศิษย์ผู้มีจิตศรัทธา กระทำมงคลพิธีทำบุญบูชาบรมครู เนื่องในวาระ 109 ปี ชาตกาล พระเดชพระคุณพระมงคลสิทธิการ (พูล อตฺตรกฺโข) ณ ศาลาหลวงพ่อพูลซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นใหม่ในปีนี้ โดยมีพิธีทำบุญ พระสงฆ์ 109 รูปเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงกระทำพิธีบวงสรวงบูชาบรมครูทั้งหลาย อันมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลเป็นอาทิ ตามตำรับตำรามีมาแต่โบราณ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงพ่อพูล ผู้เป็นพระจริง พระแท้ ที่ยังคงอยู่ในใจของอาตมา และศิษยานุศิษย์ตลอดมา แม้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลจะได้ละสังขารไปเป็นเวลานานแล้ว

การทำบุญในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในการสมโภชศาลาหลวงพ่อพูล ซึ่งอาตมาได้ปรับปรุงซ่อมแซมจากศาลาเดิมที่เคยประดิษฐานสรีระสังขารของหลวงพ่อมาก่อนหน้านี้ ให้เป็นวิหารสีทองคำ ดูมลังเมลือง สง่างามสมแก่ฐานะของหลวงพ่อ ภายในมีประติมากรรมรูปหลวงพ่อพูลขนาดใหญ่ นั่งอยู่บนหลังของหนุมาน ซึ่งหลวงพ่อพูลนั้นมีความผูกพันต่อหนุมานอย่างมาก ด้วยหลวงพ่อพูลได้สร้างวัตถุมงคลหนุมานไว้หลายสิ่งด้วยกัน หนุมานนั้นเป็นบุตรแห่งเทพเจ้า คือ พระพาย และนางสวาหะ มีขนเป็นเพชร มีเขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน แคล่วคล่องว่องไว มีฤทธิ์เดชมาก เป็นทหารเอกแห่งองค์พระนารายณ์อวตาร คือ พระราม หนุมานได้ถวายงานรับใช้พระรามด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด บุกป่าฝ่าดงฝ่าภยันตรายทั้งหลายด้วยความกล้าหาญดังคำว่าหนุมานชาญสมร แม้ต้องถูกทรมาทรกรรมมากมายจากฝ่ายศัตรู ก็มีความมานะกระทำภารกิจให้สำเร็จ อีกทั้งยังมีความเฉลียวฉลาด พลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้อย่างหลักแหลม แม้เสร็จศึกกรุงลงกา และได้ราชสมบัติจากพระรามกึ่งหนึ่งแล้ว แต่หนุมานก็เห็นว่าตนนั้นมิสูงศักดิ์พอจะรับราชสมบัติเช่นนั้น จึงถวายคืน พระรามก็ประทานเมืองลพบุรีให้ปกครองแทน จึงจะเห็นได้ว่า หนุมานนั้นมีคุณธรรมประจำใจ ทั้งความขยันหมั่นเพียรในราชการ ความซื่อสัตย์ อดทน และรู้คุณคน มีความจงรักภักดี เหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษ เหตุนี้เองพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลจึงได้สร้างหนุมานไว้ วัตถุมงคลหนุมานของหลวงพ่อพูลนั้นก็สร้างอิทธิปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้บูชา โดยเฉพาะเรื่องความคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภ ซึ่งเป็นลักษณะของหนุมาน จึงทำให้กิตติศัพท์ของหลวงพ่อพูลขจรขจายไปกว้างไกลทั่วประเทศไทย ตลอดจนต่างประเทศ

ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายก็เปรียบได้กับหนุมานที่หลวงพ่อพูลได้สร้างขึ้น เป็นศิษย์ที่น้อมรับสิ่งดีงาม สิ่งอันเป็นมงคลจากอาจารย์มาโดยตลอด พร้อมที่จะออกไปทำประโยชน์ต่าง ๆ แก่ตนเอง และส่วนรวม ศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อพูลนี้มีอยู่ทั่วฟ้าเมืองไทย มีทุกชนชั้นวรรณะ ซึ่งหลวงพ่อพูลก็สงเคราะห์ศิษย์ของท่านไม่ว่าจะชนชั้นวรรณะใดอย่างเสมอกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจน กุฏิของหลวงพ่อก็คือที่พักใจของผู้คนทั้งหลายเสมอมา ดังนั้น หลวงพ่อพูลนั่งบนหลังหนุมาน ก็เหมือนกับการที่ศิษยานุศิษย์ได้ตอบแทนสนองคุณท่าน เชิดชูพระคุณท่านให้ขจรไกล สง่างาม แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม

และแม้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลจะละสังขารไปเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่คำสอนของท่านยังคงติดตรึงอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์ทุกคน ท่านเป็นคนพูดน้อย ถึงกับเรียกได้ว่า “ของจริงต้องนิ่งใบ้” เพราะท่านไม่พูดอะไรมากมาย แต่หากพูดก็จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” หรือคำสอนเรื่องวัตถุมงคลของท่านที่ว่า วัตถุมงคลที่สร้างเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มิใช่สร้างให้หลงใหล งมงาย อิทธิปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากจิตศรัทธาของผู้บูชา สะท้อนว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลนั้นมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงปรัชญาในการสร้างสรรค์วัตถุมงคล ซึ่งโบราณาจารย์ทั้งหลายได้ถ่ายทอดไว้ จนตกทอดมาถึงชั้นของอาตมาซึ่งเป็นศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล ท่านยังสอนคนด้วยการกระทำของท่านเอง อย่างเรื่องปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย หลวงพ่อท่านได้มาก็ไม่ได้เก็บไว้ใช้ แต่นำไปสร้างถาวรวัตถุของวัดบ้าง หรือบริจาคเป็นสาธารณกุศลบ้าง จนทำให้วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ มาแต่ก่อน กลายเป็นอารามใหญ่โต มีถาวรวัตถุที่เห็นแล้วเจริญตา แม้ในบั้นปลายชีวิตของท่าน ท่านก็ยังจะสร้างโครงการสุดท้าย คือ โครงการฌาปนสถานวัดไผ่ล้อม ที่รับจัดพิธีศพตั้งแต่การสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงการฌาปนกิจศพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต่อมาก็แล้วเสร็จตามความประสงค์ของหลวงพ่อ และได้สงเคราะห์ผู้คนมากมาย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์โควิด ซึ่งเมรุวัดไผ่ล้อมเป็นสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อ คือ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น นี่จึงเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของหลวงพ่อพูลที่ยังประโยชน์แก่มหาชนไปอีกนานเท่านาน

ในวันนี้ที่ศาลาหลวงพ่อพูลปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ งามดังวิมานเก็จแก้วเพริศแพร้วผ่องใส ดังจิตของหลวงพ่อพูลที่บริสุทธิ์สะอาด ปราศจากความหมองหม่นอันใด สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยจิตศรัทธาของมหาชนผู้เป็นศิษยานุศิษย์ทั่วทุกสารทิศ มิได้เรี่ยไรใด ๆ เลย

หยดน้ำนับร้อยนับพันเติมเต็มอ่างน้ำให้เต็มได้ฉันใด ศาลาหลวงพ่อพูลก็เจิดจรูญด้วยแรงศรัทธาของมหาชนฉันนั้น ดุจกองทัพมดที่รวมแรงรวมใจกันทำการใหญ่จนสำเร็จ ปัจจัยก้อนใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่ทุกก้อนสำคัญเสมอกัน เพราะทำให้งานใหญ่สำเร็จลงได้ ภาพที่เห็นอยู่ ณ ศาลาหลวงพ่อพูลนี้ จึงเป็นเกียรติของผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่หลอมรวมดวงใจ อันเต็มไปด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อาตมาจึงขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลนี้โดยทั่วกันทุกคนเทอญ ขอเจริญพร

หลวงพี่น้ำฝน : 16 พ.ย.2564