1 ต.ค. ก้าวสู่ปีที่ 58 กรมการพัฒนาชุมชน มุ่งมั่น “สร้างสรรค์ชุมชนเข้มแข็ง” ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

0
62

ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ คือแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจของเราชาว พช. (กรมการพัฒนาชุมชน) ที่ได้เห็นประชาชนในชนบทมีรอยยิ้ม มีความสุข จากการสร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกมิติ จนเกิดผลสำเร็จในชุมชนเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ทำให้ชุมชนมีความสุข

วันนี้ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการจัดงานวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2562 โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายชุมพร พลรักษ์ นายประภาศ บุญยินดี และนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหาร ข้าราชการและลูกจ้างกรมการพัฒนาชุมชน หน่วยงานภาคี พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องสัมมนา 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผยว่า ในวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน โดยตลอดระยะเวลา 57 ปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการบริหารงานและปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว เสริมสร้างกองทุนชุมชนให้มีธรรมภิบาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน ตลอดจนการสร้างและพัฒนาศักยภาพของผู้นำชุมชน ให้สามารถเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและให้ประชาชนมีความสุข

รัฐบาลมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน และกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเป็นคำขวัญที่สำคัญ และเข้าใจง่ายๆ คือ “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” ทั้งนี้ จากการทำงานหนักที่ผ่านมาตลอด 57 ปี กรมการพัฒนาชุมชนได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายภารกิจสำคัญอยู่เสมอเช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งกรมฯ ได้ศึกษาโดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ทำให้มีความง่าย ท้าทาย และเป็นไปได้ในการปฏิบัติ เพื่อให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องในงานพัฒนาชุมชน ใช้เป็นกรอบทิศทางในการปฏิบัติงานและตั้งเป้าหมาย โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชนว่า เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้ในปี 2565 โดยสามารถกำหนดขั้นตอนและรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม กล่าวคือ ขั้นตอนแรก เน้นเป้าหมายบุคคลและครัวเรือน โดยการสร้างสัมมาชีพในทุกพื้นที่ชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ลดการพึ่งพา ละความฟุ่มเฟือย ละเลิกอบายมุข เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ขั้นตอนที่สอง ส่งเสริมพี่น้องประชาชน ให้สามารถรวมกลุ่มในรูปแบบต่างๆ ของชุมชน เช่น สมาชิกโอทอป หมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี วิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอี หรือการรวมตัวในรูปแบบของสหกรณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดพลัง ในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเป็นธุรกิจของชุมชน ในลักษณะรวมซื้อรวมขาย ก่อให้เกิดกลไกของชุมชน ที่จะดูดซับมูลค่าทางเศรษฐกิจให้หมุนเวียน และกระจายรายได้กลับสู่ชุมชน  ขั้นตอนที่สาม มุ่งเน้นร่วมมือกันในรูปแบบเครือข่าย ในรูปแบบของวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งเป็นงานที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ริเริ่มไว้ในรูปแบบบริษัทประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ในทุกจังหวัดมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ เพื่อทำให้เกิดพลังเศรษฐกิจฐานรากที่เกิดการกระตุ้นให้มากขึ้น โดยการร่วมมือ ร่วมทุนและร่วมค้า กับผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ชุมชน โดยปรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อยกระดับให้เป็นรูปแบบของกิจการเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่อง

งานพัฒนาชุมชน ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นสำคัญ ต้องมุ่งเน้นให้ประชาชนเกิดความริเริ่มในกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง เพราะจะรู้ความต้องการของตนเอง ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาทุกขั้นตอน จึงจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ และประชาชนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบ จึงจะมีความสำนึกในความเป็นเจ้าของ เกิดความภาคภูมิใจในตนและชุมชน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า นักพัฒนาชุมชนทั้งหลาย ผู้นำกลุ่มองค์กร ผู้นำเครือข่าย ตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงาน ต้องทำงานร่วมกับประชาชนโดยใกล้ชิด มิใช่ทำงานให้กับประชาชนเท่านั้น

“เป็นวาระแรกที่กระผมรับพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้ทำงานกับภาคีเครือข่ายได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน  ประเทศชาติ เป็นสิ่งดี ๆ เหมือนชื่อกรม “กรมการพัฒนาชุมชน” กระผมขอแจ้งให้คนพัฒนาชุมชนทราบถึงในสิ่งที่กระผมประทับใจ คือ 1) เนื้องานพัฒนาชุมชน ที่ทำเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของประชาชน และ 2) คุณภาพความเป็นนักวิชาการ ของคนพัฒนาชุมชน กระผมมั่นใจว่าก้าวต่อไปของกรมการพัฒนาชุมชน กระผมพร้อมเป็นหนึ่งในทีมที่ทำเพื่อเป้าหมายร่วมกัน “Change for Good” ให้กับบ้านเมืองของเรา”  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว