“ในหลวง” พระราชทานนามพระประธานประจำพระอุโบสถวัดสระเกศฯ “พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี”

0
772

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พระปริยัติวรานุกูล (ปัญญา วีรเมธี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เลขานุการวัดสระเกศฯ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เนื่องในโอกาสที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดงาน  “ใต้ร่มพระบารมี 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นั้น ในช่วงการประชุมเตรียมการรับเสด็จฯ พระธรรมโพธิมงคล (สมควร ปิยสีโล) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้หารือสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทานนามพระประธานประจำพระอุโบสถวัดสระเกศฯ เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ โดยจะเรียกกันว่า “หลวงพ่อพระประธาน” เท่านั้น

พระปริยัติวรานุกูล กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ลงวันที่ 14 เม.ย. 2565 ระบุว่า ตามที่ลิขิตอ้างถึง วัดสระเกศ ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยนามพระประธานประจำพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางสมาธิ ลงรัก ปิดทอง ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสและยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน แต่ยังไม่มีนามอันเป็นมงคลปรากฏให้พุทธศาสนิกชนได้เอ่ยนามขององค์พระประธานอันเป็นการเจริญพุทธานุสสติ อีกทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นเกียรติประวัติแก่วัดสืบต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น ได้นำความกราบบังคลทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระประธานประจำพระอุโบสถดังกล่าวว่า “พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี”

สำหรับประวัติ พระประธานพระอุโบสถวัดสระเกศฯนี้ ทางเพจเฟสบุ๊ควัดสระเกศฯ ได้ลงข้อมูลไว้ว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว ทรงย้ายพระนครมาตั้งอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา โปรดเกล้าฯให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกต ขณะก่อสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่นั้น ได้ทรงปรารภถึงระฆังของวัดสะแก (ชื่อเดิมของวัดสระเกศฯ) ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ประกอบพิธีสรงมูรธาภิเษกว่า มีเสียงดังไพเราะมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายระฆังจากวัดสะแกไปแขวนไว้ที่หอระฆังวัดพระแก้ว และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างระฆังขึ้นแทน ระฆังที่โปรดให้สร้างขึ้นแทนยังอยู่บนหอระฆังวัดสระเกศฯจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองรอบวัดสะแก พระราชทานชื่อว่า “คลองมหานาค” และ “คลองโอ่งอ่าง” จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดสะแกไปพร้อมกัน ทั้งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถวัดสะแกขึ้นใหม่ เมื่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ปรากฏว่าฐานชุกชีสูงกว่าเดิมมาก ทำให้พระประธานองค์เดิมที่สร้างด้วยศิลาสลักปางสมาธินั้นดูเล็กไป ไม่สมกับขนาดของพระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระประธานองค์ใหม่ขึ้น โดยใช้ปูนปั้นพอกครอบองค์พระประธานองค์เดิม ให้คงเป็นปางสมาธิเช่นเดิม แล้วลงรักปิดทอง

พระอุโบสถวัดสระเกศ จึงเป็นพระอุโบสถที่มีพระประธานซ้อนกันอยู่สององค์ ด้วยไม่ได้มีการพระราชทานพระนามมาแต่เดิม พระประธานประจำพระอุโบสถวัดสระเกศฯ คนทั่วไปคงเรียกว่า “หลวงพ่อพระประธาน” สืบมา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เล่าว่า เคยทูลถามเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) ว่า ทำไมพระประธานวัดสระเกศ จึงไม่มีพระนาม เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ตรัสว่า คงเห็นว่า พระประธานพระอุโบสถวัดสระเกศฯ เป็นพระประธานที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างด้วยพระองค์เอง และไม่ได้ถวายพระนามเอาไว้ จึงไม่มีใดผู้ถวายพระนาม คงเรียกกัน สืบมาว่า “หลวงพ่อพระประธาน” ส่วนเศวตรฉัตรพระประธานประจำพระอุโบสถวัดสระเกศฯนั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) บอกว่า ได้ยินจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) ทรงเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงรับสั่งให้สร้างถวาย

*****************************************************************