ใครโกหก เหยื่อสถานการณ์วัดพระธรรมกายรายที่ 2 เฟสบุ๊คพระสนิทวงศ์ชี้เหตุสิ้นลมเพราะติดด่านทหารกว่า 1 ชม. ด้านโฆษกรัฐบาลโต้ เสียชีวิตก่อนแจ้งจนท. 5 ชม.

0
1048

สำนักข่าว Thai R News / เมื่อวันที่ 1 มีนาคม เวลา 14.35 น. เพจไลน์กลุ่ม News วัดพระธรรมกาย โดยผู้ใช้นามแฝง I’m Toh ได้เขียนโพสต์ข้อความ ศพที่ 2 ของ ม.44 ได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยหืดหอบขอยาพ่น ตอน 11.29 น. ปกติ อสม.เดินทางจากจุดปฐมพยาบาลบุญรักษา ถึงที่พักผู้เสียชีวิตด้านหลังวัด ใช้เวลา 10 นาที แต่ติดด่านทหารด้านหลังวัด ต้องย้อนกลับมาทำเรื่องที่ประตู 7 และนำรถหน่วยกู้ชีพ (169) เข้าไปถึงผู้ป่วย พบเสียชีวิตแล้วในเวลา 12.35 น. ต้องเสียเวลาติดต่อและเดินทางผ่านด่านเจ้าหน้าที่ไปหาผู้ป่วย 1 ชั่วโมง 15 นาที // ใครรับผิดชอบ

จากนั้นในเวลา 14.38 น. ผู้โพสต์รายเดิมเขียนโพสต์ต่ออีกว่า ข้อมูลเพิ่มผู้เสียชีวิต เวลา 11.29 น. ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยโรคหอบหืด ต้องการยาพ่น ซึ่งพักอยู่ที่หลังวัด ( 58 ไร่) ซึ่งปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอล 10 นาที แต่ทางหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ติดด่านตำรวจทหาร เพราะตัดสินใจไม่ได้ ต้องถามสอบเจ้าหน้าที่ DSI เท่านั้น หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น อาสามสมัครรัตนเวช แจ้งว่า ต้องเสียเวลาย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที (ชื่อผู้เสียชีวิต น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ภูมิลำเนาจังหวัดพะเยา)

ทันทีที่สื่อมวลชนที่เกาะติดข่าววัดพระธรรมกายทราบเหตุ ได้เรียกร้องขอทราบรายละเอียดและขอให้ทางวัดแถลงข่าว แต่กลับไม่มีผู้ใดออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงตามคำเรียกร้องของสื่อมวลชนแต่ประการใด นอกจากจะมีการโพสต์หน้าเพจเฟสบุ๊กของพระสนิทวงศ์ (Phra Sanitwong) ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับผู้โพสต์ในนามแฝง I’m Toh ระบุที่มา สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ได้สร้างความสับสนแก่คณะสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวเป็นอย่างมาก

ด้านพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสข่าวกรณีผู้ป่วยโรคหอบหืด เพศหญิงอายุ 48 ปี ที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย ไม่สามารถเดินทางออกไปรับการรักษาได้ เนื่องจากติดด่านตรวจตำรวจทหารตามมาตรา 44 จนกระทั่งเสียชีวิต ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะผู้ตายได้เสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชม. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับการประสานจากญาติ เพื่อขอรถพยาบาลนำตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล

“เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพระมหานพพร ประสานขอรถพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วย เมื่อเวลา 13.31 น. เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ได้รับการติดต่อจากญาติในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอร่วมกับพระมหานพพร พระสงฆ์อีก 1 รูป และญาติ เดินทางไปยังที่พักคนงาน ซึ่งอยู่ในบริเวณโซนดีของวัด ได้พบพนักงานสอบสวนและแพทย์ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งกำลังชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ดังนั้น ข่าวที่มีการเผยแพร่และส่งต่อกันนั้นจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากที่ คสช.ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายก็มักจะมีข่าวบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ข่าวสมาชิก สนช.และนายกรัฐมนตรีเป็นมุสลิมจึงต้องการทำลายพระพุทธศาสนา รวมถึงข่าวล่าสุดดังกล่าวด้วย

“จึงอยากวิงวอนให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณแยกแยะ ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องไม่จริง อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน โดยต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวให้ถูกต้องชัดเจน พร้อมทั้งขอให้ผู้ไม่หวังดี หยุดพฤติกรรมมุ่งร้าย สร้างความสับสน หรือเป็นชนวนของความแตกแยกในบ้านเมือง” พลโท สรรเสริญ กล่าว