โผล่เพิ่มอีก 1 วัด เชื่อมโยง “เจ้าคุณแจ๊ค” อมเงินทุจริตเงินทอนวัด เตรียมสอบเพิ่มผู้ใหญ่บ้าน จ่อขยายผลถึงพระผู้ใหญ่

0
250

จากกรณีตำรวจตำรวจ บก. ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆในสังกัด บช.ก. และ ป.ป.ช. เปิดปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี” สางต่อคดี ทุจริตเงินทอนวัดเฟส 4 ลุยค้น จ.นครนายก จ.นนทบุรี และ กทม. บุกรวบพระสิทธิวรนายก หรือ “เจ้าคุณแจ็ค” เจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน และ รองเจ้าคณะจังหวัดนครนายก คากุฏิ เจอทั้งเหล้า ถุงยาง และปืนบีบีกัน หลังสืบสวนพบร่วมกับ “นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์” อายุ 64 ปี อดีต ผอ.พศ. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.15 /65 ลงวันที่ 15 ก.พ. 2565 ข้อหา “สมคบและร่วมกันฟอกเงิน” และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทุจริตเงินทอนวัดครั้งแรกที่ยังหลบหนี อมเงินบูรณะซ่อมแซม 12 วัดใน จ.นครนายก ไป 110 ล้านบาท จากวัดต่างๆ มาเก็บไว้ แล้วเล่นแร่แปรธาตุเอาไปซื้อที่ดินในชื่อเมีย-ลูกอดีต ผอ.พศ. กว่า 21 ล้านบาท จึงมีการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มบุคคลใกล้ชิดพระสิทธิวรนายก และ นายนพรัตน์ เพื่อติดตามเงินส่วนที่หายไปอีกกว่า 90 ล้านบาท พร้อมกับเตรียมเชิญตัว 11 เจ้าอาวาสวัดต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครนายก มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกรอบ เพื่อสอบข้อเท็จจริงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวด้วยหรือไม่ ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวว่า กรณีกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะทำการเชิญเจ้าหน้าที่ขุดจับกุมเข้าชี้แจงถึงที่ไปที่มาของปฏิบัติการดังกล่าว ก็พร้อมให้ความร่วมมือและพร้อมจะเข้าไปชี้แจงรายละเอียดทุกขั้นตอน เพราะทุกสิ่งอย่างที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ ขั้นตอนกฎหมาย และ ทั้งหมดทั้งมวลก็ทำเพื่อพระพุทธศาสนา

พ.ต.อ.พิทักษ์ วาฤทธิ์ผกก.2 บก.ปปป. กล่าวว่า เตรียมออกหมายเรียกให้ พระสิทธิวรนายก เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. อีกครั้ง ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 2 คดี เมื่อรวมกับคดีแรกที่แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา เท่ากับว่าพระสิทธิวรนายก จะต้องถูกดำเนินคดีจากทุจริตเงินทอนวัดรวม 3 คดี เพราะต่างกรรมต่างวาระ นอกจากนี้อายมีการเชิญพยานบุคคลมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกในบางประเด็น เพื่อขยายผลติดตามหาเงินส่วนที่หายไปอีกกว่า 90 ล้านบาทกลับคืนมา

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบุคคลที่ทางพนักงานสอบสวนเตรียมจะออกหมายเรียกเชิญตัวมาให้ปากคำนั้น เบื้องต้นประกอบด้วย เจ้าอาวาสวัดต่างๆในพื้นที่ จ.นครนายก จำนวน 11 รูป เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จึงจะมีการออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังได้เตรียมออกหมายเรียกเชิญตัวผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รายหนึ่งพร้อมกับกลุ่มลูกศิษย์ของพระสิทธิวรนายก มาให้ปากคำ หลังพบหลักฐานความเชื่อมโยงที่ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นตัวการสำคัญหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเทเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตของ พระสิทธิวรนายก และ นายนพรัตน์ นอกจากนี้ทางชุดคลี่คลายคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลตรวจสอบให้แน่ขัดว่า นอกจากพระสิทธิวรนายก แล้ว ยังมีพระระดับผู้ใหญ่ในพื้นที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการทุจริตเงินทอนวัดในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า อย่างไรก็ตามหลังกรณี พระสิทธิวรนายก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. จับกุมจากกรณีทุจริตอมเงินบูรณะซ่อมแซม 12 วัดในพื้นที่ จ.นครนายก จนกลายเป็นข่าวตามสื่อต่างๆแล้วนั้น ก็ได้มีตัวแทนของวัดหลายแห่งจากหลายพื้นที่ ที่เคยทำธุรกรรมข้องเกี่ยวกับ พระสิทธิวรนายก นอกเหนือจาก 12 วัด ในพื้นที่ จ.นครนายก ติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เพิ่มเติม เพื่อแสดงตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งในจำนวนนี้มีวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สิรินทร์ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก โดยตัวแทนจากวัดดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 55 พระสิทธิวรนายก ได้ประสานเรื่องงบบูรณะซ่อมแซมมาให้กับทางวัด จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ประมาณ เดือนมี.ค. จำนวน 2 ล้านบาท และ ครั้งที่สอง เดือน ธ.ค. โดยครั้งแรกเมื่อได้งบมาแล้วพระสิทธิวรนายก ก็ได้ให้เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวถอนเงินสดทั้งหมดออกมาให้ ก่อนจะถอนเงินกลับคืนให้วัดไปจำนวน 9 แสนบาท ส่วนครั้งที่สอง ได้งบประมาณ 2 ล้านบาท ก็ให้เจ้าอาวาสถอนเงินทั้งหมดมามอบให้ที่วัดเขาทุเรียน แต่ครั้งนี้ทางพระสิทธิวรนายก กลับเอาทั้งหมด ไม่ได้ถอนเงินคืนกลับไปให้ ซึ่งหลังจากนี้ทางชุดคลี่คลายคดีกังกล่าวอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

*****************************************************************