แนะวัดประสบภัยจากพายุซินลากู ทำเรื่องของบฯช่วยเหลือ “กองทุนวัดช่วยวัด”

0
127

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะโฆษกพศ. กล่าวว่า จากสถานการณ์พายุดีเปรสชันซินลากู เคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เบื้องต้นพศ.ได้มอบหมายสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ในพื้นที่ ประสานเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในระดับต่างๆ และประสานงานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินการสำรวจวัดที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหาย โดยรายงานให้นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ.ทราบ พร้อมทั้งประมาณการความเสียหายหรือผลกระทบที่ได้รับเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเงินกองทุนวัดช่วยวัด

ขณะเดียวกันพศ. และมหาเถรสมาคม(มส.) โดยฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยการลงพื้นที่มอบสิ่งของแก่พระสงฆ์และชาวบ้านผู้ประสบภัยแล้ว และเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ ผอ.พศ. ได้กำชับให้พศจ.ประสานกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ เร่งสำรวจวัดที่ได้รับความเสียหายเพื่อสรุปรวบรวมข้อมูลจัดทำแผนให้การช่วยเหลือ เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์แก่วัดที่ได้รับความเสียหายต่อไป

ด้านพระเทพเวที (พล อาภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ในฐานะคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา(คปพ.) กล่าวว่า  ผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงกองทุนวัดช่วยวัด คือ 1.พระภิกษุ 2.สามเณร 3.คฤหัสถ์ที่อยู่ในวัด เช่น เด็กวัด คนขับรถพระ ที่มีทะเบียนอยู่ในวัด เป็นต้น โดยวิธีขอรับความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย 1.ยื่นแบบฟอร์ม 2.แนบภาพถ่าย สิ่งของ สถานที่ที่เสียหาย 3.เสนอเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับถึงเจ้าคณะภาค 4.เจ้าคณะภาคนำเสนอคณะกรรมการกองทุนวัดช่วยวัด

หากเป็นกรณีฉุกเฉินให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้เสนอเจ้าคณะจังหวัดหรือเจ้าคณะภาค แล้วแต่กรณี เพื่อทดรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อนในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท หรือ 2.อาจรีบนำเสนอประธานกรรมการกองทุน หรือรองประธานกองทุน พิจารณาทดรองจ่ายไปก่อน ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ขอย้ำว่าเมื่อประสบภัย ให้ร้องขอหรือเสนอความเสียหายให้ทราบ หากไม่ร้องขอ หรือไม่เสนอ อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือ