แถลงการณ์ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ต่อสถานการณ์ Covid-19 และการควบคุมพื้นที่ในกทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล

0
74

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ในประเทศไทย เป็นการแพร่ระบาดไปทั่วทุกภูมิภาคแทบทุกจังหวัด ไม่จำกัดอยู่เพียงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง  ที่น่ากังวลยิ่งคือมีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศที่ไม่สามารถระบุต้นตอที่มาของการติดเชื้อได้  ประกอบกับมีบางประเทศซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านไม่มีระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งเพียงพอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ไม่ได้มารักษาตั้งแต่ต้นในทันที มีการใช้ชีวิตอย่างปกติ  ไม่ได้ป้องกันการแพร่เชื้อที่เหมาะสม  รวมถึงล่าสุดในวันนี้กรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวฉบับที่สอง ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง “สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว” (ฉบับที่2) ในวันนี้ให้ปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 ถึงวันที่12 เมษายน 2563 อาทิ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เว้นแต่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยาหรือสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จําเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร พื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารในร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ  ตลอดจนในสมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ที่ออกประกาศเช่นเดียวกัน

ขบวนการสร้างเสริมสุขาภาพประชาชน  มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอดังนี้

  1. ขอสนับสนุนมาตรการจำกัดการเข้าออกในแต่ละจังหวัด และขอให้ประกาศภาวะฉุกเฉินระยะสั้น เป็นเวลา 3 สัปดาห์เพื่อหยุดการแพร่กระจายของโรค และดำเนินการป้องกันแก้ไขอย่างเต็มระบบ โดยประกาศรับรองให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อCovid-19เข้าสู่ระยะที่ 3  รวมถึงใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย พ.ศ.2550 ให้จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติเสริมความคล่องตัวการทำงานในจังหวัด

2.จากการปิดสถานที่ที่เกิดขึ้น  ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด 19 กลุ่มแรงงานในระบบ รัฐบาลควรให้เงินสมทบเมื่อว่างงาน โดยจ่ายให้ร้อยละ 80 (จากที่กำหนดไว้เดิมแค่ร้อยละ 50) เป็นระยะเวลา 60 วัน และแรงงานนอกระบบให้หามาตรการช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 80 ของค่าแรงขั้นต่ำ เป็นเวลา60 วันเช่นเดียวกัน

3.ขอให้รัฐบาล จัดหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ แจกฟรีให้กับประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  มาตรา 47 “….บุคคลย่อมมีสิทธิ ได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”  และขอเรียกร้องให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เช่น สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกแห่งจัดหาเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แจกให้ประชาชนฟรีในทุกๆ สถานี

4.ขอเรียกร้องต่อผู้บริหารร้านสะดวกซื้อทุกแบรนด์  ได้จัดให้มีจุดล้างมือ  สบู่ น้ำ (แบบไม่สัมผัส) หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า 100%  รวมถึงกำหนดให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อสวมหน้ากากอนามัย  และลดการสัมผัสในทุกกรณี เช่น ปุ่มกด All  member

5.ขอให้กรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัด ดำเนินการจัดระเบียบร้านค้า แผงขายอาหารในตลาดสด ตลาดนัด  (แหล่งอาหารการกิน) ให้สอดรับกับมาตรการควบคุมสถานการณ์ เช่นจัดให้มีระยะห่างระหว่างแผงค้า ให้ใส่หน้ากากอนามัยทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ กำหนดจุดล้างมือไร้สัมผัส  หรือติดตั้งอ่างล้างมือด้วยสบู่ (ใช้เท้าเปิดปิดน้ำ)  การสแกนตรวจวัดไข้ และมีการประชาสัมพันธ์วิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง  เป็นต้น ตลอดจนจัดการระบบป้องกันและกลไกสนับสนุนอื่นๆให้ร้านสะดวกซื้อรายย่อยในชุมชนให้ยืนหยัดอยู่ได้  เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารได้อย่างเพียงพอ

6.ขอวิงวอนต่อพี่น้องประชาชน ลดการเคลื่อนที่เดินทางออกต่างจังหวัด เพื่อระงับการแพร่กระจายของเชื้อCovid-19 ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยยึดหลัก “เดินทางน้อยเสี่ยงน้อย” “กลับต่างจังหวัด=นำความเสี่ยงไปด้วย”

7.ขอให้ภาครัฐสนับสนุนกิจกรรรมและโครงการที่เพิ่มการสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบท เช่น การปลูกผักในเมือง และการเกษตรแบบผสมผสาน เป็นต้น

ด้วยจิตคารวะ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.)

นายคำรณ  ชูเดชา ผู้ประสานงาน ขสช.  081-750-5509