แจ้ง 3 ข้อหา “ลุงเสนาะ” ไวยาวัจกรวัดห้วยด้วน ยักยอกเงินวัด เบื้องต้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาปัดให้การชั้นสอบสวน

0
197

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 เม.ย.65 ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) นายเสนาะ ทองปรอน อายุ 65 ปี ไวยาวัจกรวัดธารทหาร หรือวัดห้วยด้วน จ.นครสวรรค์ พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พงศ์ปณต บัวแก้ว รอง ผกก.4 บก.ปปป. เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง, ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172  เป็นเจ้าพนักงานของรัฐใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ” จากกรณีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตยักยอกเงินของวัดธารทหาร หรือวัดห้วยด้วน มาเป็นของตัวเอง

สำหรับการเชิญตัว นายเสนาะ มาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มลูกศิษย์ของพระราชมงคลวัชราจารย์(พัฒน์ ปญฺญกาโม) หรือ หลวงพ่อพัฒน์ ปญฺญกาโม เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน เข้าร้องทุกข์กับทาง บก.ปปป. ให้ช่วยตรวจสอบ กลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน และคนใกล้ชิด ที่มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด หลังพบมีพฤติการณ์ต้องสงสัยทุจริตยักยอกเงินของวัดห้วยด้วน และมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการกิจนิมนต์ และการดูแลสุขภาพของหลวงพ่อพัฒน์ฯ ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี พร้อมขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้

จนกระทั่งมีการตรวจสอบพบว่า ในช่วงระหว่างปี 2563-2564 มีประชาชนผู้ใจบุญมีจิตศรัทธานำเงินมาทำบุญมอบให้วัดเป็นเงินรวมกว่า 200 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีบางส่วนประมาณ 30-40 ล้านบาท ที่วัดได้นำไปใช้ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม หรือสร้างโรงเรียนให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่วนที่เหลือไม่ทราบว่าถูกนำไปใช้ทำอะไร หรือนำไปเก็บไว้ที่ใด เจ้าหน้าที่จึงไล่แกะรอยเส้นทางการเงิน กลุ่มไวยาวัจกรและคนใกล้ชิดหลวงพ่อพัฒน์  คือ นายเสนาะ ผู้ต้องหารายนี้ นางชัญญา เพชรสายบัว อายุ 57 ปี และนางบุญเชิด สุขจิตร อายุ 58 ปี อย่างละเอียด ก่อนพบหลักฐานที่แน่ชัดแล้วว่าทั้ง 3 ราย มีการนําเงินของวัดไปเข้าบัญชีในชื่อตนเอง รวมเป็นเงิน 63,034,470 บาท จึงได้อายัดเงินดังกล่าวนำกลับมาส่งมอบคืนให้กับ หลวงพ่อพัฒน์ ก่อนเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 คนมาสอบปากคำพร้อมเร่งติดตามเงินส่วนที่เหลืออีกหลายสิบล้านบาทนำกลับมาคืนวัด ก่อนจะมีการสรุปสํานวนการสอบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาจนมีความเห็นให้ส่งคดีดังกล่าวกลับมาให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายรวมถึงนำกำลังเข้าตรวจค้นเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา  เพื่อสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมรวมถึงตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 3 ราย มาตรวจสอบที่ไปที่มาให้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากเงินวัดส่วนที่หายไปหรือไม่ จนนำมาสู่การเชิญตัว นายเสนาะ มาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้

เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายเสนาะ ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับขอให้การในขั้นศาลเพียงเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบ ก่อนอนุญาตให้ได้รับปล่อยตัวชั่วคราว โดยจะนัดหมายให้มาเข้าพบอีกครั้งในภายหลัง