“เลิกหวยชีวิตเปลี่ยน” เปิดประสบการณ์จริง 50 ชุมชน 9 จังหวัดนำร่อง เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม

0
200

เลิกหวยชีวิตเปลี่ยน “มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน” เปิดประสบการณ์จริง 50 ชุมชน 9 จังหวัด นำร่อง เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม นำชุมชนหลุดวิกฤตบริวารหวย สร้างปรากฏการณ์ระเบิดจากข้างใน เปลี่ยนพลังชุมชนจากฐานราก เกิดจิตอาสา สร้างภูมิคุ้มกันคอหวยอย่างรู้เท่าทัน ขณะที่ชาวบ้านวอนรัฐคุมหวยอย่าปล่อยเสรี ต้องล้อมคอกจำกัดให้แคบลง  ด้าน “ดร.เจิมศักดิ์” ยกคนไทยอยู่ในวังวน “พจมาน สว่างวงศ์” อยากรวยโดยไม่ต้องออกแรง หนุนตัดวงจรคนกลางทิ้ง ให้ผู้ซื้อซื้อผ่านแอพพลิเคชั่น สกัดเยาวชนหน้าใหม่หลวมตัวเป็นทาสหวย  

วันนี้ (8 ต.ค.62) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “หวย ห่วย ฮ่วย” เพราะหวยมีเรื่องให้คุยมากกว่าได้หรือโดน ภายในงานมีการมอบเกียรติบัตรให้กับคนสู้หวย จาก 9 จังหวัด 50 ชุมชน ที่ถือเป็นต้นแบบนำร่องการเปลี่ยนแปลง

นายธนากร คมกฤส  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า เวทีครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวคิดและบทเรียนการทำงานของภาคประชาสังคมเพื่อลดปัญหาการพนันในชุมชน โดยเลือกหวยเป็นประเด็น เพราะต้องยอมรับว่าหวยเป็นการพนันอันดับหนึ่ง ทั้งหวยรัฐหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวยใต้ดิน หวยเล็กหวยน้อยอีกสารพัดที่รวมกันเรียกว่า หวยบริวาร ส่งผลให้คนไทยกว่า 20 ล้านคน เสียเงินไปกับการเล่นหวยถึงปีละ 250,000 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเล่นหวยของคนไทย จากการเล่นแบบหวังรวยเปรี้ยงเปลี่ยนชีวิต เป็นเล่นเพื่อลุ้นๆ ขำๆ สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็จะไม่นำไปสู่การเล่นพนันจนเป็นปัญหาตามมา

“บทเรียนทั้งหมดได้มาจากประสบการณ์จริงของประชาชนจาก50ชุมชนใน 9จังหวัด ที่ร่วมโครงการ ได้แก่ เลย อุบลฯ น่าน สระบุรี สุรินทร์ พะเยา ลำปาง กาฬสินธุ์ พัทลุง ซึ่งค้นพบว่า สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกระบวนการเสริมพลังแก่ชุมชน หนุนเสริมกลุ่มจิตอาสาผู้นำชุมชน สร้างกิจกรรมเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมของประชาชน นำมาสู่ ปรากฏการณ์ที่เรียกกว่า การระเบิดจากข้างในที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้  และแม้ประชาชนไม่สามารถต่อต้านไม่ให้มีสลากหรือหวยใต้ดินได้ แต่เราสามารถสร้างภูมิความรู้ให้คนสามารถอยู่ร่วมกับหวยได้อย่างมีภิคุ้นกัน” นายธนากร กล่าว

ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์  ปิ่นทอง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส  กล่าวว่า รัฐบาลขายสลากฯได้ง่ายทุกงวด ได้หลายพันล้านโดยที่ไม่ต้องทำอะไร เป็นเหมือนยาเสพติด ที่รัฐพยายามจะเพิ่มหวยโดยการหาวิธีอธิบายเหตุผลในหลักเศรษฐศาสตร์แต่แท้จริงมันคือความโลภของรัฐ และที่สำคัญหวยไม่ได้ทำให้จีดีพีเพิ่ม แต่รัฐกลับระบุว่าหวยเป็นรายได้ประชาชาติ อ้างเป็นความบันเทิงซึ่งมันเป็นวิธีคิดของพวกนักวิชาการบางส่วน

“ทั้งนี้เมื่อเราเจาะลึกพฤติกรรมคนซื้อ ประชาชนรู้ทั้งรู้ แต่เผื่อฟลุ๊ค  รู้ว่าขาดทุนแต่มีความคิดว่าได้ลุ้น 80 บาทได้ 6 ล้าน มองโลกแห่งความฝัน พรุ่งนี้รวย คนขายจึงจับพฤติกรรมได้ ขณะเดียวกัน สังคมไทยสอดคล้องกับระบบอุปถัมภ์ เหมือนละครเรื่องพจมานสว่างวงศ์ สะท้อนสังคมไทยอยากรวยแต่ไม่ต้องออกแรง เห็นเจ้านายรวยก็อยากเป็นเจ้านาย จึงคิดว่าหวยเป็นหนทางหนึ่ง เผื่อฟลุ๊ค ซึ่งเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้ก็ต้องเข้าใจพฤติกรรม คนออกหวยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กองสลาก เขาจับพฤติกรรมตรงนี้ได้ เลยหาประโยชน์จากคนซื้อ หากอยากจะหยุดหวยก็ต้องเข้าใจพฤติกรรมคนซื้อ จะได้สู้กับคนขายหวย คือรัฐ ซึ่งผูกขาดอยู่ตอนนี้ได้” ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์ กล่าว

ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์  กล่าวต่อว่า คนกลางหรือว่าคนขาย หรือพวกเดินเลขขาย ก็ถือเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้คนอยากซื้อ ถือเป็นการตลาดอย่างเยี่ยมยอด กระตุ้นให้คนหน้าใหม่อยากซื้อด้วย ตนเองเคยเสนอตัดคนกลางทิ้ง ให้คนซื้อได้ซื้อโดยตรง ผ่านแอพพลิเคชั่น เลือกเลขได้จากแอพ กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ซึ่งทำให้สกัดเยาวชนหน้าใหม่ได้ ทั้งนี้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมีบิ๊กดาต้า ที่มีข้อมูลซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรม ซึ่งตรงนี้จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมได้

ด้านนางสาวอุไร  โสรเนตร ผู้ประสานงานสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดสุรินทร์ ตัวแทนเครือข่ายชุมชน 9 จังหวัด กล่าวว่า หวยใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของครอบครัวในชุมชนอย่างมาก ตั้งแต่เด็กเกิดมาก็รู้จักหวย เพราะผู้ใหญ่ชอบให้เด็กใบ้หวย ซื้อหวยให้เด็กเห็น จนเด็กสับสนว่าหวยเป็นการพนันหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นหวยหาซื้อได้ง่ายในชุมชน บางคนก็ซื้อแค่พอได้ลุ้น ซื้อแบบขำๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่หลายคน หลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ซื้อด้วยความหวังอยากจะรวยทางลัด หวังอยากจะหมดหนี้ ยิ่งหวังมากยิ่งทุ่มทุนซื้อมาก งวดนี้ไม่ถูก งวดหน้าเอาใหม่ งวดนี้ไม่พอจ่าย เซ็นเพิ่มเผื่องวดหน้าถูก มีหนี้สินสะสม เดือดร้อน ถึงขั้นต้องหนีหนี้

นางสาวอุไร  กล่าวอีกว่า สำหรับตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการเอาชนะหวยได้ พบว่า สถาบันครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการโครงการ “9 ต่อไปสู่ชีวิตพอเพียง” ในพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ เทนมีย์ โคกยาง กุดหวาย เมืองแก และบัวโคก  ทำงานผ่านสถาบันครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสุรินทร์และแกนนำชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำกิจกรรมเข้าสู่ชุมชน สำรวจสถานการณ์การเล่นพนัน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้  พูดคุยถึงสถานการณ์ ผลกระทบ ชวนเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม ทำบัญชีครัวเรือน เพื่อนำไปสู่ความพอเพียง โดยใช้หลักสูตร “ล็อตเตอรี่ศึกษา” บริหารการเงิน  ส่งเสริมการออม ทำแผนที่ชุมชน ใช้สื่อรณรงค์ทั้งสื่อของโครงการ สื่อบุคคล หอกระจายข่าว วิทยุชุมชนและสื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออนไลน์ เพื่อให้คนในชุมชนได้รับรู้ นำไปสู่การคิด วิเคราะห์  โดยคณะทำงานจะคอยติดตามให้คำปรึกษา ให้กำลังใจและยกย่องเชิดชูบุคคลที่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และที่สำคัญคือนำเนื้อหาเรื่องการเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม และครอบครัวพอเพียง ไปบูรณาการกับงานอื่นๆ ในชุมชนทุกกิจกรรม ทำให้เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นถูกแพร่หลายออกไปสู่สังคมในวงกว้าง เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนทั้งในระดับที่ลด ละ เลิกการเล่นหวย หันมาออมเงินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งหยอดกระปุกออมสิน นำเงินจากกระปุกออมสินไปฝากกับกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนทุกเดือน ออมในรูปของสิ่งของ  ลดหนี้สิน บางคนก็ปลดหนี้ได้ ส่งผลให้ครอบครัวมีความสุข ไม่เครียด สายสัมพันธ์ดีขึ้น มีเวลาดูแลใส่ใจครอบครัวมากขึ้น เป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนในชุมชน และเผื่อแผ่ความสุขให้คนอื่นๆ ผันตัวเป็นจิตอาสาทำงานเพื่อสังคม

“หวย เป็นการพนันที่ทุกคนมองข้าม แต่กลับเป็นการพนันที่สร้างผลกระทบต่อครอบครัวในชุมชนอย่างมากมาย ถึงขั้นครอบครัวต้องล่มสลาย อยากให้สังคมและรัฐบาลควบคุมหวยให้อยู่เป็นที่เป็นทาง จำกัดวงหวยให้แคบลงให้สังคมและสื่อกระแสหลักช่วยรณรงค์ถึงโทษของหวยให้คนได้ฉุกคิดก่อนตัดสินใจซื้อหวย” นางสาวอุไร กล่าว

ขณะที่ นางสะอาด  ศรีนาค  ชาวจังหวัดเลย ผู้ที่เคยเล่นหวยจนชีวิตเกือบพัง กระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ กล่าวว่า เห็นเพื่อนเล่นหวยแล้วได้เงิน คิดว่าตัวเองจะได้เหมือนเพื่อน สมัยนั้นเล่นหวยหนักมากเงินเดือนเดือนละ10,000 แต่เล่นงวดละ10,000-15,000 บาท จนมีหนี้สินกว่า 3 แสนบาท  ช่วงนั้นทะเลาะมีปากเสียงกับสามีบ่อยมาก และลูกก็ร้องให้เสียใจทุกครั้ง เพราะเขาไม่พอใจที่เราเอาเงินไปเล่นหวย ครอบครัวต้องลำบากแยกย้ายออกไปหางานต่างจังหวัด สามีต้องหนีไปกรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ

“นานกว่า 3 ปี ถึงจะเข้าใจและกลับมาเป็นครอบครัวได้ สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ คือ เห็นผลกระทบและเห็นครอบครัวแตกแยก ไม่มีเงินเก็บ มีหนี้สินจำนวนมาก จากนั้นได้เข้ารับการอบรมจากโครงการ 9 ต่อไปสู่ชีวิตพอเพียง ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รู้จักการทำบัญชีครัวเรือน และการออมเงินเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม จากนั้นเริ่มผลิตงานตัดเย็บเสื้อผ้าออกสู่ตลาดและขายในนามแบรนด์ตนเอง แล้วเลิกเล่นหวยได้เด็ดขาด” นางสะอาด กล่าว