เมรุวัดไผ่ล้อมเริ่มรับไม่ไหว! ยอดปล่องร้าว-ร่วง หลังเผาศพโควิด-19 ไม่หยุด “หลวงพี่น้ำฝน” เตรียมซ่อมพร้อมเพิ่มเตาเผาคู่ เผาได้ถึงวันละ 6 ศพ

0
251

เมรุเผาศพวัดไผ่ล้อม กรำศึกหนักหลังรับเผาฟรีศพโควิดก่อนวัดอื่นๆ ยอดปล่องสุดทานหักตกใส่หลังคาทำพระคนร่วมงานผวา ตรวจสอบพบปล่องเริ่มร้าวหนักหลังไม่ได้พักมา 2 ปีเศษ หลวงพี่น้ำฝน รับถึงเวลาต้องหยุดซ่อมพร้อมจัดเตาเผาแบบคู่มาติดตั้งแทน คาดทำยอดเผาร่างจากวันละ 3 ศพ สามารถเผาได้ถึง 6 ศพ  โดยวางแผนยกระดับอุปกรณ์ ไม่หยุดการรับเผาฟรีร่างผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และพิธีกรรมยังครบถ้วนเช่นเดิม ซึ่งประเมินจากสถานการณ์และตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต พระยังหยุดหน้าที่รับเผาศพรวมถึงหน้าที่อื่นไม่ได้ ยังต้องช่วยญาติโยมในสถานการณ์วิกฤติ ระบุวัดต้องปรับตัวเพื่อให้เป็นวัดของประชาชนอย่างแท้จริง

วันนี้ (24 สิงหาคม 2564) ที่ฌาปนสถาน วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีฌาปนกิจศพแบบเร่งด่วนให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นรายที่ 142 ซึ่งเป็นโครงการสวด เผาฟรี โดยกองทุนหลวงพ่อพูล ท่ามกลางญาติและคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมในพิธี ร่วมส่งดวงวิญญาณสู่สุคติเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความสงบ

โดยก่อนพิธีการ หลวงพี่น้ำฝน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของวัดไผ่ล้อมและฝ่ายช่างได้สำรวจเตาเผาศพอย่างละเอียดมากขึ้น รวมถึงขณะที่กำลังเผาศพที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงสุดก็ได้ให้ทำการตรวจสอบความร้อนและรอยแตกร้าวที่กำลังเกิดขึ้นหลายแห่ง เนื่องจากไม่นานมานี้ขณะที่กำลังทำพิธีเผาศพให้กับผู้เสียชีวิตรายการก่อนหน้า ปล่องควันยอดเมรุได้เกิดรอยร้าวและแตกหักหล่นลงหลังคาเสียงดังสนั่น สร้างความตกใจแก่สัปเหร่อและเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำการเผาร่างผู้เสียชีวิตที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า สถานการณ์การเสียชีวิตของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากตัวเลขมียอดผู้เสียชีวิตสะสมแล้วเกือบ 300 คน ทางวัดไผ่ล้อมได้มีการเผาศพทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งปกติจะเผาอยู่ที่วันละ 2 ศพก็ได้เพิ่มยอดการเผาเป็น 3 ศพ กระทั่งไม่นานมานี้ขณะที่กำลังทำการเผาศพผู้เสียชีวิตที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เกิดเสียงดังตูมสนั่นเหมือนกับมีอะไรระเบิดบนหลังคาเมรุ ซึ่งทั้งพระและเจ้าหน้าที่ต่างตกใจว่ามีอะไรระเบิด เมื่อไปสำรวจโดยรอบก็พบว่าแป้นปูนลายกนกบนยอดเมรุ ได้พักพังตกลงมาโชคดีที่ไม่ทะลุลงมาโดนศีรษะพระสงฆ์และคนที่อยู่ภายในงาน

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่และฝ่ายช่างตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด พบว่าที่ยอดเมรุเกิดความร้อนสะสมอย่างต่อเนื่องทำให้ปูนผุกร่อนและมีหลายแห่งกำลังจะพังลงมา ส่วนที่ตัวปล่องควันอิฐมีการการแตกร้าวและเริ่มร้าวกว้างมากขึ้น ซึ่งรอยร้าวจะแผ่กว้างขึ้นทุกครั้งที่มีการเผาศพ 1 ศพ และเมื่อตรวจสอบในช่องบรรจุโลงสำหรับเผา ก็พบว่าอิฐที่วางเรียงอยู่ภายในก็สึกกร่อนมาก ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์พบว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ก็ยังไม่ลดลง การประสานขอจองเมรุเผาศพที่วัดไผ่ล้อมก็มีคิวจ่อมาไม่หยุด จึงได้มีการวางแผนที่จะซ่อมแซมส่วนที่เสียหายและสร้างเตาเผาแบบคู่ขึ้นมาเพื่อรองรับการเผาศพให้เพียงพอและทันต่อสถานการณ์ในช่วงนี้

“เมรุและเตาเผาศพที่วัดไผ่ล้อมจัดสร้างขึ้นมานี้ มีอายุการใช้งานมาแล้ว 16 ปีแล้ว ซึ่งโยมมารดาของอาตมาได้นำเงิน 1.5 ล้านบาทมาถวายเพื่อทำเป็นเมรุแบบปลอดมลพิษไร้ควัน ซึ่งในเวลาปกติก็ไม่ได้มีศพเข้ามามากมายขนาดนี้ แต่ในช่วง 2 ปีมานี้ เฉพาะศพที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นพุ่งไปถึง 140 กว่าศพ ยิ่งระยะหลังจำนวนผู้เสียชีวิตไม่มีทีท่าลดลงทำให้เตาเผาและเมรุของวัดไผ่ล้อมทำงานหนักทุกวัน สุดท้ายก็ทนกับสภาพการใช้งานหนักไม่ไหว และไม่ใช่แค่ที่ศพโควิด-19 แต่เมรุที่นี่เผามาตั้งแต่ครั้งที่โรคเอดส์ระบาดหนัก มาถึงผู้ป่วยด้วยโรคร้ายอื่นๆ ที่วัดตั้งแต่ยุคเก่าไม่กล้ารับ จนมาถึงยุคนี้ที่วัดไผ่ล้อมเป็นวัดแรกที่ประกาศในการรับเผาศพที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวัดแรกๆ ถึงแม้ทางวัดจะดูแลเมรุเป็นอย่างดีแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวกับการใช้งานหนัก จึงถึงเวลาที่ต้องเร่งซ่อมและสร้างเมรุแบบเตาคู่ไปเลยในคราวเดียว แต่เราจะไม่หยุดการเผาศพที่ติดเชื้อมา อาตมาภาพได้วางแผนรองรับมาตรการไว้หมดแล้ว รวมถึงพิธีการก็จะยังคงพิธีการครบถ้วนเหมือนเดิมทุกอย่าง” หลวงพี่น้ำฝน กล่าว

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า สำหรับการสร้างเตาแบบคู่ขึ้นมา จะทำให้วัดไผ่ล้อมมีศักยภาพในการเผาศพได้มากขึ้น จากเดิมที่เคยเผาได้สูงสุดวันละ 3 ศพ ก็จะสามารถเผาได้วันละ 6 ศพ เนื่องจากเตาเผาชุดใหม่จะใช้น้ำมันลดลงจาก 80 ลิตรเหลือเพียง 30 ลิตรต่อศพ และใช้เวลาในการเผาลดลงจาก 5-6 ชั่วโมงเหลือเพียง 3 ชั่วโมงต่อศพ โดยจะเป็นการทั้งลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย แต่สามารถทำงานได้มากขึ้นด้วย โดยตอนนี้ได้วางแผนไว้หมดแล้วว่าในช่วงการบูรณะซ่อมแซมเมรุเก่าและก่อสร้างเตาเผาศพเพิ่มเป็น 2 เตา จะมีการวางแผนบรรจุโลงศพขึ้นที่ด้านหลังของเตาซึ่งสามารถทำได้ และแบ่งส่วนสร้างกับซ่อมให้สอดคล้องกัน โดยทีมช่างมีการวางแผนไว้ครบถ้วนแล้ว และในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ จะมีพิธีการบวงสรวงเพื่อซ่อมแซมและสร้างเตาเผาปลอดมลพิษ โดยในเวลา 09.09 น. จะมีพิธีการบวงสรวงบูชาเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และในเวลา 21.59 น. จะบวงสรวงซ่อมแซมและสร้างเตาเผาชนิดปลอดมลพิษ  ซึ่งจะมีการไลฟ์สดถ่ายทอดทางเพจหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เพื่อให้การจัดงานงดผู้เข้าร่วมพิธีจำนวนมากภายในงานด้วย

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวปิดท้ายว่า แม้ว่าการเผาศพอาตมาก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ด้วยหลักธรรมการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่หลบเลี่ยงไม่ได้ ทางวัดจึงจัดให้มีโครงการสวดเผาฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สถานการณ์ยามนี้การเร่งแก้ไขและช่วยสังคมเป็นสิ่งที่วัดและพระจะต้องทำให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและทางวัดไผ่ล้อมก็ได้วางแนวคิดว่า วัดไผ่ล้อมจะทำงานในทุกมิติเพื่อให้เป็นวัดที่สร้างประโยชน์ให้กับพุทธศาสนิกชนและประชาชนให้ได้มากที่สุด

ญาติโยมและศิษยานุศิษย์ท่านใดมีศรัทธาต้องการจะร่วมทำบุญซ่อมแซมเมรุก็สามารถบริจาคได้ที่ บัญชี “กองทุนสวด เผา ฟรี วัดไผ่ล้อม นครปฐม” ธ.กสิกรไทย สาขาตลาดปฐมมงคล เลขบัญชี 516-1-01179-9 หรือโทร.สอบถาม 095-441-9979