“เทวัญ” มอบนโยบายผู้บริหารพศ. แนะพัฒนาวัดเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เน้นดูแล-เป็นขวัญกำลังพระสงฆ์เสี่ยงภัย 3 จชต.

0
969

วันนี้ (16 ส.ค.62) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ได้เดินทางเข้ากราบสักการะพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผอ.พระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ทั่วประเทศ ให้การต้อนรับและร่วมกราบสักการะองค์พระประธานพุทธมณฑล

จากนั้นได้เดินทางไปยังห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ภายในพุทธมณฑล เพื่อมอบนโยบายให้กับคณะผู้บริหารพศ. ว่า 1.ขอให้พศ.เผยแพร่ และปลูกฝังประชาชนมีความจงรักภักดี เข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมให้ประชาชนนำหลักพระพุทธศาสนามาสร้างความรัก สามัคคี 2.ส่งเสริมการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณร ประชาชน เยาวชน ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมพ.ศ.2562

นายเทวัญ กล่าวต่อไปว่า 3.ส่งเสริมวัดให้เป็นที่พึ่งของสังคม และยังสามารถพัฒนาวัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา สนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง วัดสามารถช่วยเรื่องเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง 4.ส่งเสริมภารกิจพระธรรมทูตในประเทศและต่างประเทศ 5.ส่งเสริมและอุปถัมภ์บูรณปฏิสังขรณ์วัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และวัดในถิ่นกันดาร 6.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระภิกษุสามเณร ชาวพุทธ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 7.ส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญของชาติ 8.พัฒนา บูรณะพุทธมณฑล ให้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างศักยภาพให้เป็นสถานที่สำคัญของโลกด้านพระพุทธศาสนา 9.สนับสนุนเจ้าคณะผู้ปกครอง เข้มงวดกวดขันพระภิกษุสามเณรปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัย คำสั่งและระเบียบมหาเถรสมาคม(มส.) และ10.พศ.ต้องทำงานใกล้ชิดกับคณะสงฆ์

ภายหลังการมอบนโยบายประมาณ 40 นาที นายเทวัญ ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของคดีวัดพระธรรมกายนั้น อยู่ในการดำเนินการในชั้นศาลแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งพศ. เกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม 2 พระเกจิชื่อดัง ที่มีการไปปลุกเสกเครื่องราง ของขลัง ที่เป็นตุ๊กตาลูกเทพ และกุมารทอง เนื่องจากมีความผิดตามตามประกาศมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495 และห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝด อาถรรพณ์ ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 โดยให้พศจ.ต้องไปให้ความรู้แก่ประชาชน และให้พศจ.ยึดเป็นแนวปฏิบัติตามประกาศมหาเถรฯดังกล่าวด้วย เพราะพบว่าช่วงที่ผ่านมามีพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมผิดตามประกาศมหาเถรฯ ดังกล่าวเยอะมาก

“แนวนโยบายที่มอบให้วันนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการดูแลพระสงฆ์และควรจะทำอย่างให้ศรัทธาของประชาชนคืนกลับมา พร้อมกับบอกว่าพระหรือเณรที่จำพรรษาอยู่ในวัดวาอารามต่างๆ ลดน้อยลงด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาศรัทธาพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน ส่วนในเรื่องของงบประมาณสำหรับอุดหนุนวัดต่างๆ ก็ต้องมี และวัดสำคัญต่างๆ ทำอย่างไรที่จะส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไปด้วย นอกจากนี้ก็ขอให้สำนักพุทธฯดูแลพระสงฆ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะท่านอยู่อย่างเสี่ยงภัยซึ่ง จะต้องไปช่วยดูแลและเป็นขวัญกำลังใจท่านด้วย” รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว

นายเทวัญ ยังได้กล่าวถึงนโยบายสนับสนุนการปกครองสงฆ์ว่า การปกครองสงฆ์นั้นพศ.มีหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างมหาเถรสมาคม(มส.) และพระสงฆ์ทั่วไป เช่น ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ สนับสนุนพระธรรมทูตในต่างประเทศ ส่วนจะมีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์นั้น จะมีการจัดตั้งศูนย์ให้ความรู้กับพระสงฆ์ด้วย โดยพระสงฆ์เองท่านก็ต้องการความรู้เหมือนกันจึงต้องพัฒนาให้ท่านมีความรู้ เพื่อจะได้ทราบว่าแบบไหนถูกกฎหมายแบบไหนผิดกฎหมาย และการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่เห็นว่าพระท่านทำผิดกฎหมายหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องก็พบว่ายังมีอยู่เช่นกัน