เทวดานพเคราะห์มีจริง! เจ็บจริง! แต่ฝ่าฟันมาได้ด้วยอะไร?

0
111

เทวดานพเคราะห์มีจริง! เจ็บจริง! แต่ฝ่าฟันมาได้ด้วยอะไร?

              

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน วันนี้อาตมาเริ่มหัวข้อด้วยเรื่องของเทวดานพเคราะห์ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงรู้จักและคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง เอาเป็นว่าจุดไฟในใจคนฉบับนี้ อาตมาจะพูดถึงเทวดานพเคราะห์ และประสบการณ์ตรงที่อาตมาได้รับเองจากเรื่องของเทวดานพเคราะห์ อันเป็นโหราศาสตร์ไทยโบราณ มีมาแต่โบราณ

อาตมากับเรื่องเทวดานพเคราะห์ก็ถือได้ว่าคุ้นเคยอยู่ เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลนี้แหละที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องการบูชาเทวดานพเคราะห์ให้อาตมา ตัวหลวงพ่อเองก็มักกระทำพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์ให้แก่ญาติโยมที่เข้ามาหา เพื่อให้เกิดสิริมงคล ปัดร้ายให้เป็นดี ทำที่ดีให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป จนถึงชั้นของอาตมา อาตมาก็ทำพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์สืบต่อจากหลวงพ่อพูล เป็นพิธีที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ จัดเมื่อใดก็มีผู้เข้าร่วมพิธีมากมาย ต้องแบ่งเป็นหลายรอบ

ก็เพราะเทวดานพเคราะห์นั้น คือ เทวดาเก้าองค์ที่เข้ามาผลัดเปลี่ยนเสวยอายุยังดวงชะตาแต่ละคน แต่ละองค์ก็มีคุณสมบัติให้คุณ ให้โทษต่างกันไป นับเรียงลำดับได้เป็น พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระเสาร์ พระพฤหัสบดี พระราหู พระศุกร์ และพระเกตุ เทวดานพเคราะห์เหล่านี้นั้น ตามตำราเทวดานพเคราะห์ได้กล่าวว่าพระอิศวรผู้เป็นเจ้า ท่านได้เสด็จมาชุบเทวดานพเคราะห์เหล่านี้ให้มีชีวิตขึ้น ด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ ห่อผ้าและประพรมน้ำอมฤต จนบังเกิดเป็นเทวดาขึ้นมา มีคุณสมบัติต่าง ๆ ทั้งดีและร้าย เมื่อเข้าไปเสวยอายุในดวงชะตาผู้ใดตามวงรอบนั้นแล้ว เจ้าของดวงชะตาก็จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของเทวดาองค์นั้น ๆ เทวดานพเคราะห์จะมาเสวยอายุอยู่นานเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับว่าเทวดาองค์นั้นคือพระอะไร ซึ่งจะมีวงรอบแน่นอน และในวงรอบนั้นก็ยังมีเทวดานพเคราะห์ที่เข้ามาแทรก ซึ่งก็จะก่อให้เกิดผลแก่ชีวิตเจ้าของดวงชะตาอีกด้วย

เหตุนี้ คนไทยแต่โบราณกาลจึงบูชาเทวดานพเคราะห์ เพื่อขอให้เทวดานพเคราะห์เหล่านั้นคุ้มครองตน ที่ร้ายก็จะได้กลับกลายเป็นดี ที่ดีก็จะได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป มีเรื่องปรากฏสืบมาว่า การบูชาเทวดานพเคราะห์นั้นกระทำกันตั้งแต่ในรั้วในวัง มีตำราใช้สืบกันมาในพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น ในการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้าแผ่นดิน และพระบรมวงศานุวงศ์ และเผยแพร่มาสู่ขุนนาง และประชาชนทั่วไปด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลพอถึงคราวพระมาเสวยอายุ หรือพระมาแทรกอายุ

เวลาพระมาเสวยอายุนี่ มันเป็นไปตามคุณลักษณะของเทวดาองค์นั้นจริง ๆ นะ อย่างพระเสาร์ โบราณบอกว่า โทษทุกข์ทายเสาร์ หลวงพ่อพูลท่านก็อธิบายว่าอย่างนั้น พระเสาร์เสวยอายุคนละ 10 ปี อาตมาเจอพระเสาร์เข้าไป คางเหลือง

พระเสาร์เตะเสียคาเหลือง ตอนนี้อาตมาอยู่ในเกณฑ์พระเสาร์เข้าเสวยอายุ นี่ก็ 9 ปีเข้าไปแล้ว ตลอด 9 ปีที่ผ่านมานั้น เรียกได้ว่าอาตมาเจอสารพัดเรื่องสารพัดราวไม่รู้จบ อย่างที่ท่านว่า โทษทุกข์ทายเสาร์นี่มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พออายุถึงเกณฑ์พระเสาร์เข้าปุบ พระเสาร์ก็แผลงฤทธิ์ต่าง ๆ นานา เนี่ยมันเกิดขึ้นกับอาตมาตรง ๆ เลย หนักบ้างเบาบ้าง แต่โดยรวมนี่คือสาหัสสะบักสะบอม อาตมาเลยเห็นเลยว่า นี่แหละ เรื่องเทวดานพเคราะห์จะว่าไม่จริงนี่ไม่ได้เลย พระเสาร์นี่สุดยอดดาวพระเคราะห์ฝ่ายบาปเคราะห์แล้ว สาหัสจริง ๆ

ชีวิตคนเรามันก็ขึ้นลงเช่นนี้แหละ มีเทวดานพเคราะห์ผลัดเปลี่ยนมาเสวยอายุ แถมยังมีเทวดานพเคราะห์มาแทรกอีก จะแทรกแล้วดีหรือไม่ดี ก็มีต่างกันไป ถ้าเป็นเทวดาคู่มิตรกัน ที่ว่าดีก็ยิ่งดี แต่ถ้าเป็นเทวดาคู่ศัตรู ที่ว่าร้ายก็อาจยิ่งร้าย อย่างที่โบราณเรียกว่า พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก คือ พระศุกร์เสวยอายุอยู่ แล้วมีพระเสาร์มาแทรก ความหมายคือ ชีวิตแย่มาก เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบาก บางทีอาจถึงตายหรือไม่ก็คางเหลืองเลยก็มี เพราะพระศุกร์ กับพระเสาร์เป็นคู่ศัตรูกัน มาแทรกกันก็ตีกัน อาตมาสังเกตมาหลายคนแล้ว บุคคลที่เข้าเกณฑ์พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริง ๆ ในทางโหราศาสตร์ สภาพไม่ผิดจากที่อาตมาพูด คือ ถึงรอดมาก็บักโกรก เป็นแบบนี้จริง ๆ

9 ปีที่ผ่านมา ชีวิตกับพระเสาร์ อาตมาก็ฝ่าฟันมาจนได้ แล้วสู้อย่างไร ก็ต้องสู้ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ต้องสู้ด้วยคุณธรรม จริยธรรมต่าง ๆ ต้องสู้ด้วยธรรมะ อย่างน้อยข้อแรกเลยคือต้องมีขันติ มีโสรัจจะ คือ มีความอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ที่ถาโถม อิทธิพลของพระเสาร์นั้นคือ ความทุกข์ที่ถาโถมยาวนาน อึมครึม มันต้องอดทน และต้องมีท่าทีที่เรียบเฉย ยิ้มสู้ ไม่แสดงอาการ จะว่าใจดีสู้เสือก็ได้แหละ แต่โสรัจจะมันต้องเป็นแบบนั้น มันต้องยิ้มสู้ ต้องสง่างาม และอดทนฝ่าฟันไป จึงจะรอด จึงจะผ่านพ้นช่วงพระเสาร์เสวยอายุได้

เทวดานพเคราะห์บางองค์ ก็ให้โทษในเรื่องความหลงผิดมัวเมา อย่างพระราหู พระราหูนี่คือเทพแห่งความมัวเมา ใครโดนเข้าก็มักจะมีโทษมัวเมา อาจถูกชักจูงไปในทางที่ผิดได้ง่าย อาจจะเป็นเรื่องไม่สุจริต เรื่องสีเทา ก็ต้องแก้ด้วยศีลธรรม ต้องให้จิตด้านสว่างของเรามีอำนาจมากกว่าจิตด้านมืด

บางองค์ก็เป็นพวกชอบท้าตีท้าต่อย อย่างพระอังคาร พระอังคารที่คือเทพสงคราม มีพละกำลังบ้าบิ่น ใครโดนเข้าก็หัวร้อน ไม่ยั้งคิด มักโกรธขึ้งรุนแรง หรือมีเกณฑ์ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มีอุบัติเหตุรุนแรงประเภทรถอัดก๊อปปี้เสาไฟ ก็ต้องแก้ตามลักษณะของดาว ต้องใจเย็น ใช้ความระมัดระวังในชีวิต

เหล่านี้คือเทวดานพเคราะห์กลุ่มแรกที่เรียกว่า “ดาวบาปเคราะห์” ซึ่งมีส่วนร้ายมากกว่าส่วนดี สำหรับฉบับหน้า อาตมาจะกล่าวถึงเทวดานพเคราะห์อีกกลุ่มหนึ่ง คือ “ดาวศุภเคราะห์” เป็นลำดับถัดไป ขอให้ญาติโยมได้ติดตามอ่านต่อไป ขอเจริญพร

หลวงพี่น้ำฝน : 20 ธ.ค.2564