เชียงใหม่ จัดทำ MOU น้อมนำแนวพระราชดำริของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน

0
119

เชียงใหม่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ระยะที่ 2 สร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน

วันนี้ (24 สิงหาคม 2563) เวลา 09.30 น. นายเจริญฤทธิ์  สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้เกียรติเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ระยะที่ 2 สร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน ระหว่าง 7 หน่วยงาน โดยมี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่  นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  นายวิษณุ วิทยวราวัฒน์ ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ นางเขมวรรณ ดวงจันทร์ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ นายไพรัช ใหม่ชมภู รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รศ.ดร.วีรพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  และ นายวิทยา ชุมภูคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทน พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ  ณ ห้องประชุม 3 อาคารอำนวยการ (ชั้น 3) ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ นายวิทยา ชุมภูคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทน พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายของประชาชน ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือน โดยเน้นการพึ่งตนเอง และความสามัคคีของคนในชุมชน เริ่มตั้งแต่ เดือนเมษายน 2563 จนถึง เดือนมิถุนายน 2563 โดยจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการภายใต้ชื่อ “1 ครัวเรือน 1 แปลงผัก 1 เสวียน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และลดหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่” ปัจจุบันมีประชาชนในพื้นที่ 25 อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว จำนวน 370,185 ครัวเรือน

เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้เป็นพลัง จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดแผนขับเคลื่อน “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ระยะที่ 2 การสร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน โดยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการ ส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และสร้างความมั่นคงทางอาหาร (2) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน (3) เพื่อสร้างรายได้ และสร้างเสริมความรัก ความสามัคคี และการเกื้อกูลของคนในชุมชน/หมู่บ้าน โดยจะดำเนินการ จำนวน 5 กิจกรรม

ประกอบด้วย  (1) กิจกรรมความต่อเนื่องคือพลัง (หน่วยงานหลัก : สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัด / มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (2) กิจกรรมทำเป็นบ้าน สานเป็นกลุ่ม (หน่วยงานหลัก : สนง.เกษตรจังหวัด / สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัด) (3) กิจกรรมชุมชนสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (หน่วยงานหลัก : สนง.ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด / องค์การบริหารส่วนจังหวัด) (4) กิจกรรมจากวัฒนธรรมสู่นวัตกรรม (หน่วยงานหลัก : สนง.ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด / สนง.สาธารณสุขจังหวัด) (5) กิจกรรมชุมชนเกื้อกูล เพิ่มพูนสามัคคี วิถีพอเพียง (หน่วยงานหลัก : สนง.ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด / ที่ทำการปกครองจังหวัด / มหาวิทยาลัยแม่โจ้)

และในวันนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้เกียรติเป็นประธานพิธีมอบเกียรติบัตร จำนวน 2 กิจกรรม ประกอบด้วย

1) อำเภอต้นแบบในการบูรณาการทำงาน “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” และขยายผลปลูกผักสวนครัวจากวัดสู่ชุมชน ตามหลัก “บวร” จนเกิดผลเป็นรูปธรรม จำนวน 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมี นายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ รับมอบเกียรติบัตรฯ

2) รางวัลการประกวดร้านการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามโครงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกสตรีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 3 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อำเภอสันทราย  รางวัลรองชนะเลิศลำดับ 1 ได้แก่ อำเภอพร้าว และ รางวัลรองชนะเลิศลำดับ 2 ได้แก่ อำเภอสันป่าตอง

วิญญู บุญสุวรรณ//ถ่ายภาพ : รายงาน

กลุ่มงานสารสนเทศฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่