เจ้าคุณประสาร-พระครูธีรวิทย์ น้อมรับมติมส.ขอลาออกจากอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาฯ

0
97

 

เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค.ที่ผ่านมา พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร)  เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และพระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ (ธีรวิทย์) รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง ขอลาออกจากอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นในกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับมติมหาเถรสมาคม(มส.) เรื่อง ขั้นตอนของการเข้าไปทำหน้าที่ของพระภิกษุในรัฐสภานั้น โดยแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวระบุว่า ตามที่อาตมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒  นั้น

ในเบื้องต้น อาตมาได้รับการทาบทามไปทำหน้าที่ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ (ธีรวิทย์) รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ให้ไปปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นกรรมาธิการการศาสนาฯและอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาฯ ผู้ที่ทาบทามได้แจ้งว่าเมื่อเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาโดยตรง จึงอยากจะให้มีพระสงฆ์ทั้งสองนิกาย ที่พอจะรู้เรื่องงานในกิจการของคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา มาร่วมทำหน้าที่ด้วย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนา  โดยเฉพาะในอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาฯนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาหรือแม้แต่ข้าราชการรัฐสภาในกรรมาธิการนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ ดังนั้นงานที่จะมาช่วยกันขับเคลื่อนจึงเป็นงานด้านการพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองและประสานงานด้านคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา มิใช่งานในด้านการเมืองโดยตรง

เบื้องต้น การตอบรับเข้าร่วมงานในฐานะพระสงฆ์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงพระธรรมวินัย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งมหาเถรสมาคม กฎหมายบ้านเมือง วัฒนธรรมประเพณีและความเหมาะสมอื่นๆเป็นองค์ประกอบด้วย

เมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว กอรปกับในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีพระมหาเถระที่ไปทำหน้าที่ในตรงนั้นมาแล้วด้วย ดังนั้นอาตมาทั้งสองรูปจึงตกลงที่จะไปทำหน้าที่ดังที่กล่าว

ตลอดระยะเวลา ๒ ปีแรกของการทำหน้าที่ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓) อาตมาทั้งสองได้สำนึกตลอดเวลาว่าเรามาทำหน้าที่เพื่อคณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาและส่วนรวม ท่านทั้งหลายสามารถไปขอดูรายงานการประชุมในแต่ละครั้งได้ เพราะทุกครั้งที่มีการประชุมต้องเป็นการประชุมแบบเปิดเผยและสามารถเผยแพร่หรือให้ข้อมูลกับคนที่มาร้องขอได้ อาตมาทั้งสองจึงไม่เคยสนทนาแลกเปลี่ยนหรือประชุมหรือหารือกันทางการเมือง และตลอดเวลาที่ไปปรากฎตัวที่รัฐสภานั้นก็ไปด้วยสำนึกของสมณภาวะตลอดเวลา เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็จะไม่อยู่ให้เห็นในระดับสายตา คนมากก็หลีกเลี่ยง ขึ้นลิฟท์ก็หลบๆให้คนเบาบางก่อน รวมทั้งการหลบกล้องของสื่อมวลชนรัฐสภาด้วยนี่คือการทำหน้าที่ในสองปีแรก

การทำหน้าที่ในรอบปีล่าสุด (พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕)  อาตมาทั้งสองเห็นว่าการเมืองเริ่มจะเข้าสู่ปลายเทอม สมาชิกรัฐสภาอาจจะมีการปรึกษาหารือกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่บ้างหรือไม่อย่างไร ประกอบกับข่าวคราวต่างๆของพระสงฆ์ก็มีปรากฎมากขึ้นตามสื่อต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ต้องกังวลใดๆ ในรอบหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาอาตมาทั้งสองจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯแต่อย่างใด

บัดนี้ เมื่อมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ได้ออกมติ เรื่องขั้นตอนของการเข้าไปทำหน้าที่ของพระภิกษุในรัฐสภา อาตมาทั้งสองแม้จะได้รับแต่งตั้งมาก่อนมติดังกล่าว แต่ด้วยเพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ดีงามและเหมาะสม อาตมาทั้งสอง ขอรับมติมหาเถรสมาคมด้วยความเคารพและขอลาออกจากการทำหน้าที่ดังกล่าวโดยจะได้กำหนดวัน เวลา ในการไปยื่นหนังสือลาออกต่อไป

*****************************************************************