เครือข่ายภาคประชาชนแต่งดำบุกทำเนียบ ยื่นหนังสือวอน “บิ๊กตู่-ครม.” คว่ำข้อเสนอเปิดผับ-บาร์ถึงตี 4 หวังดึงเงินนักท่องเที่ยวสายเมา ไม่สนคนเจ็บ ตาย พิการบนท้องถนน

0
36

 จี้ “หมอหนู” ปรามลูกพรรคหยุดสร้างภาระให้ระบบสุขภาพไทย  แนะ “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ดูชีวิตเหยื่อเมาแล้วขับกระตุ้นจิตสำนึก

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.65 เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพมหานคร เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุราและภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่งชุดดำเดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านทาง นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  เพื่อคัดค้านการขยายเวลาการเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ที่เสนอโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 65 โดยขอเรียกร้องให้ครม.ไม่ให้ความเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว ในโอกาสเดียวกันนี้ภาคีเครือข่ายยังได้ร่วมกันวางพวงหรีดเพื่อไว้อาลัยนโยบายทำลายสังคม และแสดงละครสั้นสะท้อนปัญหาที่จะตามมาชุด “ยังเจ็บตายกันไม่พออีกหรือ”

นายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคประชาชนได้สนับสนุนภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อหวังลดปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหตุรุนแรง ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุทางถนน แต่ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมที่จะเสนอนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. ต่อที่ประชุมครม.ในการประชุมวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจาก ครม. จะมีพื้นที่นำร่องที่ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ได้แก่ ถนนบางลาในภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย เมืองพัทยา และ 3 พื้นที่ในกรุงเทพฯ คือ ถนนข้าวสาร ซอยคาวบอย และซอยพัฒน์พงษ์

นายเจษฎา กล่าวต่อว่า ที่ให้เหตุผลว่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นจริงหรือไม่ เพราะชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไม่ได้มาเพื่อเข้าผับบาร์ แต่มาเพื่อท่องเที่ยวในสถานที่อื่นๆ มากกว่า แต่คนที่จะไปเที่ยวผับบาร์คือคนหนุ่มสาว คนทำงาน นอกจากเสี่ยงรับเชื้อโควิดกลับไปติดคนที่บ้านแล้ว กว่าจะออกจากผับตีสี่ก็เกือบสว่าง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มออกมาทำมาหากิน เด็กนักเรียนเดินทางไปโรงเรียน เสี่ยงได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุทางถนนจากคนเมาแล้วขับอีก ซึ่งที่ผ่านมาต่อให้ไม่เปิดผับถึงตีสี่ แต่อุบัติเหตุดื่มแล้วขับสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล โดยปี 2564 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 13,488 ราย บาดเจ็บ 880,177 ราย สาเหตุหลักมาจากการขับเร็ว เมาสุรา ส่วนปี 2565 ข้อมูลจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12,461 คน

ด้านนางสาวเครือมาศ  ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า เครือข่ายขอแสดงจุดยื่นและมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้ 1. ขอประณามและคัดค้านนโยบายขยายเวลาปิดผับบาร์ถึง  04.00 น. ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ  และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบกับข้อเสนอนี้  เพราะปัจจุบันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ร้านเหล้าผับบาร์ มีมากเกินกว่าที่สังคมจะรับไหว ทั้งการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ความรุนแรงในครอบครัว ดื่มแล้วขับอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมปัญหาสุขภาพ  รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร   ซึ่งประเทศไทยไม่ควรใช้การกินดื่มหรืออบายมุขมาเป็นจุดขาย  และที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อมูลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมาเมืองไทยด้วยจุดขายดังกล่าว  เราควรดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าเอาใจนักท่องเที่ยวสายกินดื่ม ซึ่งมีไม่น้อยที่จะตามมาด้วยเซ็กซ์และยาเสพติด   ปัญหาความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เช่นกรณีที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต้องมาตายเพราะโดนคนเมาแล้วขับชน  ถูกข่มขืน ทำร้ายร่างกาย จี้ปล้น  คือสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ  ควรมุ่งสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เขารวมถึงคนไทยที่จะได้รับผลกระทบด้วย   อย่างไรก็ตามแม้ข้อเสนอนี้จะกำหนดให้เป็นบางพื้นที่นำร่อง  ก็ไม่ควรเพราะยิ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ  ไม่เป็นธรรม ท้ายที่สุดแล้วคนที่อยู่นอกพื้นที่ก็จะเดินทางเข้าไปใช้บริการ ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาโดยเฉพาะเมาแล้วขับ   สุดท้ายการปล่อยให้ดื่มถึงตี 4 เท่ากับการเพิ่มเวลาเมา ทำให้ยิ่งเพิ่มคนเมาแล้วขับบนถนน และจะเป็นเวลาเช้าที่คนจำนวนมากต้องออกไปเรียน ไปทำงาน  อาจต้องเสี่ยงตายจากคนเมาแล้วขับที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายนี้

2.ขอเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ควรมีจุดยืน ไม่เพิ่มภาระทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในฐานะที่เป็นลูกพรรคภูมิใจไทยยุติการผลักดันนโยบายนี้ ซึ่งกำลังสร้างความสับสนว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือกำลังทำตามการล็อบบี้ของกลุ่มธุรกิจและทุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ข้ามชาติ โดยไม่สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทยหรือไม่ และ 3. เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะที่ผลักดันเรื่องนี้ ลงไปสัมผัสเหยื่อจากคนเมาแล้วขับที่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ครอบครัวแตกแยก ผู้หญิงที่ถูกทำร้าย เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อกระตุ้นสำนึกในความเป็นมนุษย์ มากกว่าการหวังกระตุ้นการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวสายเมาเพียงอย่างเดียว

***************************************************************