อีก 1 ศพเหยื่อโควิด จ.สมุทรสาคร “หลวงพี่น้ำฝน” วัดไผ่ล้อมให้เมตตารับสวด-เผาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

0
119

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ที่ฌาปณสถานวัดไผ่ล้อม  ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เมตตารับศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มาประกอบพิธีพิธีฌาปนกิจเป็นศพที่ 2 ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา โควิด-19 ซึ่งรายนี้ได้นำมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ชื่อนายประธาน เสนคะ อายุ 56 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานรปภ. อยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน เมื่อคืนที่ 25 ม.ค. โดยใบมรณบัตรแจ้งสาเหตุการเสียชีวิต ว่า ปอดอักเสบติดเชื้อจากโรคโควิด-19 และเมื่อเช้าวันนี้ ทางญาติได้ติดต่อขอนำศพเข้าฌาปนกิจที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่ได้รับความสะดวก จึงนึกถึงวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ตามที่ได้เคยทราบข่าวว่าหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เคยมีเมตตารับสวด เผาฟรี รวมทั้งการรับฌาปนกิจผู้ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ด้วย จึงได้หาเบอร์โทรติดต่อมายังวัดไผ่ล้อม ซึ่งก็ได้รับความเมตตาจากหลวงพี่น้ำฝน ว่าให้นำศพมาที่วัดได้เลย พร้อมทั้งประสานทีมสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เพื่อร่วมลงพื้นที่ดูความเรียบร้อยตามมาตรการควบคุมโรค ซึ่งที่ผ่านมาวัดไผ่ล้อมได้เคยเผาศพโควิดมาแล้วครั้งหนึ่ง และมีมาตรฐานเป็นต้นแบบของวัดทั่วประเทศไทย ตามกฎของสาธารณสุขทุกประการ

จากการสอบถามนางสาวกาญจนา เสนคะ อยู่บ้านเลขที่ 5/5 ม.1 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน. จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นน้องสาวผู้เสียชีวิต ได้กล่าวว่า นายประธาน ได้มีอาการเส้นเลือดในสมองแตกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร เมื่อวันที่17 ธันวาคม 2563 รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู จนอาการเริ่มดีขึ้นแต่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564  และต่อมาได้เกิดอาการผิดปกติ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบน เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 และได้เสียชีวิตลงด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 25 มกราคม 2564

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรถมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตที่บรรจุในโลงที่มีการซีนป้องกันเชื้อโรคมาเป็นอย่างดี  มาถึงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้สวมชุดคลุม PPE ป้องกันร่างกายมีการนำน้ำยาฆ่าเชื้อฉีดที่โลงศพซึ่งภายในได้แพ็คบรรจุด้วยการฆ่าเชื้อตามกระบวนการทางการแพทย์ ขึ้นสู่เตาเผา โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรคและเคลื่อนที่เร็วจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมประสานการเตรียมความพร้อมต่างๆ โดยมีคณะสงฆ์ของวัดไผ่ล้อมสวดอภิธรรม สวดบังสุกุล บทเจ็ดพระคัมภีร์ จากนั้น หลวงพี่น้ำฝนได้ให้เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการวางดอกไม้จันทน์ และเริ่มพิธีการเผาอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงแล้วเสร็จ

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ญาติของผู้เสียชีวิตได้รับการประสานมาเมื่อช่วงบ่ายโมงของวันนี้ คือขอมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดไผ่ล้อมซึ่งได้รับแจ้งว่าผู้ที่เสียชีวิต  เสียชีวิตจากโรงพยาบาลกระทุ่มแบนและได้รับการติดต่อมาเพื่อจะทำพิธีฌาปนกิจ โดยญาติได้นำใบมรณบัตรและบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตในการทำพิธีฌาปนกิจคือวัดไผ่ล้อมตามที่ได้เคยเปิดการประชาสัมพันธ์ไปว่ายินดีที่จะทำพิธีฌาปนกิจไม่ว่าท่านจะเสียชีวิตด้วยเรื่องใด ขอให้มีใบมรณบัตร บัตรประชาชนผู้ตาย บัตรประชาชนของญาติผู้ที่มาติดต่อ วัดไผ่ล้อมก็ยินดีที่จะทำฌาปนกิจให้โดยที่จะไม่มีการรังเกียจว่าเสียชีวิตจากโรคอะไร ซึ่งอันนี้เป็นโครงการอยู่ในความอนุเคราะห์ของโครงการของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อยู่แล้ว ซึ่งโครงการนี้ชื่อว่าโครงการสวดเผาฟรี ญาติโยมทั้งหลายจะมีปัจจัยหรือไม่มีปัจจัย วัดไผ่ล้อมยินดีที่จะทำพิธีในการฌาปนกิจศพให้อยู่แล้วนั่นเอง

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า อย่างที่บอกการดูแลรักษาสิ่งที่จะเผาศพหรือเตาเผาศพถ้าเราไม่ดูแลรักษาบำรุงไม่ได้  ต้องดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา มันก็เปรียบเสมือนรถถ้าท่านไม่ดูแลรักษารถ รถก็จะเสียและพังไม่ต้องรอให้พังเราต้องดูแลก่อนให้ได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่พอถึงเวลาเดือดร้อนมาก็เกิดใช้ไม่ได้ตรงนี้สำคัญที่สุด ในการสงเคราะห์ศพไม่ว่าจะป่วยตายหรือศพไร้ญาติหรือป่วยโควิด ซึ่งอาตมภาพก็ได้ตามรอยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล สิ่งไหนที่จะช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะคำว่าสาธารณะสงเคราะห์นั่นเป็นหลักเป็นเป้าหมายของคณะสงฆ์วัดไผ่ล้อม และคณะสงฆ์ทั่วประเทศก็ควรพร้อมใจกันในการที่จะช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สงเคราะห์ญาติโยมให้ได้รับในกำลังใจในการที่จะดำเนินชีวิตสืบต่อไป ซึ่งการเผาศพโควิดครั้งนี้เป็นศพที่สองตั้งแต่มีการระบาดของโรค โควิด-19 แม้ว่าศพนี้จะมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ทางเราก็พร้อมยินดีที่จะให้การสงเคราะห์แก่ญาติโยม

ด้านนายแพทย์ วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ทางวัดไผ่ล้อมโดยหลวงพี่น้ำฝนได้ประสานมายังสาธารณสุขจังหวัดว่า มีศพผู้ป่วยจากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ซึ่งยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ป่วยโควิดและทางวัดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครไม่ยินดีรับฌาปนกิจผู้ป่วยโควิด ทางหลวงพี่น้ำฝนซึ่งไม่ให้ญาติผู้ป่วยที่เสียใจอยู่แล้ว จะต้องมาเสียใจมากขึ้นในเรื่องของการฌาปนกิจ ทางหลวงพี่น้ำฝนเคยมีการนำศพผู้ป่วยโควิดมาเผาไปแล้วครั้งหนึ่งทางสาธารณสุขจังหวัดก็เคยเข้ามาดูแลเนื่องจากเป็นศพโควิดทางของเรามีมาตรฐานอยู่แล้ว มีการซีลอย่างดีอยู่แล้วและในเรื่องของการเผาก็ไม่มีความเสี่ยงเลยเพราะว่าโควิดมันเป็นโรคที่ชอบความเย็น พอมันโดนความร้อนเชื้อก็จะตายหมดอยู่แล้วและเวลาที่เป็นศพก็ไม่หายใจ จะไม่แพร่เชื้อเพราะเชื้อมันจะไปกับการไอ การจาม อยากจะฝากไว้ให้ทางทางวัดหรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำพิธีในเรื่องของศพให้คิดว่า ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยสามารถทำได้จริงๆ ทางสาธารณสุขก็ได้ออกคู่มืออยู่แล้วในเรื่องของการฌาปนกิจ เรื่องการเผาศพและยังแนะนำให้เผาทันทีไม่แนะนำให้ฝัง ในส่วนของสถานการณ์ของจังหวัดนครปฐมนั้นก็ไม่มีผู้ป่วยมาเป็นวันที่ 18 แล้ว แต่ว่าเนื่องจากสถานการณ์ของจังหวัดสมุทรสาครยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมโรคไม่ได้ ตอนนี้ก็คือเราเฝ้าระวังเรื่องของแรงงานเพราะว่าได้บทเรียนมาจากจังหวัดข้างเคียงคือจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสงครามเพราะว่ามีการติดเชื้อในแรงงานที่ทำงานที่จังหวัดสมุทรสาคร มาตรการของเราก็คือจะมีการสุ่มตรวจหาเชื้อเป็นระยะ ๆ และก็แนะนำว่าการปฏิบัติตัวอย่างไร

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งทางจังหวัดฯได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อไปเมื่อวานเรื่องของการเปิดเรียนเพราะฉะนั้นเราก็พิจารณาโรงเรียนเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงเลยคือกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเด็กต่างจังหวัดไม่มีอะไรเลย สามารถทำการรักษาระยะได้ พวกนี้ก็จะไม่มีการเพ่งเล็งอะไรมาก ประมาณกลางๆ  สองเป็นโรงเรียนที่เสี่ยงเช่นโรงเรียนรอยต่อโรงเรียนประจำหรือโรงเรียนที่เป็นที่ดึงดูดเด็กจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียน พวกนี้เองก็ต้องมาประเมินความเสี่ยงเช่นว่า ถ้าเป็นโรงเรียนรอยต่อไม่สามารถคัดกรองได้ ยังมีเด็กไปมาถ้าไม่จำเป็นไม่สามารถเปิดได้ ก็จะไม่ให้เปิด ถ้าเปิดบางโรงเรียนต้องเป็นโรงเรียนในสถานศึกษาส่วนหนึ่งอีกส่วน หนึ่งจำเป็นจะต้องเรียนออนไลน์เช่น โรงเรียนที่เป็นที่นิยมที่มีเด็กจากสมุทรสาครเข้ามาเรียนจึงต้องให้เด็กที่สมุทรสาครนี่เรียนทางออนไลน์ ไม่สามารถจะเปิดได้ทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นและจะต้องนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการโรคติดต่อเป็นรายรายๆ ไป โรงเรียนเลยต้องมีแผนเช่นโรงเรียนประจำจะแยกเด็กออกไว้ยังไรจังหวัดนครปฐมก็มีโรงเรียนประจำหลายแห่ง ก็คงใช้มาตรการคล้ายๆ ของโรงเรียนในร้อยตำรวจที่เข้มงวด