อีกแล้ว! ?? “หลวงพี่น้ำฝน” ลุยจับอีก พระยืนบิณฑบาตที่เดิม เวียนของขายแม่ค้านครปฐม ตลาดซอย 2

0
50

“หลวงพี่น้ำฝน” นำชุดปฏิบัติการพระวินยาธิการ ออกตรวจพระยืนบิณฑบาตหน้าร้านขาย อาหารใส่บาตร พบพระหน้าเดิมๆ กลับมาประพฤติเช่นเดิม ซ้ำเป็นพระวัดเดียวกันถึง 5 รูป จาก 6 รูป ที่ตรวจสอบพบในวันนี้ ประสานขอความร่วมมือจากร้านค้าไม่ให้พระยืนหน้าร้าน พบว่าพ่อค้าแม่ค้าถูกกันจึงต้องขอบิณฑบาตสงบศึกอีกหนึ่งเรื่อง ย้ำการแก้ปัญหาต้องอยู่ที่เจ้าอาวาสวัดนั้นๆ ว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างไร โดยพบว่าญาติโยมอาศัยความสะดวกใส่บาตรใส่ปัจจัย ได้ครบในจุดเดียว เป็นสาเหตุให้พระเห็นแก่ได้ แสดงพฤติกรรมทำให้ชาวพุทธไม่สบายใจ  เตรียมประสานหลายหน่วยงานหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจังให้ได้

วันที่ 30 มีนาคม 2567 เวลา 06.30 น. พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต. พระปฐมเจดีย์ อ. เมือง จ.นครปฐม ในฐานะประธานคณะทำงานดำเดินการแก้ไขข้อขัดข้อง ระงับเหตุ และแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ข้อร้องเรียนในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 นำคณะทำงานพระวินยาธิการภาค 14 ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของพระภิกษุสงฆ์ที่ยืนแช่บิณฑบาตอยู่บริเวณหน้าร้านจำหน่ายอาหารสำหรับใส่บาตร บนทางเดินตลาดเช้าซอย 2 ถนนเทา ซอย 2 เขตเทศบาลนครนครปฐม หลังจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าพบเห็นพระภิกษุสงฆ์หลายรูปมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่เดินบิณฑบาต แต่กลับยืนแช่เพื่อรับบาตรและปัจจัยจากชาวบ้านที่มาจับจ่ายสินค้าในช่วงเช้าช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เมื่อคณะพระวินยาธิการได้ลงพื้นที่จึงพบพระภิกษุสงฆ์หลายรูปกำลังยืนรับบาตร โดยไม่มีการเดินบิณฑบาตตามปกติ แต่จะมีการยืนอยู่เป็นจุดเหมือนที่เคยร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งพระหลายรูปก็เป็นพระหน้าเดิมที่เคยถูกนิมนต์มาตักเตือนและทำประวัติห้ามปฏิบัติกิจดังกล่าวซึ่งถือเป็นการไม่เหมาะสมและสร้างความไม่สบายใจให้กับพุทธศาสนิกชน โดยเมื่อหลวงพี่น้ำฝนได้เดินไปถึงตัวพระหลายรูปถึงกับหน้าถอดสี ต่างยอมรับว่ายืนแช่ระบาดอยู่ในจุดดังกล่าวตามที่ร้องเรียนจริง จากนั้นจึงได้มีการนิมนต์ให้มา ตรวจสอบรายชื่อทั้งหมด 6 รูป โดย 5 ใน 6 รูป เป็นพระวัดดังที่อยู่ไม่ห่างจากพื้นที่ตลาด หลวงพี่น้ำฝนจึงได้นิมนต์ทั้งหมดให้มารับฟังการชี้แจงและปรับทัศนคติที่วัดไผ่ล้อมก่อนประสานเจ้าอาวาสวัดต้นสังกัดและลูกศิษย์มารับตัวกลับไปโดยเตรียมที่จะหาแนวทางในการป้องกันปัญหาดังกล่าวซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานและมีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น หลวงพี่น้ำฝน ได้เข้าสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านที่มาใส่บาตร หลายคนบอกว่าในการออกปฏิบัติการปราบปรามและจัดระเบียบถือว่าดีมากเพราะว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน แม้จะมีการแก้ไขหลายครั้งแต่พระรูปเดิมๆ ก็มีพฤติกรรมกลับมีพฤติกรรมดังกล่าวอีกซึ่งไม่ถูกตามหลักพระธรรมวินัย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มีมานานนับปีแล้ว แม้หลวงพี่น้ำฝนจะมีการปราบปรามไปแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อคณะสงฆ์ที่ปกครองดูแลไม่ได้ลงมาดู พระภิกษุหน้าเดิมๆ ก็จะกลับมายืนแช่เพื่อรับบาตรและปัจจัยเช่นเดิมอีก

วันเดียวกันหลวงพี่น้ำฝนยังได้เชิญร้านค้าที่จำหน่ายอาหารเกี่ยวกับการใส่บาตรในพื้นที่ดังกล่าวหารือแนวทางร่วมกันว่าจะมีแนวทางใดบ้างที่จะไม่ให้มีการปล่อยให้พระมายืนแช่อยู่ในบริเวณหน้าร้าน ซึ่งขณะที่มีการหารือทราบว่าร้านค้าก็มีปัญหากันด้วย จึงได้ขอนิมนต์ให้มีการยุติความขัดแย้งและเสนอแนวทางในการที่จะทำให้สามารถค้าขายได้ และพระภิกษุสงฆ์ก็ต้องประพฤติตนอยู่ในกรอบความเป็นระเบียบ สง่างาม ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนต่ออีกว่า ร้านค้าบางแห่งมีการรับเวียนอาหารที่ใส่บาตรไปแล้วจากพระโดยเป็นการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดทุกวันจนเป็นที่เอือมระอาและอยากให้มีการแก้ไขจัดระเบียบให้เกิดความสง่างามแก่คณะสงฆ์ด้วย

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า วันนี้ที่ลงตรวจก็ได้รับร้องเรียนมาเช่นเดิมแล้วก็พบพระภิกษุสงฆ์หน้าเดิมๆที่ยังปฏิบัติอยู่ วันนี้ก็ได้นิมนต์ไปปรับความเข้าใจแล้วก็ประสานทางเจ้าอาวาสให้ทราบว่าเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นก็อยู่ที่เจ้าอาวาสวัดนั้นๆ ว่าจะ ดำเนินการอย่างไร ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับร้านค้าที่จำหน่ายอาหารใส่บาตรและอาหารสำหรับประชาชน เจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครนครนครปฐมไว้เบื้องต้นว่าจะหาแนวทางอย่างไรในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน ซึ่งตอนนี้ได้รับข้อมูลมาหลายทางก็จะนำทั้งหมดมาหารือกันกับหน่วยงานเพื่อที่จะกำหนดบทบาทในการจัดระเบียบให้ได้อย่างจริงจังต่อไป

“ประเด็นปัญหาที่เจอคือ ญาติโยมมีความสะดวกเนื่องจากมาถึงตลาดแล้วก็สามารถซื้ออาหารใส่บาตรได้ทันทีไม่ต้องไปถึงวัด ด้วยความที่เป็นชาวพุทธเมื่อเห็นพระก็อยากทำบุญ ตรงนี้เองก็เป็นช่องทางที่จะทำให้พระภิกษุบางรูปอาศัยช่องทางรับผลประโยชน์อยู่เป็นประจำ ซึ่งจากนี้ก็อาจจะมีการขอความร่วมมือจากชมรมตลาดซอย 2 ที่จะนำพ่อค้าแม่ค้ามาหารือร่วมกันว่าเราจะกำหนดบทบาทได้อย่างไรให้ชัดเจน นับจากนี้ซึ่งอาตมาตั้งใจจะแก้ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมาแทบทุกวันให้ได้อย่างจริงจังต่อไป” หลวงพี่น้ำฝนกล่าว

หลวงพี่น้ำฝนกล่าวอีกว่า สำหรับคณะสงฆ์ของวัดไผ่ล้อมมีการกำชับว่าจะต้องเดินบิณฑบาตรับจากญาติโยมโดยไม่มีการยืนแช่  นี่คือกฎเหล็กของวัด หากพระภิกษุสงฆ์รายใดมีพฤติกรรมดังกล่าวก็จะมีการใช้กฎระเบียบขั้นเด็ดขาดนั่นคือการขับออกจากวัด เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ เป็นที่ยอมรับเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสวัดนั้นๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือจะนำแบบอย่างวัดไปล้อมไปปฏิบัติซึ่งก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับแนวคิดของท่านเจ้าอาวาสแต่ละวัดด้วย

*****************************************************************