อายุวัฒนมงคล 51 ปี หลวงพี่น้ำฝน

0
193

อายุวัฒนมงคล 51 ปี หลวงพี่น้ำฝน

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน ในบัดนี้อาตมาก็ถือได้ว่ามีอายุครบ 51 ปีบริบูรณ์แล้ว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ก็ถือได้ว่าอาตมามีอายุผ่านมาแล้วครึ่งหนึ่งของชั่วชีวิตคนจริง ๆ เพราะถ้าอายุมนุษย์มีได้ 100 ปี นี่ก็ครบ 51 ปีแล้ว และก็อยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์มาสามสิบปี…มากกว่าครึ่งหนึ่งของอายุ

ในวาระวันเกิดนั้น เราควรจะทำอะไรบ้าง ต่างคนก็ต่างมีมุมมองแตกต่างกันไป บางคนมองว่าวันเกิดเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลอง ก็เฉลิมฉลองด้วยสิ่งต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน เป็นวาระแห่งความปีติยินดี แต่บางคนก็มองว่า วันเกิดเป็นของไม่ควรฉลอง เพราะว่ามันเป็นวาระที่เราใกล้ตายขึ้นทุกวัน ๆ ควรจะมองควรจะคิดเป็นอย่างอื่นดีกว่า นี่ก็อีกมุมหนึ่ง บางคนมองว่า ควรจะทำบุญกุศล เพราะทางหนึ่ง วันเกิดเป็นเรื่องน่าฉลอง ฉลองที่เราไม่ตายไปเสียก่อน เพราะถ้าตายเสียก่อนก็คือหมดความเป็นมนุษย์อันเป็นชาติประเสริฐ รู้ทั้งรู้ว่าคนเรานั้นตายแน่ แต่การไม่ตายก่อนจะถึงเวลาอันควรนั้นเป็นเรื่องดีกว่า ส่วนอีกทางหนึ่ง แม้ควรฉลอง แต่ก็ไม่ได้ฉลองด้วยความหลงระเริงในชีวิตโดยไม่มีแก่นสาร เพราะคนโดยมากแล้วมักจะฉลองวันเกิดโดยลืมแก่นสารที่ว่าด้วย “เกิด” และ “ตาย” ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็มาบรรจบกันที่วันเกิด เพราะเมื่อถึงวันเกิด ก็ขยับเข้าใกล้ความตาย แต่ก็น่ายินดีที่ไม่ตาย ก่อนถึงเวลาควรจะตาย จึงได้มาฉลองวันเกิด อันนี้คือแก่นสารที่ทุกคนควรจะระลึกเอาไว้

วันเกิดควรเป็นเวลาแห่งการทบทวนชีวิต เพราะในเมื่อวันเกิดเท่ากับวันที่เราจะขยับเข้าหาความตายอีกขั้นหนึ่งแล้ว ก็ควรคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงการมีชีวิตอยู่ ว่าเรานั้นอยู่เพื่ออะไร อยู่อย่างมีคุณค่าหรือไม่ เพราะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละชั่วโมง นาทีนั้นล้วนมีค่า แต่มันไม่ย้อนกลับมาอีก มันเดินหน้าอย่างเดียว เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็คิดใคร่ครวญให้ดีสำหรับเวลาต่อไปที่กำลังจะมาถึงหลังจากวันเกิดนี้ โดยไม่ลืมว่า วันเกิดครั้งนี้จะเป็นวันเกิดสุดท้ายของเราหรือไม่ ทุกคนควรทดไว้ในใจแบบนี้ จึงได้ชื่อว่าไม่ประมาท

พระพุทธปัจฉิมวาจา มีอยู่ว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ความไม่ประมาทนั้นคือความไม่ประมาทในชีวิต รู้ให้แน่แก่ใจว่า ชีวิตคนเรานั้นแสนจะสั้น และพร้อมที่จะหมดไปเสมอ ดุจเปลวไฟในสายลม เมื่อถึงวันเกิดก็ควรจะนึกคิดไว้เสมอ ว่าตราบเท่าที่ชีวิตเรามีอยู่ เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่ากับที่เกิดมาเป็นมนุษย์ พบพุทธศาสนา

เหตุนี้ อาตมาก็เลยมีปณิธานอยู่ในใจเสมอว่า ทำเพื่อตัวเองก็อยู่แค่สิ้นลม แต่ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลมก็ยังอยู่ ฉะนั้น ชีวิตของอาตมาจากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ตั้งใจจะคำนึงถึงสังคม ญาติโยม ซึ่งได้ให้น้ำให้ข้าว ให้ปัจจัยในการดำรงชีวิต สนับสนุนพระพุทธศาสนา วัด และคณะสงฆ์

วันเกิดของอาตมาปีนี้ 12 มิถุนายน อาตมาและคณะศิษยานุศิษย์ผู้ร่วมบุญ มอบเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบดิจิตอล ยี่ห้อ Nikon retinastation มูลค่า 1,200,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เพื่อสนับสนุนกิจการสาธารณสุข เพื่อให้เป็นธนาคารสุขภาพสำหรับผู้ใช้บริการ ถือได้ว่าเป็นบุญใหญ่ที่อาตมาได้ร่วมกับศิษยานุศิษย์ทำขึ้น เป็นบุญที่ยั่งยืนยาว เพราะเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้ก็มีอายุการใช้งานยาวนาน และได้ใช้กันหลายคน สำเร็จเป็นบุญแก่ผู้ร่วมแรงร่วมใจทุกคน ขออนุโมทนา

คุณโยมเบญจวรรณ ริทเทอร์ โยมน้องสาวของอาตมา มอบเตียงผู้ป่วย และรถวีลแชร์ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง เป็นส่วนหนึ่งของมหากุศลเนื่องในอายุวัฒนมงคลปีนี้ อาตมาก็ขออนุโมทนายิ่ง เพราะว่าของเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากที่ทุกข์ก็ทำให้ทุกข์น้อยลงไป จากที่ไม่สะดวกก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ก็เป็นที่น่าชื่นใจ

ทำบุญกับโรงพยาบาลนี้ดี เพราะเป็นเรื่องทำบุญกับผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยเหลือผู้ป่วยให้บรรเทาความทุกข์ทรมาน คนป่วยนี้เวลาป่วยนี้มันทุกข์จริง ๆ ทุกข์อย่างบอกไม่ถูก ถ้ามีอะไรสักสิ่งให้เขาได้บรรเทาความทุกข์ไปได้ แค่เล็กน้อยก็นับว่าดีมากแล้ว และยังเป็นการช่วยเหลือแพทย์และพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งคนเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้เสียสละ เป็นผู้อุทิศตน เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานจากโรคของผู้ไข้ ทำบุญกับหมอ กับโรงพยาบาลนั้นเป็นบุญใหญ่โดยแท้

ในวันนั้น อาตมาได้กระทำพิธีนมัสการบูชาคุณพระรัตนตรัย อีกทั้ง พรหม เทพ เทพยดาอารักษ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จัดโต๊ะบวงสรวงโดย อาจารย์พรชัย (เบนซ์) นครปฐม และเหล่าศิษยานุศิษย์ มิตรสหาย ทั้งใกล้ทั้งไกล ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส มาแสดงมุทิตาแก่อาตมา เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคล เช่น คุณโยมสมชาติ สาลีพัฒนา (เฮียเงี๊ยบ) คุณโยมเบญจวรรณ ริทเทอร์ เป็นต้น อาตมาก็มีความยินดีน้อมรับคำอวยพรทั้งนั้น และขอให้พรทั้งหลายที่อาตมาได้รับมาในวันนั้น จงสำเร็จแก่ทุกท่านที่มาแสดงมุทิตา แก่ศิษยานุศิษย์ มิตรสหายของอาตมา และแก่ผู้อ่านทุกท่าน ให้มีความสุขความเจริญ ให้ได้รับพรเช่นเดียวกับที่ได้อวยพรอาตมา

คำอวยพรทั้งหลายก็เหมือนกับกำลังใจให้อาตมามีกำลังใจที่จะทำงานเพื่อสังคมและพระพุทธศาสนาสืบต่อไป และอาตมาเองก็ขอพรจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระบรมศาสดาของเรา ขอครูบาอาจารย์ มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลผู้ดุจดังบิดาเป็นต้น ขอพร โยมแม่บุญส่ง สุนทรสุวรรณ โยมแม่ที่อาตมาเทิดทูนเหนือสิ่งใด ขอให้อาตมามีกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ที่จะกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นไปด้วยชอบ ประกอบด้วยธรรม ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ให้ได้สานต่องานของหลวงพ่อพูล ก่อร่างสร้างสิ่งใหม่ให้เจริญถาวรในพระบวรพุทธศาสนาสืบไป

ขอเจริญพร      

 

หลวงพี่น้ำฝน : 19 มิถุนายน 2566