อย่าโง่เป็นควาย เสียรู้ให้แฮกเกอร์

0
167

อย่าโง่เป็นควาย เสียรู้ให้แฮกเกอร์

               เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน ทุกวันนี้มนุษย์เรามีโลกอยู่สองใบ โลกหนึ่งคือโลกจริงที่เราลืมตาตื่นขึ้นมาเจอ ใช้ชีวิต กินข้าว ทำงาน สังสรรค์ จนนอนหลับไปในวันหนึ่งคืนหนึ่งเช่นนี้ทุกวัน กับโลกอีกใบคือ โลกออนไลน์ เป็นโลกเสมือนที่เราจะเข้าไปในนั้นเมื่อเราเปิดหน้าจอใด ๆ ขึ้นมาก็ตาม เป็นโลกที่กว้างใหญ่ไร้พรมแดน ย่อโลกทั้งใบลงได้ในหน้าจอเดียว โลกสองใบนี้ ใบหนึ่งเป็นโลกจริง ใบหนึ่งเป็นโลกเสมือน แต่สองใบนี้มีอะไรที่เหมือนกัน คือ มีภัยอันตรายไม่ต่างกัน โลกจริงว่ามีภัยมากมาย แต่โลกเสมือนก็ไม่ต่างกัน อีกทั้งอาจจะแนบเนียน และอันตรายกว่าด้วยซ้ำในบางกรณี

พื้นที่ส่วนตัวในโลกออนไลน์ก็เหมือนบ้านของเรา ที่วันดีคืนดีอาจจะมีบุคคลไม่พึงประสงค์บุกรุกเข้ามาทำบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่ต้องการ (แต่เป็นความต้องการของบุคคลไม่พึงประสงค์นั้น) บุคคลเช่นว่านั้น บางทีก็มีวิธีพิเศษที่แม้เราจะลงล็อก ลงรหัสผ่านไว้อย่างดี แต่ก็สะเดาะกลอนเข้ามาได้ บุคคลเช่นนี้ในโลกออนไลน์เรียกว่า แฮกเกอร์ ทุกวันนี้เราก็มักจะเห็นข่าวแนวนี้บ่อย ๆ แฮกเกอร์ไปแฮ็กเว็บนู้นเว็บนี้บ้าง หรือว่าไปสวมรอยเป็นคนนู้นคนนี้ เพื่อหาผลประโยชน์จากคนอื่น หลอกให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นผู้ที่ถูกแฮ็ก แบบนี้ก็มีมาก ยิ่งช่วงไม่กี่เดือนมานี้ก็มีหลายราย หลายคนได้รับข้อความขอยืมเงินแบบแปลก ๆ จากคนที่คุ้นเคยกันดี แต่ว่าคนที่คุ้นเคยกันดีนั้นไม่รู้เรื่องเลยก็มี แต่ด้วยความที่ฉากหน้าของแฮกเกอร์คือคนที่เราคุ้นเคย ก็ทำให้เสียรู้ไปอย่างน่าเสียดาย การยืมเงินนั้นเป็นการยืมเงินทิพย์ เพราะยืมแล้วยืมเลย สัญญาเจ็ดชั่วโคตร เสร็จแล้วก็หายไปเสียดื้อ ๆ ไม่คืนเงิน ตามตัวก็ไม่ได้ด้วย

แต่หลายคนที่เกือบโดน เกือบหลงกลมิจฉาชีพนั้นก็บอกว่า มันก็มีจุดสังเกตอยู่ คือบัญชีเขาให้โอนเงินไปนั้นมันไม่ใช่บัญชีของคนที่เราคุ้นเคยเลย แต่เป็นบัญชีอะไรก็ไม่รู้ บอกว่าเป็นบัญชีของร้านบ้าง พอดีว่าซื้อของเอาไว้ แต่ว่าไม่มีเงินจ่าย จะขอยืมให้ฝากโอนไปให้ก่อน พอเห็นแบบนี้ก็เอะใจแล้วว่ามันแปลก ๆ นะ พอทางนั้นรู้ว่าเราจะจับได้ว่าเป็นการขอยืมเงินทิพย์ ก็หายไปเลยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมลบเฟซหนีอีกต่างหาก ร้ายกาจจริง ๆ

เรื่องแบบนี้ก็มาเกิดขึ้นใกล้ชายคาวัดไผ่ล้อมเช่นเดียวกัน เมื่อเฟซบุ๊กของพี่ชายอาตมานั้นถูกแฮ็กไป และเมื่อแฮ็กแล้วก็ไปขอยืมเงินคนอื่น และประเด็นคือ คนที่ถูกขอยืมนั้นก็คือหลานของอาตมาเอง

มิจฉาชีพตัวดี ใช้เฟซบุ๊กพี่ชายอาตมาทักไปขอยืมเงิน ปรากฏว่าคนที่ถูกขอยืมคือหลานอาตมา หลานอาตมาเห็นเป็นญาติใกล้ชิดกัน เห็นหน้ากันทุกวันแท้ ๆ จะว่าเสียรู้ หรือโง่ก็ได้ ให้ยืมไปตั้งสองรอบ รอบหนึ่งห้าพัน อีกรอบเจ็ดพัน รวมเป็นหนึ่งหมื่นสองพันบาท เงินก้อนใหญ่เลยทีเดียว

แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ เพราะพี่ชายอาตมาไม่ได้รู้เห็นอะไรเลย พี่ชายนั่นแหละที่โดนแฮ็ก และคนแฮ็กก็ฉลาดนะ มันก็เลือกคนขอเงินถูกด้วย อาตมาเห็นดังนั้นก็เอ็ดหลานใหญ่เลยว่าโง่เป็นควายหรือเปล่า พี่ชายอาตมาคนนี้ ตัวเองก็เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน ไม่ได้เอะใจอะไรเลยหรือ คนเห็นหน้ากันทุกวันแบบนี้ ถ้าจะขอยืมเงินก็น่าจะมาบอกกับตัวมากกว่า แล้วโอนให้เขาไปตั้งสองรอบ เงินเป็นหมื่นเลยนะ ก็จงจำเป็นบทเรียนไว้เลยแหละว่า อย่าโง่เป็นควาย เสียรู้ให้ใครง่าย ๆ แบบนี้อีก

คนเราต้องช่างสังเกต ระแวดระวังภัยรอบตัวอยู่เสมอ แม้แต่ในโลกเสมือนอย่างในโลกออนไลน์ ที่ภัยต่าง ๆ มักจะมาอย่างแนบเนียนและไม่ทันระวังตัว แต่เมื่อพลาดแล้วก็เสียหายใหญ่โต เรื่องนี้มิจฉาชีพเขาหลอกคนใกล้ตัวของคนที่ถูกแฮ็ก ก็คงจะอาศัยความไว้วางใจของเหยื่อจนไม่ทันระวังตัว แต่จริง ๆ แล้วเราต้องระวัง ต้องรู้จักหาจุดผิดสังเกต มิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย คนที่ตกเป็นเหยื่อนั้นก็ล้วนตกเป็นเหยื่อด้วยความไว้วางใจทั้งสิ้น ไว้วางใจจนไม่ทันได้สังเกตอะไรเลย

ภัยแบบนี้บางทีไม่ใช่เรื่องเงินเรื่องทอง แต่เป็นเรื่องอื่นที่ทำให้เราเสียหาย แต่อีกฝ่ายได้ผลประโยชน์ เช่น หลอกให้ถ่ายภาพวาบหวิวไปจนถึงอนาจาร คนที่หลอกก็หลอกให้วางใจ แม้ไม่เคยเจอหน้าค่าตากันมาก่อน หลอกให้สนิทสนมจนถึงขั้น คนถูกหลอกก็ทำตามที่มิจฉาชีพต้องการ สรุปสุดท้ายคือรูปตัวเอง คลิปตัวเองไปอยู่ตามเว็บต่าง ๆ นำไปขาย กระจายไปทั่วชนิดว่าหาต้นตอไม่ได้ ที่เขาว่าเป็นคลิปหลุดอะไรนี่แหละ แบบนี้ก็ต้องระวัง เรื่องแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ

ฉะนั้น ความไว้เนื้อเชื่อใจเกินไป ก็เรียกว่าเป็นความประมาทอย่างหนึ่งเหมือนกัน ยิ่งในโลกเสมือนด้วยแล้วก็ยิ่งต้องระวัง เพราะเราไม่เห็นตัวตนจริง ๆ เห็นแค่หน้าว่าเป็นญาติ แต่ไม่รู้ตัวว่านั่นเป็นญาติทิพย์ หรือรู้สึกสนิทสนมมากกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยเห็นหน้า แค่คุยกันถูกคอถูกใจ แต่สุดท้ายกลายเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ มีคนซื้อไอโฟนทางออนไลน์แต่ได้ก้อนอิฐฉันใด อันตรายจากโลกออนไลน์ก็เป็นฉันนั้น

ก็เหมือนเรื่องพระอภัยมณี ตอนสุดสาครเจอชีเปลือย ที่จริงสุดสาครกับชีเปลือยก็ไม่เคยเจอกัน แต่สุดสาครเห็นชีเปลือยดูเป็นพวกผู้ทรงศีลเหมือนตนที่อยู่ในเพศฤๅษีก็มีความศรัทธา หลงเชื่อชีเปลือยคิดว่าชีเปลือยเป็นผู้วิเศษจริง ๆ ชีเปลือยอยากได้ม้านิลมังกรก็ลวงสุดสาครไปยังปากเหว บอกว่าจะสอนสุดยอดมนตร์ ทำให้ข้ามฝ่าน้ำกรดได้ พอสุดสาครนั่งสมาธิได้ที่ก็ผลักตกเหวไป จึงได้ม้านิลมังกรสมปรารถนา สุดสาครเสียใจมาก นึกถึงพระฤๅษี พระโยคีจึงขี่รุ้งมา “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”

โลกจริง และโลกออนไลน์ ก็เป็นเช่นนี้แหละ มนุษย์ที่ใจคด คดยิ่งกว่าเถาวัลย์จริง ๆ ขอเจริญพร

 

หลวงพี่น้ำฝน : 8 ธ.ค.64