องค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ จี้สถาบันอิสราเดินหน้าสอบการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ แนะเชิญบุคคลภายนอกเข้าร่วม ให้วิชาชีพสื่อสง่างาม

0
370

สำนักข่าว Thai R News – วันนี้ (19 กันยายน) เครือข่ายบุคคลและองค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ โดยนางทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ในนามตัวแทนกลุ่มผู้ออกแถลงการณ์ เปิดเผยข้อความในแถลงการณ์เรียกร้องความรับผิดชอบจากสถาบันและสำนักข่าวอิศราและองค์กรวิชาชีพสื่อ โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม กรณีข่าวการคุกคามทางเพศระหว่างผู้บริหารและพนักงานในองค์กรสื่อ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ผู้บริหารองค์กรสื่อแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศพนักงานในสังกัด และประกาศเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 จะจัดตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว  ต่อมาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และข่าวในสื่อกระแสหลัก ระบุว่า เหตุการณ์การคุกคามทางเพศดังกล่าวเกิดขึ้นที่สถาบันและสำนักข่าวอิศรานั้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา สถาบันและสำนักข่าวอิศราได้ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับ ในนามประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอิศรา และในนามพนักงานของสถาบันและสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนหรือผู้เสียหาย รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดแจ้ง มีเพียงข่าวลือข่าวซุบซิบ”* และ “เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล”* อีกทั้งยังยืนยันรับรองว่า ผู้บริหารสถาบันและสำนักข่าวอิศราที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ มิได้มีพฤติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด

เป็นที่น่าสังเกตว่า สถาบันฯ มีวินิจฉัยยืนยันรับรองดังกล่าว โดยอาศัยเพียงข้อมูลจากการสอบถามถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ จากบุคคลแวดล้อม และจากตัวผู้ถูกกล่าวหาเอง และโดยอาศัยความเชื่อมั่นในตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ผู้เสียสละตนเป็นตัวแทนและเป็นเบื้องหน้า ทำหน้าที่ต่าง ๆ แทนคณะกรรมการบริหารสถาบันอิศราอย่างใกล้ชิดและเข้มแข็งตลอดมา”** และ “มีประวัติในการทำงานภายใต้กรอบจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อปกป้องประโยชน์ของส่วนร่วมมาโดยตลอด”*

แถลงการณ์ของสถาบันและสำนักข่าวอิศรา ยังระบุด้วยว่า การกล่าวหาผู้บริหารของสถาบันฯ ในครั้งนี้ เป็นการกระทำของ “ผู้ประสงค์ร้ายและต้องการทำร้ายชื่อเสียงและทำลายเกียรติคุณที่สะสมมายาวนานของสถาบันอิศรา”** เป็นผลจากการที่สถาบันและสำนักข่าวอิศราได้ทำหน้าที่สื่อตรวจสอบการทุจริตของบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา ทำให้ “ผู้ที่ได้รับผลกระทบและคนบางกลุ่มแอบแฝงหยิบเป็นประเด็นโจมตีและมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้บริหารสถาบันอิศรา และมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของสำนักข่าวและสถาบันอิศรา”*

จากแถลงการณ์ดังกล่าว จึงคาดการณ์ได้ว่า สถาบันและสำนักข่าวอิศราจะไม่ดำเนินกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม ในกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

เครือข่ายบุคคลและองค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของบุคคลและองค์กรที่ทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศในสังคมไทย เห็นว่า ปฏิกิริยาตอบโต้ต่อข่าวการคุกคามทางเพศภายในองค์กรของสถาบันและสำนักข่าวอิศรา ยังไม่ได้แสดงถึงความรับผิดชอบของสถาบันฯ อย่างเพียงพอ เพราะแทนที่จะเร่งรัดให้มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม สถาบันฯ กลับรีบด่วนออกมาประกาศยืนยันรับรองความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา และประกาศจะต่อสู้ยืนหยัดร่วมกับผู้ถูกกล่าวหา โดยอาศัยเพียงการสอบถามข้อมูลจากบุคคลแวดล้อมและตัวผู้ถูกกล่าวหาเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่รอบด้าน และมีโอกาสสูงที่จะเป็นข้อมูลที่โน้มเอียงเข้าข้างผู้ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ สถาบันและสำนักข่าวอิศรายังหยิบยกเอาประวัติคุณงามความดีในการปฏิบัติงานด้านอื่นของผู้ถูกกล่าวหา มาเป็นเหตุผลรับรองความบริสุทธิ์ในกรณีการคุกคามทางเพศ ซึ่งแม้คุณงามความดีดังกล่าวจะเป็นความจริงที่สังคมยอมรับ แต่การที่บุคคลมีประวัติการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านอื่น ไม่ใช่หลักฐานข้อพิสูจน์โดยชัดแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวจะไม่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน

ในกรณีที่สถาบันและสำนักข่าวอิศรากล่าวอ้างว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรียนหรือผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศที่เกิดในสถาบันฯ ออกมาแสดงตัว ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีในการที่สถาบันฯ จะนิ่งเฉยไม่ดำเนินกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงใด ๆ เพราะหากสถาบันฯ มีความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะทำความจริงในเรื่องดังกล่าวให้ปรากฏ ย่อมไม่พ้นวิสัยของสถาบันฯ ที่จะสืบหาตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้เสียหาย และมอบหมายให้คณะบุคคลที่ไว้วางใจได้ว่าเป็นกลางและมีความละเอียดอ่อน ทำหน้าที่สอบถามปากคำจากผู้ร้องเรียนหรือผู้เสียหายได้

การที่สถาบันและสำนักข่าวอิศรา กล่าวหาว่า ผู้ที่เป็นต้นตอของการเผยแพร่ข่าวการคุกคามทางเพศดังกล่าว คือ ผู้เสียผลประโยชน์หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการรายงานข่าวการทุจริตต่างๆ ของสถาบันฯ และยังมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวรายหนึ่ง (ตามแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งของสถาบันฯ ออกเมื่อ 16 ก.ย. 60) ด้วยนั้น ถือเป็นการปักป้ายเหมารวมผู้ที่อาจเป็นผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศโดยแท้จริง หรือเป็นผู้ที่รับทราบข้อมูลและต้องการเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมโดยบริสุทธิ์ใจ และอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะปิดปาก มิให้บุคคลเหล่านี้กล้าออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือเรียกร้องใด ๆ ต่อไป

วิธีการตอบโต้ต่อสถานการณ์ของสถาบันและสำนักข่าวอิศราดังกล่าวข้างต้น ได้สร้างความคลางแคลงใจในความจริงใจและมุ่งมั่นของสถาบันฯ ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อมีการกล่าวหาว่ามีการประพฤติผิดหรือใช้อำนาจโดยมิชอบภายในสถาบันฯ เอง และจะทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันฯ ในฐานะองค์กรสื่อที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประพฤติผิดและใช้อำนาจโดยมิชอบในหน่วยงานต่าง ๆ อย่างจริงจังและมุ่งมั่นมาโดยตลอด

ในการนี้ เครือข่ายบุคคลและองค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ จึงขอเรียกร้องให้สถาบันและสำนักข่าวอิศราแสดงความรับผิดชอบ โดย

  1. เร่งดำเนินการให้มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม โดยเชิญบุคคลภายนอกที่มีความเป็นกลาง และมีประสบการณ์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้อำนาจทางเพศโดยมิชอบ เข้าร่วมการตรวจสอบด้วย
  2. เปิดทางให้องค์กรวิชาชีพสื่อดำเนินกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่กันไป
  3. เสนอแนะให้ผู้เกี่ยวข้องถอนแจ้งต่อความผู้เผยแพร่ข่าวตามที่ได้มีการแจ้งความไว้

สุดท้ายนี้ เครือข่ายบุคคลและองค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ ขอเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพสื่อที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ให้ถึงที่สุดด้วย

เพื่อให้วิชาชีพสื่อมีความสง่างาม และคงความน่าเชื่อถือ ในฐานะวิชาชีพที่มุ่งนำเสนอความจริงเพื่อความถูกต้องเป็นธรรมในสังคมต่อไป

เครือข่ายบุคคลและองค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศ

19 กันยายน 2560

*    แถลงการณ์จากพนักงาน กรณีผู้บริหารสถาบันอิศราถูดพาดพิงทำให้เสียหาย โดย พนักงานของสถาบันอิศราและ

สำนักข่าวอิศรา – 15 ก.ย. 60

 

**  แถลงการณ์กรณีผู้อำนวยการสถาบันฯ ถูกกล่าวหา โดย ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอิศรา – 15 ก.ย. 60