“องคมนตรี” แนะพระสงฆ์ต้องปรับวิธีเผยแผ่พุทธศาสนาเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันเข้าวัดน้อยลง

0
50

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2565 ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชามอบให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาบุคลากรเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วประเทศ โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวให้โอวาท ว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์โดยตรง ที่ต้องทำหน้าที่ในการเผยแผ่ในฐานะเป็นพุทธสาวก พระพุทธศาสนาจะเจริญยั่งยืนอยู่ต่อไปได้ ต้องอาศัยการเผยแผ่เป็นหลัก การที่นักเผยแผ่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ 1.เราต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ 2.มีวิธีการเผยแผ่ 3.เป็นผู้เสียสละ และ 4.เป็นผู้มีจิตสำนึก สำนึกในหน้าที่ของตัวเราเอง สำนึกถึงบุคคลที่เราจะไปเผยแผ่ ว่าจะได้ประโยชน์อะไร การเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น หากพระสงฆ์ไม่ทำทั้งที่เป็นพุทธสาวก เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แล้วใครจะมาทำ ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ ละเว้นไม่ได้ การเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาต้องตอบแทนบุญคุณของพระศาสนาด้วย

 

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย บรรยายพิเศษ เรื่อง การเผยแผ่กับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ว่า ปัจจุบันทุนเล่าเรียนหลวงฯ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.ทุนเปรียญธรรม 6-9 ประโยค 2.ทุนระดับอุดมศึกษาด้านพุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก 3.ทุนอบรมพระนักเทศน์ 4.ทุนอบรมพระวิปัสสนาจารย์ 5.ทุนอบรมพระธรรมจาริก ซึ่งในส่วนของการเทศน์นั้นถือเป็นหน้าที่หลักในการเผยแผ่ของพระสงฆ์ แต่ปัจจุบันกลับเห็นน้อยลง ขณะเดียวกันควรหาวิธีในการส่งพระวิปัสสนาจารย์ไปสอนนักเรียนให้มากขึ้น เพราะจะช่วยในเรื่องสมาธิของนักเรียนได้ ส่วนในเรื่องการส่งพระธรรมทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่พบว่าในประเทศยังมีพื้นที่ห่างไกลอีกหลายแห่งที่ประชาชนต้องการศาสนา ดังนั้นคณะสงฆ์ควรวางยุทธศาสตร์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย(มท.) ในการสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้คณะสงฆ์มีพระธรรมจาริกทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่ห่างไกลอยู่แล้ว แต่ควรทำงานเชิงรุกร่วมกับมท. มากขึ้น นอกจากนี้คณะสงฆ์ต้องพยายามปรับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันเข้าวัดน้อยลง เช่น การจัดเทศน์ออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊คไลฟ์ ยูทูป เป็นต้น โดยทางนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ทำแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

“โครงสร้างประชากรในประเทศไทยเปลี่ยนไปเยอะมาก เด็กเกิดน้อยลง คนสูงอายุมากขึ้น คณะสงฆ์จะรับมืออย่างไร ขณะเดียวกันโลกใบนี้เป็นอินเตอร์เน็ตไปแล้ว ต้องคิดด้วยว่า จะนำเอาพุทธธรรมไปให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างไร” องคมนตรี กล่าว

ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดโครงการประชุมสัมมนาบุคลากรการเผยแผ่ฯทั่วประเทศในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรการเผยแผ่ได้มีทักษะองค์ความรู้ที่จะขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ มีความตระหนักและเข้าใจบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามระเบียบมส. ว่าด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พ.ศ.2564 อันจักนำไปสู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่มีความเป็นเอกภาพและสร้างสังคมสันติสุข โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัด คณะกรรมการการเผยแผ่เพื่อทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย และคณะกรรมการอื่นๆ ที่แต่งตั้งตามระเบียบมส.ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน

*****************************************************************