หวั่นผู้ติดสุราเรื้อรัง “ลงแดง” หลังออกมาตรการห้ามขายเหล้าเบียร์

0
416

 

ผอ.รพสต.ห่วงผู้ติดสุราเรื้อรัง แนะสร้างกลไกตามหาผู้ติดเหล้า เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา คนใกล้ชิดเฝ้าสังเกตอาการ  ขณะที่อดีตเซียนเหล้า ชี้ใช้โอกาสนี้ลด ละ เลิก วอนงดปาร์ตี้สังสรรค์ช่วยหยุดโควิด

วันนี้ (17เมษายน ) นายพิชิตชัย  นำนาผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านย่านยาว ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช  กล่าวว่า การออกประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด–19 ถือเป็นมาตรการที่ดี เพราะเป็นช่วงที่ทุกคนควรอยู่บ้าน เว้นระยะห่าง งดสังสรรค์ปาร์ตี้ ซึ่งคนในตำบลเข้าใจกติการ่วมกัน แม้มาตรการนี้จะกระทบกับผู้ที่มีอาการติดสุราอยู่บ้าง ทางรพสต.จึงร่วมกับ ทีม อสม.ลงพื้นที่สำรวจ ขณะนี้มีคนที่ติดสุราเรื้อรังในพื้นที่ 7 ราย ในจำนวนนี้สมัครใจใช้โอกาสนี้ลดละการดื่ม มีเพียง 1 รายเป็นชายอายุ 28 ปี อาการหนัก ตัวซีด ปวดท้อง มือไม้สั่น จึงต่อส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราช เพื่อประเมิน อาการและรับการรักษาต่อไป ซึ่งเราต้องเร่งติดตามผู้ติดสุราเรื้อรังให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ก่อนจะเกิดความสูญเสีย โดยส่วนใหญ่ในพื้นที่จะรู้กันว่าใครอยู่บ้านไหน ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ทำใกล้ชิดกันอยู่แล้ว

“เราได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่มีอาการขาดสุรา หรือลงแดง คือจะมีทีมประเมินและทีมส่งต่อ ซึ่งจากการสำรวจ พบหลายราย ที่ลำบาก ไม่มีที่อยู่ ตกงาน ซึ่งเราจะต้องเข้าช่วยเหลือโดยร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน อบต. ผู้นำชุมชน กระทรวงพม. เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งหากรัฐบาลจะขยายประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปอีก ทางตำบลก็ยินดี เพราะครอบครัวส่วนใหญ่เห็นด้วย ดีใจที่ไม่มีคนดื่ม แต่ควรมีระบบรองรับผลกระทบที่ตามมาด้วย แม้ตอนนี้ รพสต.  อสม.จะทำงานหนักมากขึ้น แต่เราก็เต็มใจและมีความสุขที่ได้ช่วยคนไทย  ช่วยพี่น้องเราในยามยากลำบากนี้ เพียงขอให้ส่วนกลางช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันให้ อสม.อย่างเหมาะสมด้วย เพราะอสม.ต้องทำงานเสี่ยงการติดเชื้อ” นายพิชิตชัย  กล่าว

นายสุไกร สูงหางหว้า อายุ 58 ปี ชวนจังหวัดชุมพร อดีตผู้ที่เคยติดสุรา กล่าวว่า เริ่มดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุ 25 ปี ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ แม้เคยคิดจะเลิกแต่เลิกไม่ได้ ยิ่งดื่มหนักกว่าเดิม เรียกว่าดื่มเหล้าแทนน้ำ วันไหนที่ไม่ได้ดื่มจะมือไม้สั่น พออายุ 55 ปี ผลกระทบจากการดื่มเหล้าเริ่มเห็นชัดเจน มีปัญหาสุขภาพ ไปทำงานไม่ไหว หนี้สินเพิ่มมากขึ้น เป็นหนี้นอกระบบ มีปัญหาในครอบครัว ลูกไม่อยากคุยด้วย ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเหล้าได้ เพราะสุขภาพแย่ลง และลูกชายขอร้องให้เลิกเหล้า โดยตั้งใจจะบวชให้ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเลิกเหล้าใช้วิธีสติบำบัดออกกำลังกาย นั่งสมาธิ อยู่กับตัวเอง ทำให้นิ่งขึ้นได้คิดทบทวนอะไรได้มากขึ้น ยิ่งตอนนี้มาทำหน้าที่เป็น อสม.ได้อย่างเต็มกำลัง ได้ช่วยเหลืองานสังคม ได้เป็นวิทยากรบรรยายแนะนำให้คนที่ดื่มเหล้าเปลี่ยนแปลงความคิด เลิกเหล้าได้สำเร็จ

“ในช่วงวิกฤตโควิด และมีมาตรการห้ามขายเหล้าเบียร์นี้  คนที่ดื่มหนัก ควรค่อยๆ ลดปริมาณลง ยิ่งช่วงนี้มีโควิด ใครที่ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน มีภูมิต้านทานน้อย ยิ่งเสี่ยงติดโควิด ควรงดการสังสรรค์ และใช้โอกาสนี้ลดละเลิกเหล้าเอาเงินมาหยอดกระปุกเป็นค่าเทอม ค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟในบ้าน เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ไม่รักตัวเองก็ควรรักครอบครัว อย่าให้ลูกเมียต้องเดือดร้อน สิ่งสำคัญได้ทำประโยชน์ช่วยเหลือคนอื่นเพื่อไม่เป็นภาระใคร  ทั้งนี้หากต้องการปรึกษา วางแผนในการเฝ้าระวังช่วยเหลือผู้ติดสุรา ก็สามารถโทรไปปรึกษา 1413ได้” นายสุไกร กล่าว

นางดวงรัตน์กานต์  ปะทิรัมย์ อสม.หมู่ 5 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร  กล่าวว่า ตนเป็น อสม.ตั้งแต่ปี 2545  หลายๆ เคสที่สามารถเลิกเหล้าได้เพราะความร่วมมือจากครอบครัวด้วย รวมไปถึง อสม.ในพื้นที่   และที่นี่ยังมีการเชิญชวนเคสเข้าโครงการสติบำบัด การปรับสภาพจิตใจ มีการติดตามเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง มีส่วนหนึ่งที่เลิกได้ บางส่วนก็ลดละเลิก

“ปกติ อสม.จะต้องดูแลรับผิดชอบ คนในหมู่บ้าน 10-1 5ครัวเรือน ยิ่งช่วงนี้มีมาตรการห้ามขายเหล้าเบียร์ อสม.จะต้องรู้ว่าใครเสี่ยง ไม่เสี่ยงในการดื่มเหล้าหนัก โดยการประเมิน ดูแล พูดคุยเบื้องต้น เรามีคนหัวใจเพชรเลิกเหล้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยงครอบคลุมทั้งตำบล สิ่งสำคัญคือต้องให้กำลังใจผู้ที่ดื่มหนัก คอยห่วงใยดูแล ประเมินสภาพความเป็นอยู่ หากพบว่า อาการหนักรับมือไม่ได้ก็ต้องรีบส่งต่อโรงพยาบาล  ข้อสำคัญคนใกล้ชิดอย่าปล่อยให้เขาอยู่เพียงลำพัง  เพราะหากเกิดอาการภาพหลอน ใจสั่น มีไข้สูง เพ้อ อาจนำไปสู่การช็อคและเสียชีวิตได้ อสม.ถือเป็นด่านหน้า คัดกรอง และเรายังต้องดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง  เป็นผู้ส่งยา เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีเชื้อไวรัสโควิด-19” นางดวงรัตน์กานต์ กล่าว