“หลวงพี่น้ำฝน” แจงข่าวลือวัดไผ่ล้อมจะยกเลิกพื้นที่ให้บริการเจาะเลือดของรพ.นครปฐม ยืนยันยังให้การอนุเคราะห์เหมือนเดิม เตรียมขยายตรวจรักษาเบาหวาน-ความดันโลหิต

0
88

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก จ.นครปฐม ว่า ตามที่มีกระแสข่าวลือจากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนครปฐม พูดร่ำลือเกี่ยวกับเรื่องพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน ยกเลิกพื้นที่ที่ทางโรงพยาบาลนครปฐมมาเปิดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและคนไข้ได้ตรวจเจาะเลือด-รักษา ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดไผ่ล้อม ทำให้ชาวบ้านหลายคนต่างไม่พอใจและพูดกันปากต่อปากทำให้ทางวัดและทางโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังวัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม จึงพบว่าเหตุการณ์ทุกอย่างยังคงเป็นปกติดี มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม

นอกจากนี้ยังนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม ได้ลงพื้นที่เยี่ยมคลินิกเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในวัดไผ่ล้อม เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดบริการคลินิกโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงแบบครบวงจร ภายในวัดไผ่ล้อม ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครปฐม ได้มารับบริการ ตรวจรักษาโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการโดยทีมแพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลนครปฐม เพื่อให้ประชาชนเข้ารับบริการได้สะดวก รวดเร็ว มาตรฐานเดียวกับการไปรับบริการที่โรงพยาบาลนครปฐม โดยได้รับความเมตตาจากพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน ในการขยายบริการคลินิกเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้ามารับบริการได้ในวันราชการ จันทร์ถึงศุกร์ตั้งแต่เวลา 8.30 ถึง 16.30 น. สำหรับบริการเจาะเลือดก็สามารถมารับบริการได้ตามนัด ตามเวลาเดิม

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า ทางวัด และโรงพยาบาลได้มีการช่วยเหลือประชาชนมายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว รวมถึงอาคารสถานที่ เจ้าหน้าที่วัด เด็กวัด ก็เข้ามาร่วมมือช่วยเหลือกัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านที่จอดรถ เนื่องจากโรงพยาบาลนครปฐมเปิดศูนย์รักษาเบาหวาน ความดัน หัวใจ โรคไต และเจาะเลือด ตั้งแต่ในช่วงโควิดระบาดหนักที่ผ่านมาแล้ว เพราะโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะให้บริการเจาะเลือดได้ จึงมาใช้สถานที่ของวัดไผ่ล้อม โดย 1 วันมีผู้เข้ารับการเจาะเลือดไม่ต่ำกว่า 400 คน

แต่ขณะนี้ ได้มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า หลวงพี่น้ำฝนจะปิดศูนย์บริการและทางวัดไผ่ล้อมจะไม่ให้ใช้สถานที่ หรือพยายามจะย้ายการดูแลรักษานี้ออกพ้นจากวัดไป หลวงพี่น้ำฝนจึงออกมาชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเพราะทางวัดได้ให้การสงเคราะห์อยู่แล้ว เมื่อโรงพยาบาลมาขอความอนุเคราะห์กับทางวัด อาตมาก็อำนวยความสะดวกให้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่และเด็กวัดก็ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ ทั้งหมดทำด้วยจิตอาสาเพื่อช่วยโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่าทางวัดมีการบริการที่เริ่มแออัดมากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่จะขยายไปที่อุทยานชัยพัฒนา จึงขึ้นอยู่ว่าทางโรงพยาบาลจะมีการบริหารจัดการอย่างไร อาตมาไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ โรงพยาบาลจะจัดสรรเองว่า คนไข้ส่วนใดจะไปรักษาที่จุดใด ทางวัดไผ่ล้อมก็ยังคงให้การอนุเคราะห์เหมือนเดิม แต่เป็นนโยบายของโรงพยาบาลที่ต้องการขยายพื้นที่ออกไปเพื่อลดการแออัดเท่านั้น

*****************************************************************