หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม ลั่น!! ต้องช่วยญาติโยม พร้อมอนุเคราะห์สวด-เผาศพผู้ป่วยไวรัสโควิด-19

0
154

หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ประกาศไม่กลัวโควิด-19 วัดไหนไม่รับประกอบพิธีทางศาสนากับศพติดเชื้อไวรัสโควิด-19  วัดไผ่ล้อมยินดีดำเนินการ หากเป็นศพอนาถาพร้อมจัดงานให้ฟรี เผยหากญาติผู้เสียชีวิตที่หนักใจไม่มีที่ไปให้ติดต่อมาได้เลย ด้านแพทย์นิติเวช แจงศพติดเชื้อจะถูกบรรจุแน่นหนาแต่ต้องพิธีการให้กระชับรวดเร็วไม่เปิดแพ็คที่บรรจุมา และไม่จัดให้คนหมู่มากมารวมตัวกันในศาลาประกอบพิธีหลายวัน ลดการแพร่เชื่อจากคนสู่คนเป็นหลัก

วันนี้ (24 มี.ค. 63) จากรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ก รายหนึ่งได้ระบุว่า บิดาซึ่งเป็นคนไทยรายที่ 2 ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 เมื่อวานนี้เวลา 20.09 น. โดยมีข้อความว่า “ พ่อจากไปแล้วเมื่อเวลา 18.10 น. ผลสืบเนื่องจากโควิดที่ ทำลาย ปอด เชื้อหายแต่อวัยวะไม่สามารถฟื้นกลับมา พ่อสู้ ไอ้โรคบ้านี้มาเกือบ 2 เดือน # ไม่ต้องห่วงลูกๆ นะ รักที่สุด” ซึ่งพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นชาวสมุทรปราการ อายุ 70 ปี อาชีพขับรถทัวร์ให้นักท่องเที่ยวชาวจีน รักษาตัวนาน 50 วัน โดยเสียชีวิตที่สถาบันบำราศนราดูร จากนั้นได้มีกระแสของลูกชายผู้เสียชีวิตได้ออกมาแสดงความเสียใจและวิตกเนื่องจากได้ประสานให้มีการประกอบพิธีทางศาสนาและทำการฌาปนกิจ หลายวัด แต่ได้รับการปฎิเสธ และคิดว่าน่าจะมีมาตรการมารองรับสำหรับเรื่องดังกล่าวนั้น

ต่อมา พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เผยว่า เมื่อเช้าได้มีลูกศิษย์มาสอบถามเรื่องดังกล่าวว่า หากเป็นวัดไผ่ล้อม จะพร้อมในการจัดพิธีเผาศพให้ผู้เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งจากที่ได้อ่านจากข่าวก็ตกใจที่ไม่มีวัดใดกล้ารับศพ ซึ่งเรื่องนี้ อาตมาบอกได้เลยว่า หากโยมที่เป็นลูกชายหรือญาติคนที่เสียชีวิตไม่มีที่จะประกอบพิธีทางศาสนา หรือเผาศพบิดา ทางวัดไผ่ล้อมยินดีที่จะรับไว้ดำเนินการให้ เพราะไม่ได้วิตกกับเรื่องนี้ โดยที่ผ่านมาวัดไผ่ล้อมได้มีการจัดการกับศพอนาถา หรือศพที่ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ และโรควัณโรคมาแล้วมากมาย ผ่านโครงการที่ใช้ชื่อว่า “กองทุน เผา สวด ฟรี วัดไผ่ล้อม” ซึ่งดำเนินการมาไม่น้อยกว่า 15 ปีแล้ว และสานต่อมาตั้งแต่ครั้งที่ หลวงพ่อพูล ท่านยังคงมีชีวิตอยู่

“อาตมาทำโครงการสวดเผาศพนี้มาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว และทำเกี่ยวกับการเผาศพติดเชื้อมาโดยตลอด โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงโดยตลอด ซึ่งรู้ว่าเราควรจะปฏิบัติอย่างไร ซึ่งขอให้ท่านมีสำเนาบัตรประชาชน และใบมรณะบัตรของผู้เสียชีวิตและบัตรประชาชนของญาติ ก็สามารถมาดำเนินการได้เลย ซึ่งวัดทุกวัดเป็นกิจที่จะต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่ต้องไปปรึกษากับสาธารณสุขให้ชัดเจนก่อน ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยโยมที่มีปัญหาบิดาเพิ่งเสียชีวิตขอให้มาติดต่อได้เลย เราจัดการให้ ซึ่งหากเป็นศพอนาถา ก็มาฟรีได้เลย ซึ่งฟรีทั้งหมด ตั้งแต่โลงศพ ดอกไม้หน้าโลงศพ เครื่องไทยธรรม น้ำมันจุดเผาศพ ศาลา ซึ่งขอบอกว่าหากเตาว่างวัดไผ่ล้อมยินดีสงเคราะห์ให้กับประชาชนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎที่หน่วยงานรัฐออกมาแจ้งทั้งการรวมตัวการเข้าร่วมในพิธีการที่ต้องลดกระบวนการเพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย” หลวงพี่น้ำฝนกล่าว

ด้าน นายแพทย์นิติ แตงตาด แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลนครปฐม เผยว่า สำหรับกรณีที่วัด หรือเจ้าหน้าที่วัดวิตกเกี่ยวกับการจัดงานประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งถ้ามีการรักษาที่โรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตก็จะต้องมีการถูกบรรจุศพในถุงมาอย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถไปดำเนินการได้ แต่ต้องไม่เปิดออกแล้วนำมารดน้ำศพก่อนจะมีการนำไปฌาปนกิจ ซึ่งทางโรงพยาบาลมีการบรรจุมาแล้วก็ถือว่าแน่นหนา และหากผ่านกระบวนการเผาไปแล้ว ส่วนกระดูกก็จะไม่มีเชื้อต่อไปเพราะผ่านอุณหภูมิที่มากจนเชื้อนั้นได้สลายไปแล้ว โดยในส่วนหลักการที่เหมาะสมคือ นำมาศพมาแล้วไม่แกะออกมาจากที่บรรจุศพ และไม่รดน้ำศพเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทางอากาศ โดยควรลดจำนวนวันในการสวดพระอภิธรรม ที่สำคัญคือ การไม่พยายามจะให้มีการมารวมตัวของคนหมู่มากที่จะมานั่งฟังการสวดในที่ปิดใกล้ชิดกัน เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางของการแพร่กระจายเชื้อของคนสู่คนด้วยกันเอง ซึ่งขอย้ำว่าวัดต่างๆ สามารถดำเนินการได้โดยปกติแต่ต้องมีมาตรการตามที่บอกมาก็จะปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด