“หลวงพี่น้ำฝน” มอบหน้ากากอนามัยผ้ามัสลินยันต์นะปัดตลอดให้โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อบุคลากรทางการแพทย์

0
259

วันที่ 29 เมษายน 2563 ที่วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร  วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มอบหน้ากากอนามัยผ้ามัสลินยันต์นะปัดตลอด ให้กับโรงพยาบาลนครปฐม จำนวน 1,000 อัน  โดยมีนายแพทย์ ดำรัส ลิ่มทองนพคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านกิจกรรมพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เป็นผู้แทนรับมอบ  เพื่อส่งมอบให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

นายแพทย์ดำรัส ลิ่มทองนพคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านกิจกรรมพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม กล่าวว่า วันนี้ทางโรงพยาบาลนครปฐมได้รับความกรุณาจากหลวงพี่น้ำฝน  เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มอบหน้ากากอนามัยผ้ามัสลิน ยันต์นะปัดตลอด ที่ท่านได้ออกแบบเองเพื่อนำไปมอบให้บุคลากรโรงพยาบาลนครปฐม จำนวน 1,000 ชิ้น  เมื่อได้รับแล้วก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาล สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ จะช่วยให้โรงพยาบาลในบางจุดที่เราไม่จำเป็นจะต้องใช้หน้ากากอนามัยก็จะได้ใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้านี้แทนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่โรงพยาบาลนครปฐมรับผู้ป่วยโควิดเข้ามารักษา ความปลอดภัยและการป้องกันตัวของบุคลากรทางการแพทย์ตอนนี้ดำเนินการอย่างไร  ซึ่งทางนายแพทย์ดำรัสกล่าวว่า  โรงพยาบาลได้วางมาตรการไว้ทุกอย่างทั้งป้องกันตัวบุคลากรเอง  ป้องกันตัวญาติที่มาเยี่ยมด้วย ตลอดจนผู้ป่วยที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลและก็มีมาตรการหลายๆ อย่างในการป้องกันโรคในขณะนี้   ในส่วนของหน้ากากอนามัยตอนนี้ก็ยังมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นการป้องกันโรค  คือประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้สัมผัสกับคนป่วยใกล้ชิด ก็สามารถใช้หน้ากากผ้าได้  และกรณีที่เราออกไปนอกเคหะสถาน  ขอแนะนำว่ายังไงก็ต้องใช้หน้ากากตลอดเวลาไม่จำเป็นจะต้องเป็นหน้ากากอนามัยก็ได้ ส่วนหน้ากากผ้าที่ทำจากผ้ามัสลินนี้ก็สมารถใช้ได้ดีเลยทีเดียว  นายแพทย์ดำรัสกล่าว

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวได้กราบนมัสการถามหลวงพี่น้ำฝนว่า หน้ากากผ้ามัสลิน ยันต์นะปัดตลอด ตอนนี้ได้ขายไปเยอะแล้ว  หลวงพี่ได้นำมาช่วยในด้านสาธารณะสงเคราะห์กับหน่วยงานไหนอย่างไรบ้างซึ่งหลวงพี่น้ำฝนกล่าวว่า เจริญพรญาติโยม  หลังจากที่ได้จัดส่งหน้ากากผ้ามัสลิน ยันต์นะปัดตลอด ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาในการร่วมทำบุญกับกองทุนหลวงพ่อพูนที่เกือบจะเรียบร้อยสมบูรณ์หมดแล้ว ก็จะนำไปสู่การมอบให้แก่บุคลากรที่จะดำเนินการคอยดูแลช่วยเหลือประชาชน  เช่นโรงพยาบาล  เจ้าหน้าที่ตำรวจ  เจ้าหน้าที่จิตอาสา  เดี๋ยวก็จะค่อยๆ ดูและจะค่อยทยอยมอบต่อไป  ตอนนี้ก็มอบไปให้หน่วยงานโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม   สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม  หน่วยงานจราจรและรวมไปถึงตำรวจตม. หรือตรวจคนเข้าเมือง  ใน 4 หน่วยงานนี้ ก็ได้มอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามที่ได้ขอมา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หน้ากากที่ส่งออกไปสู่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ต่างๆ เป็นผลที่ประชาชนได้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญหน้ากากผ้ามัสลิน ยันต์นะปัดตลอดนี้ใช่หรือไม่ หลวงพี่น้ำฝนกล่าวตอบว่า  กองทุนหลวงพ่อพูน เพื่อสาธารณะสงเคราะห์ ช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่คนที่มีชีวิตอยู่รวมไปถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ได้รับการสงเคราะห์จากกองทุนหลวงพ่อพูน  เมื่อท่านร้องขอมาและสิ่งใดที่กองทุนหลวงพ่อพูนจะช่วยเหลือได้ก็จะช่วยเหลือ ซึ่งก็เป็นผลิตผล หรือดอกผลจากหน้ากากอนามัยผ้ามัสลิน ยันต์นะปัดตลอดนี้ ที่จะนำคืนกลับสู่สังคมอีกนั่นเอง และสำคัญที่สุดต่อไปนี้สังคมปิดปาก-ปิดจมูกจะต้องเริ่มแล้ว  ไม่ใช่ว่าพอหมดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 นี้แล้วก็จะไม่ใส่หน้ากาก  อาตมากลับมาดูแล้วพอได้สัมผัสถึงได้รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว  บอกไว้เลยว่าเมื่อท่านได้เดินออกจากบ้านไป ท่านจะต้องมีหน้ากากปิดปาก-ปิดจมูก ในการเดินออกไปนอกบ้านรับรองเชื้อโรคต่างๆ นาๆ เชื่อมั่นเลยว่ามันจะน้อยลงที่สุด หลังจากที่อาตมาได้ลองใช้โดยตลอดออกจากกุฎิก็ใส่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในวัดเองก็ต้องใส่ จะออกเดินทางไปไหนมาไหนก็ต้องใส่ ไม่มีการเป็นไข้หวัด เป็นอะไรเลยนี่เรื่องจริง ก็ถึงได้บอกว่าต่อไปอนาคตเราก็ต้องใช้หน้ากากอนามัย ที่จะดำรงชีวิต ดำเนินชีวิตแล้วก็ทำให้ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างแน่นอนเลย เป็นอันดับแรกเลย เพราะฉะนั้นถือว่าอาตมามาถูกทางแล้ว ในการที่จะรณรงค์ให้ท่านทั้งหลาย  เชื่อเถอะว่าใส่ไว้ตลอดจะทำให้ท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง หนักก็กายเป็นเบา เบาก็มลายหายไปกลายเป็นไม่มีเลย แม้แต่คณะสงฆ์ก็มีการดำเนินการแจกให้ไปเป็นบางส่วนอยู่แล้วควบคู่กันไป อาตมาก็ช่วยเหลืองานด้านคณะสงฆ์อยู่แล้ว แม้แต่คณะสงฆ์ของวัดไผ่ล้อมตอนนี้เวลาเดินออกไปบิณฑบาตในตอนเช้าก็ต้องใส่ออกไปบิณฑบาตแล้ว ทุกคนต้องใส่หน้ากากหมดและก็คิดว่าต้องใส่ไปตลอด รับรองได้ครับคือเมื่อท่านใส่ไปแล้วสุขภาพร่างกายแข็งแรงแน่นอนทุกท่านก็เหมือนกันลงให้ได้ใส่ไปตลอดชีวิตได้ก็ยิ่งดี ก้าวออกจากบ้านถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ไม่ต้องใส่ แต่เมื่อก้าวออกจากบ้านไปทำงาน หรือไปประกอบอาชีพ ขอให้นำติดตัวไปเพื่อสุขภาพของเราเอง