“หลวงพี่น้ำฝน” บรรยายธรรมกิจกรรม “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ชี้ทางอยู่อย่างไรในสังคมยุคนี้

0
83

หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม บรรยายธรรม ในหัวข้อ “หลักการดำเนินชีวิตของชาวพุทธ” ในกิจกรรมโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” โดยเป็นการให้แนวคิดกับญาติโยมกับการอยู่อย่างไรในโลกของความเป็นจริงสะท้อนประวัติการเปลี่ยนแปลงในประสบการณ์ จากวัยเด็กสู่ศิษย์เอกของหลวงพ่อพูล

 ภายในห้องประชุม ชั้น 14 A อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ ถนนสีลม กรุงเทพฯ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม ได้รับกิจนิมนต์ จาก  CP ALL ให้มาบรรยายธรรม ในหัวข้อ “หลักการดำเนินชีวิตของชาวพุทธ” โดยผู้บริหารและสมาชิกในเครือ รวมถึงประชาชนที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมรับฟังพร้อมกับการถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง Facebook Live เพจ CP ALL ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลวงพี่น้ำฝน ได้ตระหนักในการให้แนวคิดในการนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในชีวิตสำหรับสังคมยุคปัจจุบัน

โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้นำหัวข้อต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนำประสบการณ์การต่อสู้ชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์รวมถึงการเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตามรอยหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอาจารย์ผู้นิ่งเงียบสมถะแต่มากด้วยบารมี ซึ่งเป็นพระผู้มีแต่ให้ ซึ่งหลวงพี่น้ำฝน ได้สานต่อในการส่งเสริมผลักดันในงานด้านสาธารณสงเคราะห์ ช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ซึ่งเด่นชัดในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยวัดไผ่ล้อมเป็นแห่งแรกที่ได้รับฌาปนกิจศพที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ และได้กำหนดรูปแบบในการดำเนินการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายถึงประวัติชีวิตที่เกิดจากครอบครัวที่ยากจน ต้องดิ้นรนในการหาเลี้ยงชีพตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งอยู่ในสังคมที่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ต้องฝ่าด่านกับแวดวงของยาเสพติด การพนันและอีกหลายรูปแบบ แต่ก็สามารถผ่านวิกฤติเหล่านั้นมาได้จนกระทั่งถึงการได้รับมอบหมายให้เป็นศิษย์เอกหนึ่งเดียวของหลวงพ่อพูล และได้ชี้ให้เห็นถึงหลักที่จำได้ง่ายแต่ต้องเรียนรู้ในการนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังสำหรับประชาชนทั่วไป นั่นคือ “ศีล 5″ โดยได้มีการตอบคำถามในเรื่องต่างๆ แบบเป็นกันเองกับญาติโยมที่มาร่วมรับในกิจกรรมครั้งนี้

หลวงพี่น้ำฝน ได้ให้แนวคิดปิดท้ายในการบรรยายธรรมว่า หลักการที่ได้มอบให้ศิษยานุศิษย์ มาตลอดคือ “ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และรู้บุญคุณคน” ซึ่งจะเป็นวิถีทางแห่งการประสบความสำเร็จในชีวิต โดยมีหลายคนได้นำไปใช้อย่างจริงจัง ซึ่งทำให้มีความสำเร็จในการทำงาน การดำเนินชีวิต ในยุคสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง แต่หากมุ่งมั่นตั้งใจ ก็จะสามารถมีความสงบสุขในทุกช่วงเวลานั่นเอง

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นำหลักการ บ้าน วัด โรงเรียน ให้มาเชื่อมโยงกันเพื่อผลักดันการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดความสุข สงบ และทำให้สังคมของเรามีความเข้าใจที่ดีร่วมกันด้วยการนำหลักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาใช้เป็นธรรมนำทางสำหรับสังคมไทย

*****************************************************************