หลวงปู่ลี “เศรษฐีธรรม” วัดภูผาแดง ละขันธ์อย่างสงบด้วยโรคชรา ขณะสิริอายุ 96 ปี 1 เดือน 11 วัน

0
1244

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2561) วัดป่าเกสรศีลคุณธรรมเจดีย์ (ภูผาแดง) อำเภอหลวงวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ออกประกาศ  เรื่อง การมรณภาพขององค์หลวงปู่ลี กุสลธโร เนื่องด้วยองค์หลวงปู่ลี กุสลธโร มีอาการอาพาธด้วยโรคชรา ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 คณะศิยานุศิษย์และพระอุปัฏฐากได้ดูแลอย่างใกล้ชิด จนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 15.15 น. หลวงปู่ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ห้องปลอดเชื้อข้างศาลาใหญ่ รวมสิริอายุ 96 ปี 1 เดือน 11 วัน จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน พระอาจารย์วันชัย วิจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดเกสรศีลคุณธรรมเจดีย์ 3 พฤศจิกายน 2561

ขณะที่ พระอาจารย์วิทยา กิจฺจวิชฺโช เจ้าอาวาส วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้โพสต์ถวายสักการบูชาพระคุณหลวงปู่ลีทางหน้าเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า วันนี้ องค์หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง ได้ละขันธ์เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานแล้ว ณ กุฏิพำนัก รวมสิริอายุได้ 96 ปี 68 พรรษา

ภาราหะเว ปัญจักขันธา ขันธ์ห้าเป็นภาระอันหนักอึ้ง บรรดาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ท่านมองเห็นสังขารร่างกายนี้ เป็นภาระที่ต้องแบกต้องหาม คือต้องคอยปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา แม้ใจท่านจะปลงจะวางแล้วก็ตาม แต่เมื่อยังทรงธาตุทรงขันธ์อยู่ ธาตุขันธ์ก็เป็นภาระของใจที่ต้องรับผิดชอบดูแลอยู่นั่นเอง

สำหรับใจของพระอรหันต์แล้ว ในระหว่างความเป็นกับความตายย่อมมีน้ำหนักเท่ากัน ท่านมิได้มีใจยินดียินร้าย ลำเอียงด้วยอคติไปในทางใด เพราะใจท่านหมดสิ้นแล้วซึ่งอคติทั้ง 4 ประการ เป็นใจที่เป็นธรรมธาตุอันบริสุทธิ์ อยู่เหนือสมมติทั้งปวง

องค์หลวงปู่ได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้งไปแล้ว ภพคือการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารก็เป็นอันมิได้มีอีกแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายขององค์หลวงปู่แล้ว สมดังที่พ่อแม่ครูอาจารย์องค์หลวงตาพระมหาบัว (พระธรรมวิสุทธิมงคล วัดป่าบ้านตาด) ได้บอกกล่าวแก่ลูกศิษย์ลูกหามาเป็นเวลาช้านานว่า “ธรรมลีนี้คือเศรษฐีธรรม เป็นพระประเภท เพชรน้ำหนึ่ง อันเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามแห่งวงกรรมฐานไทย”

ปวงศิษย์ทั้งหลายขอน้อมกราบถวายสักการะ บูชาพระคุณอันประเสริฐขององค์หลวงปู่ด้วยเศียรเกล้า ขอองค์หลวงปู่จงเข้าสู่แดนอมตะมหาพระนิพพานอันเป็นแดนเอกันตบรมสุขไปก่อน บรรดาศิษย์ทั้งปวงจะขอปฏิบัติบูชาเดินตามรอยเท้าขององค์หลวงปู่เข้าสู่พระนิพพานไปภายหลังให้จงได้ แม้ว่าจะต้องทุ่มเทความเพียรพยายามไปอีกสักกี่ภพกี่ชาติก็ตาม

ขอน้อมกราบถวายสักการบูชาพระคุณอันประเสริฐขององค์หลวงปู่ไว้ ณ ที่นี้ เนื่องจากยังมีภารกิจอยู่ พรุ่งนี้จึงจะได้ออกเดินทางไปกราบคารวะศพขององค์หลวงปู่ที่วัดภูผาแดง

หลวงปู่ลี กุสลธโร เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2465 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ ที่บ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นบุตรของนายปุ่น และนางโพธิ์ ชาลีเชียงพิณ มีพี่น้องร่วมกัน 9 คน สมัยเป็นเด็กพ่อแม่ก็พาทำบุญเหมือนชาวบ้านทั่วๆไป อายุได้ 12 ปี เรียนจบชั้นป.3 พออายุได้ 20 กว่าปีก็ได้แต่งงานกับนางสาวตี ภรรยาตั้งท้องแล้วคลอดลูกออกมาตาย ท่านได้เกิดความสลดใจเป็นยิ่งนัก ท่านเล่าว่าการแต่งงานก็มิได้แต่งกันด้วยความรัก แต่งงานกันตามประเพณีที่พ่อแม่บอกให้แต่งกันเท่านั้น ท่านเองไม่เคยมีคนที่รัก และยังไม่เคยรักหญิงใดเลย ท่านอยู่กินกับภรรยาได้ 2 ปี 6 เดือน จึงขอออกบวชเพราะได้ฟังธรรมจากพระกรรมฐานที่เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์มั่นที่เดินธุดงค์มาพักยังป่าแถบหมู่บ้านของท่าน

หลวงปู่ลี อุปสมบทที่ วัดศรีโพนเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมือวันที่ 30 มกราคม 2493 โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์