หนทางแห่งอบาย แทงหวย เล่นการพนัน เข้าบ่อน เล่นไพ่ ไฮโล อาตมาไม่เคยห้าม แต่…

0
112

หนทางแห่งอบาย แทงหวย เล่นการพนัน เข้าบ่อน เล่นไพ่ ไฮโล อาตมาไม่เคยห้าม แต่…

              

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน อันคำว่า “อบายมุข” นั้น เราทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินกันมามากแล้ว แปลว่าทางที่ไม่ดี ทางที่ไม่ควรไป ทางที่ไปแล้วเสื่อม พินาศ

แต่ก็น่าแปลกที่ทางแห่งความเสื่อมนี้ คนเราก็ชอบไป ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ามันเสื่อม

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงพบกับสิงคาลมาณพ สิงคาลมาณพนี้เป็นลูกชายของคหบดีผู้หนึ่งซึ่งคหบดีผู้นั้นเป็นพุทธสาวก ทว่าสิงคาลมาณพไม่ศรัทธาในพระพุทธองค์ ก่อนบิดาจะเสียชีวิต ก็ได้มอบหมายสั่งเสียแก่สิงคาลมาณพว่าให้ไหว้ทิศทั้งหกทุกวัน เขาก็ทำแบบนี้ในทุกเช้า ตื่นมาก็ไหว้ทิศเช่นนี้เป็นประจำ โดยไม่ได้รู้ความหมายอะไร พ่อสั่งให้ทำ สิงคาลมาณพก็ทำตาม

กระทั่งวันหนึ่ง พระพุทธองค์เสด็จมาถึงที่อยู่ของสิงคาลมาณพขณะที่สิงคาลมาณพกำลังไหว้ทิศพอดี พระพุทธองค์จึงทรงถามว่า สิงคาลมาณพทำอะไรอยู่ สิงคาลมาณพก็ตอบว่า ตนไหว้ทิศทั้งหกตามคำสั่งเสียของบิดา

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า อริยวินัยไม่พึงไหว้ทิศแบบนี้

เมื่อสิงคาลมาณพกราบทูลถามว่า พึงไหว้อย่างไร จึงตรัสว่า “อริยสาวกละกรรมกิเลสทั้ง 4 ได้แล้ว ไม่ทำบาปกรรมโดยฐานะ 4 และไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ 6 อริยสาวกนั้นเป็นผู้ปราศจากกรรมอันลามก 14 อย่างนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ปกปิดทิศ 6 ย่อมปฏิบัติเพื่อชำนะโลกทั้งสอง และเป็นอันอริยสาวกนั้นปรารภแล้ว ทั้งโลกนี้และโลกหน้าเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก อริยสาวกนั้นย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์”

แล้วทรงขยายความแต่ละข้อโดยละเอียด แล้วสรุปลงในเรื่องทิศ 6 หรือการปฏิบัติต่อกันระหว่างคนแปดกลุ่ม แต่ในที่นี้อาตมาจะพูดถึง “ทางเสื่อมแห่งโภคะ” หรือ “อบายมุข”

อบายมุขที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่สิงคาลมาณพนี้ มีอยู่ 6 ประการ ดังนี้

หนึ่ง ติดสุราและของมึนเมา

สอง ชอบเที่ยวกลางคืน

สาม ชอบเที่ยวดูการละเล่น

สี่ ติดการพนัน

ห้า คบคนชั่ว

หก เกียจคร้านการงาน

ผู้ใดมีหนึ่งในหกอย่างนี้ ย่อมเป็นเหตุให้โภคะ หรือทรัพย์สินเงินทองต้องเสียไป ยิ่งมีสองข้อ สามข้อ หรือมีครบทั้งหกข้อ อันนี้เป็นปัญหาเลย กลายเป็นโอ่งก้นรั่วที่เติมน้ำเท่าไรก็ไม่เต็ม อบายมุขข้อหนึ่งก็รูหนึ่ง มีหกอย่างก็หกรู

ถ้าอยากจะร่ำรวยในเพศฆราวาสก็ต้องอุดรูรั่วเหล่านี้ โอ่งจึงจะเต็ม

สิงคาลมาณพก็จึงเข้าใจ และปวารณาตนเป็นอุบาสก ตามที่บิดาได้วางแผนไว้ว่า ในเมื่อบอกตรง ๆ ไม่เชื่อ ก็ให้ไหว้ทิศเสีย วันหนึ่งพระพุทธองค์หรือพระเถระมาเยือนเมื่อไรก็จะได้สั่งสอนสิ่งที่ดีกว่าการไหว้ทิศ

หากจะจาระไนอบายมุขทั้งหกข้อนี้เลยก็อาจต้องใช้พื้นที่มติชนสุดสัปดาห์ทั้งเล่ม เขียนเป็นตำราได้เลย เพราะว่าหลักธรรมในสิงคาลกสูตรเป็นหลักธรรมอันเป็นหัวใจของฆราวาส เรียกได้ว่าถ้าฆราวาส คฤหัสถ์ปฏิบัติตามนี้ได้ก็จะพบความสุขความเจริญแน่นอน

สำหรับวันนี้ก็จะพูดถึงเรื่องการพนัน

การพนัน เป็นการแสวงหาลาภจากเงื่อนไขบางอย่าง โลกนี้มีหลายรูปแบบ และเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ตั้งแต่ ลอตเตอรี่ หรือหวย มีขายทุกที่ ชนไก่ก็เอามาเป็นพนันได้ แข่งขันฟุตบอลก็เอามาเป็นพนันได้ วิธีการพนันก็มีมากมาย ป๊อกเด้ง ไฮโล ถั่วโป สารพัดสิ่ง ข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านก็มีบ่อนการพนัน ในประเทศเราก็มีบ่อนทิพย์บ่อนเถื่อน ตั้งแต่สวนกล้วยไปจนถึงดาดฟ้าคอนโด ที่เล่นพนันมันมีเยอะขนาดนี้ทั้งที่มันเป็นอบายมุข ขึ้นชื่อว่าอบายมุขมันก็ไม่ใช่ของดี แต่ที่คนชอบเพราะว่ามันสนุก มันลุ้น มันตื่นเต้น แล้วมันก็ได้ลาภผลจากสิ่งนั้น บางคนได้ไปเป็นกอบเป็นกำ ตั้งเนื้อตั้งตัวได้

แต่การลงทุนมีความเสี่ยง

การลงทุนด้วยการพนันเป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก เพราะมันคือโอกาสหนึ่งในจำนวนมาก ๆ หนึ่งนั้นคือได้ แต่ที่เหลือก็คือเสีย เสียเท่าที่ลงทุนไป การพนันเหมือนของหวานที่เคลือบยาพิษ หรือสอดไส้ยาพิษ เพราะมันสนุก ลุ้นระทึกเมื่อได้เล่น เห็นโอกาส ได้พนัน ยิ่งได้ก็ยิ่งได้ใจ ยิ่งลงทุนเพิ่ม แล้วก็มีโอกาสจะเสียเพิ่ม เสียมาก ทีนี้แหละ คนเราหมดตัวเพราะพนันก็ด้วยสิ่งนี้

แต่ถามว่าอาตมาห้ามไหม… “ไม่”

อาตมาไม่ห้าม เพราะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ เข้าตำรายิ่งห้ามยิ่งยุ จู่ ๆ จะห้ามไม่ให้คนติดพนันเลิกเล่นพนันเลยมันก็ไม่ใช่ หรือให้คนที่อยากเล่นไม่ให้เล่น มันก็พูดไม่ได้หรอก ใครจะไปเชื่อ ลาภผลมันยั่วยวนใจ อยากเล่นก็เล่นไป แต่ต้องมีสติ รู้ว่าควรลงทุนเท่าไร เลิกเมื่อไร มีกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเอง ไม่ไหลไปตามเกมของผีพนัน

แต่พอเล่นจริงแล้ว มันยากใช่ไหม มีสติกำกับการเล่นเนี่ย ผีพนันมันก็แปลก มันชอบให้เราได้มาก ๆ แล้วก็หักคอเราตอนเราได้มาก ๆ นั่นแหละ

ฉะนั้น ดีที่สุดคือ ลด ละ เลิก

ทำทีละขั้น เลิกไม่ได้เลย ก็ลดละมันเสียก่อน ให้จิตใจเคยชินกับการไม่มีการพนันอยู่ในจิตในใจ เพื่อที่ปลายทางก็คือเลิก เลิกหาเหาใส่หัวหาเรื่องใส่ตนเองด้วยการพนัน

อาตมาก็เลยขอฝากถึงนักเล่นพนันว่า ไม่ห้าม แต่ว่าลดละเลิกเสียเถิด ดีกว่าถลำตัวลงไปยังอบายมุขอันมีปลายทางที่ความเสื่อมทั้งปวง

ขอเจริญพร

หลวงพี่น้ำฝน : 26 ธันวาคม 2566