“สุวพันธุ์” เรียกประชุมด่วนผู้บริหารพศ. ปรับแนวทางบริหารจัดการในพื้นที่เสี่ยง กรณีกราดยิงพระสงฆ์วัดรัตนานุภาพ จังหวัดนราธิวาส

0
712

วันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๖๒) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เรียกประชุมด่วนผู้บริหารพศ. กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ณ ห้องประชุมชั้นที่ ๓ อาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำหลังที่ ๒ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. นายสมเกียรติ ธงศรี รองผอ.พศ. นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผอ.พศ. และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร รายงานต่อนายสุวพันธุ์ ในฐานะประธานที่ประชุมว่า เหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ที่ ๒ ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จนทำให้พระครูประโชติรัตนานุภาพ อายุ ๔๗ พรรษา ๒๕ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ มรณภาพในที่เกิดเหตุ และพระลูกวัด จำนวน ๓ รูป ประกอบด้วย ๑. พระสมุห์อรรถพร ขุนอำไพ มรณภาพในที่เกิดเหตุ ๒. พระประเวศ สุขแก้ว ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก และ ๓. พระธนโชติ ชุมเลิศ ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก

นายสุวพันธุ์ ได้แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้มาหารือร่วมกับผอ.พศ.และผู้บริหารระดับสูง ผลการหารือสรุปได้ว่า เรื่องการดูแลคณะสงฆ์ วัดในพื้นที่จ.นราธิวาส เฉพาะหน้า ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าทุกฝ่ายกำลังทำงานในพื้นที่ เพื่อจัดการดูแลพิธีบำเพ็ญกุศลศพพระครูประโชติรัตนานุรักษ์  เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี ที่วัดรัตนานุภาพ ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม โดยการนี้อยู่ในพระสังฆราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (อัมพร อมฺพโร) ซึ่งพศ.จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเหมาะสมรวมทั้งการเข้าไปดูแลเรื่องการบาดเจ็บของพระประเวศน์ สุขแก้ว และพระธนโชติ ชุมเลิศ (พระแดง) ซึ่งขณะนี้ได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก เพื่อให้การรักษาพยาบาลดีที่สุด นอกจากนี้จะได้ช่วยประสานงานดูแลด้านการเยียวยาและสิทธิประโยชน์ที่พระสงฆ์ควรจะได้รับจากพศ. สำหรับเรื่องเฉพาะหน้าที่สำคัญก็คือ การดูแลเรื่องความปลอดภัย การดูแลการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ในพื้นที่โดยพศ.ได้ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เช่น กองทัพภาคที่ ๔ ส่วนหน้า ศอบต.รวมทั้งหน่วยงานของตำรวจเพื่อดูแลด้านความปลอดภัยแด่คณะสงฆ์ในพื้นที่ที่ยังบกพร่องขาดแคลนและปริวิตกให้คณะสงฆ์นำความเข้าสู่มหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งเรื่องนี้พศ.ได้น้อมนำมาใส่ใจดูแลเรื่องการขาดตกบกพร่อง การขาดแคลนและปริวิตกของคณะสงฆ์ชายแดนภาคใต้ด้วย อย่างไรก็ตาม พศ. ยังนำเอาเรื่องเสนาสนะ วัด สำนักสงฆ์ เกี่ยวกับรั้วรอบขอบชิดด้านความปลอดภัย หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจภายในวัด กุฏิที่พัก ที่ยังห่วงกังวลพศ.จะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาจัดทำแผนงานงบประมาณรวมทั้งพิจารณาดูแลงบประมาณของพศ.เพื่อขจัดปัญหาความขาดแคลน บกพร่องทางกายภาพของวัดต่างๆ ในพื้นที่ให้เป็นความสำคัญเร่งด่วนต่อไป

นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า มาตรการดูแลพระสงฆ์ในระยะต่อไปที่สำคัญ คือการปรับปรุงด้านบริหารจัดการของพศ.และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) เฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพศ.ได้รับแนวทางอันเป็นนโยบายของรัฐบาล ให้ผอ.พศ.มอบหมายรองผอ.ท่านหนึ่งมีหน้าที่ดูแลงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษจากงานปกติ เพื่อเป็นหลักประกันว่าการบริหารงานของพศ.สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้รับผิดชอบ และให้มีผู้ตรวจราชการพศ.อีกท่านหนึ่งเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือดูแลการทำงานของพศจ. โดยมี ผอ.พศจ.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้มีหน้าที่คัดกรองงานในพื้นที่ซึ่งจะทำให้การดูแลงานของคณะสงฆ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะทำให้การประสานงานของพศ.กับหน่วยงานในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติเพิ่มมากขึ้นด้วย

“ผมมอบให้สำนักงานพระพุทธฯ ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อปรับแผนงานให้ประสานกัน จะต้องมีผู้แทนระดับสูงของสำนักงานพระพุทธฯเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อรับทราบสถานการณ์ความเป็นไปต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถนำมาปรับปรุงแนวทางการดูแลความปลอดภัยของคณะสงฆ์ต่อไป   และในวันพรุ่งนี้จะมีการนำผลของการประชุมครั้งนี้นำเข้ากราบเรียนต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมด้วย” นายสุวพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ พศ.ได้สรุปผลการหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือฯ และมาตรการดูแลพระสงฆ์ ดังนี้

๑.) คณะพระเถระชั้นผู้ใหญ่และผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่พระภิกษุสามเณรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว พศ. ดูแลเพิ่มเติมพิเศษ ตรวจเยี่ยม จัดกิจกรรมสร้างขวัญและให้กำลังใจ ดูแลภัตตาหาร และความสะดวกต่าง ๆ

๒.) กองทุน “วัดช่วยวัด” ให้ความช่วยเหลือค่าปลงศพแก่พระภิกษุ ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว จำนวน ๒ รูป ๆ ละ ๑๐๐,๐๐๐บาท เป็นเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น จากกรมคุ้มครองสิทธิฯ และหาทางช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อดูแลครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

๓.) กองทุน “วัดช่วยวัด” ให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลแก่พระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว จำนวน ๒ รูป รูปละ ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้รับการศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ ไว้ในพระสังฆราชานุเคราะห์โดยตลอด

๔.) สำหรับมาตรการดูแลพระสงฆ์ต่อไป ประกอบด้วย เน้นเรื่องการบริหารจัดการภายในของ พศ. ดังนี้

๔.๑ ให้ มี รอง ผอ.พศ./ผต.พศ./หัวหน้า พศจ. จชต. ทำงานร่วมกับ กอรมน. ภาค 4 ส่วนหน้า

๔.๒ นำข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ วัด พระ จชต. ทั้งหมด มาปรับปรุง เสนาสนะ ต่าง ๆ จัดสรรงบประมาณ ทำรั้ว และกล้องวงจรปิด ประสานให้ทหารช่างมาช่วยดำเนินการ

๔.๓ ประสานการทำงานกับ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยต่างๆ รวมทั้ง ประสาน ให้มีผู้แทน พศ. เข้าร่วมประชุม ประเมินสถานการณ์ความเป็นไปในจังหวัด จชต. ให้ประสานหน่วยงานความมั่นคง ว่าจะช่วยในเรื่อง ช่องทางการสื่อสารความปลอดภัยเพิ่มเติม ได้หรือไม่

๔.๔ พิจารณา จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายคนรักวัด จชต. จัดกิจกรรม ดูแลวัด และการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ของ พศจ. จชต. ตามอำเภอต่าง ๆ ให้มีความถี่มากยิ่งขึ้น พบปัญหาอุปสรรค ให้รายงานมาที่ส่วนกลาง และเห็นควรให้มีการบูรณาการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระหว่างผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ พศ. เข้าไปร่วมด้วย

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนราธิวาสว่า นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจาก พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ให้ถวายผ้าไตรประทานของสมเด็จพระสังฆราช แด่พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นเกียรติแด่พระที่มรณภาพ และมอบเงินช่วยเหลือ รูปละ ๑๐๐๐,๐๐๐ บาท ณ วัดรัตนานุภาพ ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก โดยถวายแจกันดอกไม้และมอบเงินเป็นค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล รูปละ ๕๐,๐๐๐ บาท จากเงินกองทุนวัดช่วยวัด

นายสิปป์บวร กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้ากราบเจ้าคณะจังหวัดนราธิวาสและเข้ากราบเยี่ยมพระสงฆ์ที่เข้ารักษาอาการบาดเจ็บในวันนี้ มี ผอ.พศจ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ร่วมด้วย โดยพระทั้ง ๒ รูปมีขวัญกำลังใจดี สามารถพูดจารู้เรื่องเป็นปกติ และท่านยังกล่าวด้วยว่า หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วจะกลับไปอยู่ยังวัดรัตนนุภาพเช่นเดิม ไม่ไปอยู่วัดอื่นเพราะท่านเป็นคนในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี ซึ่งคาดว่าหากไม่มีอาการติดเชื้ออีกไม่เกิน ๑ สัปดาห์จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้