“สุวพันธุ์” จี้พศ.ปฏิรูปกิจการพุทธให้สำเร็จ ชมคณะสงฆ์ทำงานคืบหน้า คปพ.เผยฐานข้อมูลสงฆ์คาดแล้วเสร็จ 31 มี.ค.นี้

0
1432

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวในการบรรยายพิเศษการฝึกอบรม สอบความรู้พระอุปัชฌาย์ ปี 2561 ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ ว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้รัฐบาล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) สนองงานคณะสงฆ์เพื่ออุปถัมภ์ คุ้มครอง พระพุทธศาสนาให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน ซึ่งจากบริบทของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมส่งผลกระทบต่อกิจการพระพุทธศาสนาทั้งทางตรง และทางอ้อม จึงทำให้เกิดการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาขึ้น ซึ่งตนได้มีโอกาสติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพราะการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเริ่มขึ้นในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก ก่อนย้ายไปเป็นรมว.ยุติธรรม และเมื่อได้ย้ายกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพศ. อีกครั้ง ทำให้เห็นว่าการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ได้ทำงานคืบหน้าไปไกลกว่าพศ. รวมทั้งองค์กรด้านพระพุทธศาสนาอื่นๆ กล่าวได้ว่าในเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาขณะนี้ คณะสงฆ์สามารถเดินไปด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ตนได้พบกับผู้บริหารพศ. บางท่าน ก็ได้บอกไปว่า พศ.อาจเจอวิกฤติศรัทธาในช่วงที่ผ่านมา แต่อยากให้ใช้เป็นโอกาสในการทำงาน เพื่อชี้แจงสังคม และปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น อีกทั้งงานด้านพระพุทธศาสนา ตนยอมรับว่ายากกว่างานอื่นๆ เพราะไม่มีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมเหมือนกับงานของหน่วยงานอื่นๆ เพราะงานด้านพระพุทธศาสนาจะดูที่ความศรัทธา ซึ่งเป็นเรื่องของจิตใจ และการที่จะทำให้คนเกิดศรัทธา ต้องทำให้เกิดความเชื่อก่อน โดยวันที่ 9 ก.พ.นี้ ตนจะประชุมร่วมกับผู้บริหารพศ. จะเน้นย้ำให้ช่วยสนับสนุน ส่งเสริมงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาให้สำเร็จ และต้องสร้างการรับรู้ให้กับสังคมด้วยว่าการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเดินหน้าไปอย่างไรบ้าง และตนยืนยันว่าในการทำงานของตนกับคณะสงฆ์ จะยึดหลักการทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมปรึกษาหารือในทางสร้างสรรค์

ด้านพระราชวรมุนี (พล อาภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม คณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา(คปพ.) กล่าวว่า คณะสงฆ์ทั่วประเทศตื่นตัวในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก โดยภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ได้กำหนดการทำงานให้แล้วเสร็จใน 4 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.เก็บข้อมูลพระภิกษุสงฆ์เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลทำบัตรสมาร์ทการ์ด 2.ทำบัตรประชาชนสำหรับพระภิกษุสงฆ์ 3.บัญชีทรัพย์สินวัด และ4.แผนการดำเนินงานวัดสวยด้วย 5 ส.