สุดเวทนา สวด-เผาเหยื่อโควิดรายที่ 49 ของวัดไผ่ล้อม บุตรสาวกอดภาพบิดาร่ำให้แทบขาดใจ

0
45

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ที่ฌาปนสถานวัดไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดภาพสุดเวทนาที่ได้พบลูกสาวกอดภาพถ่ายพ่อร้องไห้แทบขาดใจ พร้อมกับพูดว่าตนเองเป็นผู้นำเชื้อโรคโควิด-19 มาแพร่เชื้อให้พ่อทำให้ต้องเสียชีวิต โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ให้เมตตามาเป็นองค์ประธานในพิธีฌาปนกิจศพ นายสมหมาย เกตพันธุ์ อายุ 70 ปี เป็นชาวบางเลน ที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 จากโรงพยาบาลนครปฐม นับเป็นรายที่ 49 จากการเผาศพโควิดของวัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 จากคนในครอบครัว โดยครอบครัวนี้ติดเชื้อกันทั้งบ้านรวม 5 คน แต่เนื่องด้วยนายสมหมาย มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว คือโรคความดันโลหิต จึงทำให้มีอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตลงหลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 เดือน 4 วัน

ทั้งนี้ นายสมหมายมีบุตรธิดารวม 4 คนในส่วนของเรื่องที่เกิดภาพสุดเวทนานั้นคือ บุตรสาวคนเล็กคือนางนงนุช เกตุพันธ์ ที่เสียใจจนเป็นลมล้มพับลงไปนั่งกับพื้นอยู่หลายครั้ง หลวงพี่น้ำฝนต้องเข้าไปปลอบโยนให้สงบสติว่าเหตุที่เกิดไม่ได้เกิดจากตัวเรา แต่เป็นเพราะเชื้อโรคที่ไม่สามารถจะมองเห็นได้ และเป็นโรคร้ายที่กำลังระบาดอย่างหนักไปทั่วโลก ทำให้มีผู้สูญเสียจำนวนมาก และเตือนด้วยว่าอย่าโทษตัวเองเลย โยมไม่ได้ทำให้พ่อตายแต่เป็นเพราะเชื้อโรคร้ายที่ระบาดอยู่อย่างหนักในขณะนี้

หลวงพี่น้ำฝน  กล่าวว่า ภาพแบบนี้อาตมาเห็นมาเยอะแล้ว มีหลายครอบครัว ที่บุตรหลานติดเชื้อโควิด-19 และโทษตัวเองว่าทำให้ญาติตัวเองเสียชีวิต การร่ำไห้เสียใจนั้นมันไม่ถูกต้องเลย เชื้อโรคที่ระบาดอยู่ขณะนี้เราไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน ที่ไหนบ้างเป็นการยากต่อการป้องกัน  สิ่งที่ทำได้คือต้องเว้นระยะห่าง ไม่พูดคุยใกล้ชิดกันหรืออกจากบ้านโดยไม่สวมแมส และต้องมีเจลหรือแอลกอฮอล์คอยฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนชุมนุมเยอะๆ  จากภาพที่เห็นนั้น นางนงนุชบุตรสาวคนเล็กของนายสมหมายได้ร่ำไห้แทบขาดใจเมื่อรถขนศพเคลื่อนจากโรงพยาบาลนครปฐมเข้ามายังวัดไผ่ล้อมรวมทั้งญาติๆ ต่างร่ำไห้เสียใจ แต่นางนงนุชบุครสาวคนเล็กนั้นที่ร่ำไห้อย่างสุดเวทนาจนเป็นลมล้มพับญาติๆ ต้องประคองตัวขึ้นมาและปลอบโยนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่วายร้องไห้คร่ำครวญโทษตัวเองว่าเป็นผู้นำเชื้อโรคมาแพร่จนทำให้พ่อตัวเองเสียชีวิตอยู่ตลอดเวลา

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวเพิ่มเติมว่า  กองทุนสวดเผาฟรี วัดไผ่ล้อม ได้ดำเนินการทุกอย่างให้จนเสร็จสิ้นพิธี เช่นศพรายนี้ก็เช่นกันญาติได้ขอความอนุเคราะห์มาทางกองทุนสวดเผาฟรี  ขอนำศพมาฌาปนกิจ ทางวัดไผ่ล้อมก็จัดทำให้ทุกอย่างจนจบพิธีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย  ก็สุดแต่ญาติๆ จะทำบุญมากน้อย ทางกองทุน สวดเผาฟรี ก็ยินดีที่จะดำเนินการให้ฟรีทั้งหมดตั้งแต่น้ำมันเผาศพ เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม รวมถึงถ้าไม่มีรถรับศพทางกองทุนสวดเผาฟรี ก็มีรถไปรับศพมาฌาปนกิจให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน  ขอเจริญพร

*****************************************************************