สุดสลด! ด.ต.สืบภาค 7 ติดเชื้อโควิด-19 “หลวงพี่น้ำฝน”ให้เมตตาฌาปนกิจเป็นรายที่ 9

0
31

วันนี้ (27 เม.ย.64) ที่ฌาปณสถานวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ด.ต.รังสรรค์  อ่อนจ้อย อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ที่อยู่เลขที่ 67 หมู่ที่ 2 ตำบลถนนขาด อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยหลวงพี่น้ำฝนกล่าวว่า การเผาศพโควิดศพนี้นับเป็นศพที่ 9 แล้ว การดำเนินการของวัดไผ่ล้อม เน้นความปลอดภัยด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อ สวมใส่ชุดป้องกันก่อนที่รถขนศพจากโรงพยาบาลจะเข้ามาถึง พร้อมกับมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรอบบริเวณ และทำการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมพิธี จัดให้นั่งเว้นระยะห่างเพื่อสร้างความปลอดภัย เมื่อรถขนศพเข้ามาเจ้าหน้าที่ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ และยกโลงศพขึ้นเตาเผาทันที ระหว่างนั้นพระสงฆ์สี่รูปสวดมาติกา และมีการทอดผ้าบังสุกุล ที่บริเวณด้านล่างเมรุ ซึ่งมีความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์  จึงอยากจะฝากพระคุณท่าน หลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงปู่ เจ้าอาวาสวัดทุกวัดให้ช่วยสงเคราะห์ญาติโยมในการเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เชื้อโควิดจะติดจากทางเดินหายใจเท่านั้น คนตายแล้วเชื้อก็ตายแล้ว เพียงแต่ป้องกันให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง ซึ่งหากวัดใดต้องการให้วัดอาตมาช่วยเหลือก็ยินดีที่จะไปเป็นพี่เลี้ยงให้ เพื่อช่วยเหลือญาติโยมต่อไป

ด้านหลานสาวด.ต.รังสรรค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา คุณน้า(ด.ต.รังสรรค์) ได้ไปจับกุมคนร้ายที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นชาวพม่าและต่อมาได้นำตัวคนร้ายไปตรวจหาเชื้อโควิดปรากฏว่าติดโควิด และทางหน่วยงานของคุณน้าก็ได้ ให้ไปกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ จนมาถึงช่วงวันที่ 24 เม.ย. คุณน้าเริ่มมีไข้และมีอาการเหนื่อยจนถึงช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น คุณน้าก็หมดสติจึงได้แจ้งให้รถโรงพยาบาลมารับ และทำการปฐมพยาบาลจนมีชีพจรแล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครปฐม และระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวใจเกิดหยุดเต้นไปอีก ไม่สามารถจะช่วยฟื้นคืนชีพได้  ในส่วนของผู้ที่ใกล้ชิดคุณน้ามีภรรยา บุตรและคนใกล้ชิดรวม 4 คน ตอนนี้ทุกคนถูกกักตัวเพื่อรอผลตรวจว่าจะติดเชื้อโควิดด้วยหรือไม่ ส่วนในวันที่ไปจับคนร้ายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วย 3 คน ทุกคนก็กักตัวที่โรงแรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่อยู่คนละห้องกับคุณน้า โอกาสนี้อยากจะฝากให้ทุกคนระมัดระวังตัวกันด้วย เพราะโรคโควิดเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวเราตลอดเวลา เราอย่าคิดว่าคนอยู่ใกล้ตัวเราไม่เป็น ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการที่อยู่ในชุมชนคนเยอะๆ หรือจำนวนมากเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด-19

หลานสาวด.ต.รังสรรค์ กล่าวอีกว่า ครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจที่คุณน้าถึงจะติดโควิดแต่ก็ติดเพราะปฏิบัติหน้าที่ คุณน้าทำดีที่สุดแล้ว และขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์สู้ต่อไปอย่าย่อท้อกับอุปสรรค์เพราะคือหน้าที่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2564 ขณะ ร.ต.อ.หญิงพิชญพิมพ์ สุทธิวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐม ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉิน รพ.นครปฐม ชื่อดาบตำรวจรังสรรค์ อ่อนจ้อย อายุ 50 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 โดยรถพยาบาลได้รับตัวมาจากห้องพักเลขที่ 421 ชั้น 4 โรงแรม (ขอสงวนชื่อ) ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นำส่งรพ.นครปฐม ด้วยอาการหมดสติ มีไข้ เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. และเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 16.51 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติการรักษาพยาบาลที่รพ.นครปฐม แต่ผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2564 และมีอาการป่วย มีไข้สูง ทานอาหารได้น้อย มีการไอมาโดยตลอดจนถึงก่อนเสียชีวิต ผลจากการตรวจสอบเสียชีวิตด้วยการติดเชื้อโควิด-19 (ผลเป็นบวก)

โดยในวันนี้ ทางมารดาของ ด.ต.รังสรรค์ และญาติพี่น้อง ประมาณ 20 คน ได้มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพแบบเร่งด่วนและเรียบง่ายโดยมี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสววัดไผ่ล้อม ให้เมตตาอนุเคราะห์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี พ.ต.อ.ประสบชัย มัสยะวณิชกูล รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บังคับบัญชาของดาบรังสรรค์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยเพื่อนนายตำรวจจากศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมพิธีอย่างเศร้าสลด