สุดรันทด ญาติเหยื่อติดเชื้อโควิดร่ำไห้ล้มพับ เผาศพแม่ ณ วัดไผ่ล้อม

0
283

วันนี้ (10พ.ค.64) เวลา 13.00 น. ที่ฌาปนสถานวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ได้มีพิธีฌาปนกิจศพนางจรุง เกสรชื่น  อายุ 71 ปี เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จากโรงพยาบาลนครปฐม  โดยญาติได้ติดต่อมาที่วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นวัดที่มีความชำนาญด้านการเผาศพติดเชื้อโควิด-19 โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธี

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า วันนี้วัดไผ่ล้อมก็เหมือนเดิมที่เจ้าหน้าที่ของเราจะต้องพ่นฆ่าเชื้อทั่วบริเวณและน้ำยาฆ่าเชื้อนี้ไม่มีอันตราย ซึ่งวัดไผ่ล้อมเป็นศูนย์รวมและเป็นต้นแบบในการที่จะช่วยเหลือญาติโยม โดยกองทุนหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว  เมื่อได้รับข่าวที่น่าเสียใจอีกวันหนึ่งซึ่งก็เหมือนเดิมที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมได้ติดต่อมา ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ขอมาฌาปนกิจที่วัดไผ่ล้อม โดยคุณโยมที่เสียชีวิตรายนี้อายุ 71 ปี มีลูกๆ หลานๆ ที่พักอาศัยอยู่ย่านพุทธมณฑล ซึ่งถือว่าเป็นศพรายที่ 19 ที่ฌาปนกิจที่วัดไผ่ล้อมแห่งนี้ เหตุการณ์แบบนี้แม้ไม่อยากจะทำพิธีเลยแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ มีแต่ว่าจะต้องช่วยกันในการที่จะประกอบพิธีฌาปนกิจ บำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีที่เราควรจะปฏิบัติและลูกๆ หลานๆ ก็จะได้มีโอกาสที่ทำบุญอุทิศให้   แม้ไม่ได้เห็นหน้าแม่ผู้เสียชีวิต ไม่ได้มีการบอกกล่าวสั่งเสียทั้งสิ้น เพราะว่าเข้าไปเยี่ยมก็ไม่ได้อันนี้คือความเจ็บปวด เจ็บช้ำที่สุดที่ไม่มีโอกาสได้สั่งเสีย ไม่มีโอกาสได้สั่งลา นี่คือความเจ็บปวดที่ทุกท่านที่มาร่วมงานต่างก็ร้องไห้ อาตมาเห็นแล้วก็ได้แต่ให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป ซึ่งไม่มีโอกาสจะได้เห็นหน้าอะไรกันเลย เห็นแต่ภาพถ่าย

“เมื่อรถขนศพได้เคลื่อนเข้ามาลูกๆ ก็ร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ เรียกแม่ๆ จนบางคนถึงกับเป็นลมล้มพับเลย เป็นภาพที่น่าหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็น ทำเอาน้ำตาซึมเสียใจไปกับครอบครัวของผู้สูญเสีย ซึ่งพิษร้ายของโรคโควิด-19 ทำให้พ่อ แม่ต้องจากลูก ลูกต้องจากพ่อแม่ พี่ต้องจากน้องอย่างที่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด พบหน้ากันเป็นครั้งสุดท้ายเลย” หลวงพี่น้ำฝน กล่าว

หลวงพี่น้ำฝนยังให้โอวาทแก่ญาติผู้เสียชีวิตด้วยว่า โยมวันนี้ลูกๆ ทั้งสี่คนของคุณแม่จรุง ได้ทำให้สมบูรณ์แบบหมดแล้วถึงแม้จะเป็นเวลาที่สั้นก็จริง แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เพราะฉะนั้นโยมเรายังมีชีวิตอยู่ที่ทำสิ่งดีๆ อุทิศให้แม่สืบต่อไป เพราะสถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยอมจำนนเพราะพิษร้ายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19  นั้นมันรุนแรงและน่ากลัวจริงๆ มันสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ไปได้อย่างงายดาย เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้เลยว่าใครจะตกในที่นั่งแบบนั้น เพราะฉะนั้นถือว่าลูกๆ ทุกคนทำได้ดีแล้ว ขอบุญกุศลนั้นจงส่งผลแก่คุณแม่จรุงให้ได้รับผลบุญผลกุศลที่พวกท่านทั้งหลายต่างมีความกตัญญูกตเวที ถือว่าคุณแม่จรุงมีบุญแล้ว เพราะคนอื่นบางคนไม่มีโอกาสมาเผาศพได้ แต่พวกโยมมากันได้ครบ ถึงแม้จะไม่เห็นหน้า ขอเป็นกำลังใจให้โยมทุกคน

นางกัลญา เกสรชื่น ลูกสาวคุณแม่จรุง ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า คุณแม่ติดเชื้อวันที่ 22 เม.ย. มีอาการไอมากไอจนผิดปกติ และวันที่ 23 เม.ย. ได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่อนามัยมาดูแม่ และสาธารณสุขมาตรวจซ้ำอีกรอบหนึ่ง จากครั้งแรกไปตรวจแล้วไม่เจอเชื้อ ครั้งที่สองจึงเข้ามาดูเพราะไอผิดปกติ และผลออกมาว่าแม่ติดเชื้อก็ส่งโรงพยาบาล ก่อนวันที่ 23 แม่มีอาการเหนื่อยมาก เข้ารักษาถึงวันที่ 9 พ.ค. แม่บอกไม่ไหวหมอก็ถามว่ายังไงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เพราะแม่มีโรคประจำตัวหลายโรค จนแม่เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ค. ในส่วนคุณพ่อยังคงรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนครปฐม และยังไม่รู้ว่าแม่เสียชีวิตแล้ว แพทย์ก็แจ้งว่าคุณพ่อตอนนี้เชื้อลงไปปอดแล้วด้วย พ่อก็บ่นอยากกลับบ้านแต่ก็ไม่รู้ว่าแม่เสียชีวิตแล้ว ทุกคนไม่กล้าบอก ในส่วนที่ติดเชื้อต่อคือหลานคุณแม่ แต่รักษาหายแล้ว ตนเองเป็นคนใกล้ชิดแม่ที่สุดแต่ตรวจไม่พบเชื้อเลย แต่คนในบ้าน 5 คนติดไป 4 คน ยกเว้นตนเอง จึงคิดว่าวัคซีนมาก่อนคุณพ่อ คุณแม่น่าจะรอด ถ้าคนไทยได้รับวัคซีนคิดว่าคนติดเชื้อจะลดลง