“สิปป์บวร” โต้ “พระมหาไพรวัลย์” ลั่นเป็นบิดาคณะสงฆ์ วอนสังคมเข้าใจ สำนักพุทธฯมีหน้าที่สนองงานสงฆ์

0
174

เผยแจ้งเจ้าคณะกทม.ตรวจสอบปมวิจารณ์การเมือง เป็นการทำตามหน้าที่ประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาดำเนินการทางปกครองคณะสงฆ์

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ในฐานะโฆษกพศ. กล่าวว่า ตามที่พศ.ได้มีหนังสือส่งถึงพระธรรมสุธี ผู้รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพฯ เรื่อง กรณีพระภิกษุให้สัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นที่อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยพบว่า มีสื่อออนไลน์ได้อัพโหลดคลิปวิดีโอ รายการถามตรงๆ ของช่องไทยรัฐทีวี เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2563 โดยมีการเชิญพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง และนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร่วมพูดคุยกรณี ห้ามพระ – เณร เอี่ยวการเมือง โดยพบว่า การพูดคุย หรือแสดงความคิดเห็นของพระมหาไพรวัลย์ อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการเมือง เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับฝ่ายบ้านเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์กรุงเทพฯ จึงขอถวายเรื่องแด่ผู้รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพฯ เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการในทางปกครองคณะสงฆ์ และขอความเมตตาแจ้งผลให้พศ.ทราบด้วยนั้น ขณะนี้ทางผู้รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพฯ ยังไม่ได้แจ้งผลการดำเนินงานมายังพศ.แต่อย่างใด

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า จากการที่พระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความตอนหนึ่งถึงกรณีดังกล่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพศ.นั้น ทางพศ.ได้พิจารณาแล้ว หากไม่ชี้แจง ทำความเข้าใจที่ถูกต้องในอำนาจหน้าที่ของพศ. เกรงว่าคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน จะสับสนและเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในประเด็นที่เผยแพร่ออกไป จึงขอชี้แจงดังนี้ พศ.เป็นหน่วยงานราชการมีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ และพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. คณะสงฆ์ (ฉบับที่2) พ.ศ.2535 ขณะเดียวกันมหาเถรสมาคม(มส.) ได้ออกคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อพศ.มีหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ หากมีประเด็นที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกิจการคณะสงฆ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎ คำสั่ง ระเบียบ ประกาศ มหาเถรสมาคม พศ.ต้องประสานงานในการดำเนินการเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าวร่วมกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในแต่ละระดับ ตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ที่กำหนดไว้ในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เพื่อปกป้องมิให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นการที่พระมหาไพรวัลย์ โพสต์ว่า พศ.เป็นบิดา หรือเจ้านายคณะสงฆ์ ออกคำสั่งให้คณะสงฆ์ทำนั่นทำนี่นั้น ตนยืนยันว่าพศ.ไม่มีการออกคำสั่งใดๆ เป็นเพียงการประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ตามระบบราชการตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในการสนองงาน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยของคณะสงฆ์ตามคำสั่งมหาเถรสมาคมเท่านั้น