สัมมนาเข้มข้นหนตะวันออก “ปฏิรูปพุทธ” สมเด็จพระพุฒาจารย์ ชี้เจ้าอาวาสเป็นหัวจักรใหญ่นำพาปฏิรูปพุทธสำเร็จ ฟื้นศรัทธาชาวบ้าน

0
2211

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วิทยาเขตขอนแก่น สมเด็จพระพุฒาจารย์(สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) สู่การปฏิบัติในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกและกล่าวให้โอวาทว่า พระสังฆาธิการทุกระดับ ตั้งแต่เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด รองเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ที่เข้าร่วมประชุมแผนยุทธศาสตร์ฯในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานปฏิรูป ถือเป็นภาคคณะสงฆ์สุดท้าย (หนตะวันออก) ของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายปฏิรูปประเทศของรัฐบาล สอดคล้องกับคณะปฏิรูปที่ทำการปฏิรูปประเทศ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ กล่าวต่อไปว่า ที่จริงการปฏิรูปกิจการพุทธศาสนา 6 ด้าน หากพิจารณาแล้ว ถือเป็นการกระชับการปฏิบัติงานให้เป็นระบบและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กิจการทางพระพุทธศาสนาได้ยึด 3 ส่วนมาประพฤติปฏิบัติ คือ 1.คำสอนพระพุทธเจ้า 2.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้พระสังฆาธิการ ขอจงรับภารธุระในพระพุทธศาสนา ช่วยระงับอธิกรณ์ สงเคราะห์ภิกษุในอารามให้สมบูรณ์ และ3. นโยบายคณะสงฆ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทุกภาคส่วนมีหน้าที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่มส. เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าอาวาส

“ตอนนี้ชาวบ้านอยากเห็นพระสงฆ์ประพฤติดีปฏิบัติชอบ หากเจ้าอาวาสที่ถือเป็นหัวจักรใหญ่ช่วยกันปกครองดูแลพระสงฆ์ สามเณรในปกครองให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ จัดให้มีการศึกษา จะทำให้ประชาชนเกิดความศรัทธา เชื่อถือ เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ส่งผลให้พระพุทธศาสนามั่นคง ขอให้ช่วยกันหากเจ้าอาวาสไม่ช่วย ก็จะเกิดความวุ่นวาย ปฏิรูปอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ขอฝากพระสังฆาธิการทั้งหลายว่า ถึงเก่งอย่างไรก็ไปไม่รอดหากไม่นำแผนปฏิรูปเข้าถึงเจ้าอาวาสสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจไม่ให้เกิดความอึดอัดต่อการปฏิรูป เพราะทั้งที่จริงแล้ว การปฏิรูปเป็นเพียงกระชับการทำงานและทำให้เป็นระบบเท่านั้น” กรรมการมส.กล่าว

พระราชวรเมธี รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมจร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะสงฆ์ไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์การทำงาน การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาระยะ 5 ปี และ 20 ปี ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของคณะสงฆ์ ซึ่งจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในคณะสงฆ์ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ในหลายส่วนทั้งการศึกษา การปกครอง การเผยแผ่ แต่ข้อที่มีการพูดคุยกันมากในคณะสงฆ์ขณะนี้เป็นเรื่องที่สังคมภายนอกไม่ไว้วางใจพระสงฆ์ โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ดังนั้น คณะสงฆ์จึงเห็นร่วมกันว่า หากวัดมีการบริหารจัดการที่ดี มีระบบบัญชีที่ชัดเจนก็จะไม่มีปัญหา ใครจะมาตรวจสอบความโปร่งใสก็ได้ ที่สำคัญการปฏิรูปครั้งนี้ คณะสงฆ์ได้ตั้งเป้าหมายว่า จะทำอะไรให้แก่สังคมตั้งแต่ศาสนทายาท หลักธรรม สาธารณะประโยชน์ และเมื่อจัดสัมมนาแผนปฏิบัติการครบทุกภูมิภาคแต่ละจังหวัด แล้วจัดทำโครงการ กิจกรรม บรรจุในแผนยุทธศาสตร์ฯของแต่ละภาคเสร็จแล้ว จะมีการนำเสนอ ประธานกรรมการแต่ละฝ่ายแล้วนำเสนอต่อมส. โดยกำหนดให้เสร็จทันภายในปี 2560