สสส.-เครือข่ายงดเหล้า จับมือกรมพลศึกษา Thai PBS ชูประเด็น “เพื่อนกันมันส์โนแอล” เปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างแรงบันดาลใจทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ครั้งที่ 3

0
74

มีทีมฟุตซอลเข้าร่วม 486 ทีม รวมกว่า 8,000 คนทั่วประเทศ โดยนัดชิงชนะเลิศทีมโรงเรียนราชวินิจ บางเขน เฉือนชนะโรงเรียนร่มไทรวิทยา (อบจ. สกลนคร) 3:0 คว้าแชมป์

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ กรมพลศึกษา และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2021 -2022 Inspired by Thai PBS ภายใต้แนวคิด“เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ประเภทเยาวชนชายรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี โดยจัดการแข่งขันคัดเลือกมาตั้งแต่ระดับจังหวัด เพื่อหาผู้แทนมาแข่งขันกันในระดับโซน 10 โซน และผ่านเข้ามาระดับภูมิภาค 5 ภูมิภาค ก่อนจะได้มีทีมกีฬาที่ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์ระดับประเทศ 12 ทีม ได้แก่ โรงเรียนกีฬา อบจ. แพร่ , โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครสวรรค์ , ทีมพบพระอคาเดมี่ จ.ตาก , โรงเรียนอัญสัมชัญ นครราชสีมา , โรงเรียนกีฬา อบจ. สกลนคร (ร่มไทรวิทยา) , โรงเรียนนาคำวิทยา จ.อุบลราชธานี , โรงเรียนเทศบาล 3 สหมิตรมงคล สระบุรี , Soccer one สมุทรปราการ (โรงเรียนพรตพิทยพยัต) , โรงเรียนราชวินิจบางเขน กทม. , โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม , ทีมฉลามน้อย จ.ระนอง , ทีมเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ จ.ภูเก็ต

ผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โรงเรียนราชวินิจบางเขน ทีมเต็งชนะม้ามืดภูธร โรงเรียนร่มไทรวิทยา (ห้องเรียน กีฬา อบจ.สกลนคร) คว้าแชมป์รายการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงษ์ พงศ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักการกีฬากรมพลศึกษา มอบถ้วยรางวัล โดยมีผู้เล่นยอดเยี่ยม น้องแป๊บซี่ หมายเลข 10 โรงเรียนราชวินิจบางเขน พร้อมกับได้รางวัลทีมแฟร์เพลย์ยอดเยี่ยมไปครอง 3 รางวัล

นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า กีฬาฟุตซอลได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น และทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าไปสู่การแข่งขันในระดับโลก ซึ่งจะเป็นการปูทางสร้างอนาคตให้กับเด็กโดยเฉพาะทีมจากต่างจังหวัดมีโอกาสได้ร่วมการแข่งขัน ซึ่งตลอดทัวร์นาเมต์มี 486 ทีมที่เข้าร่วม รวมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมกว่า 8,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันในระดับจังหวัดมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนได้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเต็มที่เพื่อเปิดโอกาสเด็กเยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เช่น ทีมพบพระอคาเดมี่ จ.ตาก ซึ่งมีโค้ชโบ้ โค้ชจิตอาสาได้พาน้องๆ ซึ่งอยู่ในชุมชนชาติพันธุ์ ขาดโอกาสมากมาย ได้มีโอกาสมาสัมผัสเกมส์ในระดับชาติเป็นช่วงชีวิตที่น่าจดจำของน้องๆ และโค้ชยังได้ปลูกฝังคุณค่าการใช้ชีวิตให้มีความหวัง สร้างพลังใจแม้ในพื้นที่จะไม่ได้สะดวกเหมือนในเมือง แต่ก็มีภูมิใจในการเป็นคนพบพระ นอกจากนั้น ทีมโรงเรียนสหมิตรมงคล จ.สระบุรี ก็เป็นอีกตัวอย่างที่โค้ชคำรณ เสียสละนำเด็กๆ ที่ขาดโอกาสมาฝึกซ้อมโดยมีวัดและเจ้าอาวาสเป็นสปอนเซอร์หลัก ซึ่งสามารถสอดแทรกหลักธรรมะให้เข้าถึงเด็กๆ ซึ่งการสอดแทรกทักษะชีวิตเหล่านี้เป็นยุทธศาสตร์ของ สสส. ที่ขับเคลื่อนอย่างมีบูรณาการทั้งลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เสริมปัจจัยสร้างสุขภาพไปพร้อมกัน

นายนคร ชูสอน ครูผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชนจากโรงเรียนราชวินิต บางเขน รางวัลทีมชนะเลิศ กล่าวว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นสนามใหญ่ระดับประเทศ ผมพานักกีฬาเข้ามาจนถึงรอบนี้ได้ คิดว่าแชมป์เท่านั้นที่ต้องการจะคว้ามาให้ได้ พวกเราฝึกหนักซ้อมหนัก กิน นอนด้วยกัน ใช้ความระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับโรคระบาดโควิด-19 ก็เพื่อทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ผมใส่ใจมาก นักกีฬาของผม คิดเป็นที่รู้กันว่าเราเน้นเรื่องการไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ เราต้องไม่เกี่ยวข้องมันเลยเพราะมันจะทำลายและบั่นทอนการเป็นนักกีฬาที่ดีของเรา ทำให้เราไปไม่ถึงฝั่งฝัน และพ่ายแพ้ให้กับสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้น ต้องสอนให้เด็กรู้จักขอโทษ และให้อภัยกันในเกมส์ ทำให้ทีมของเรายังได้รับรางวัลทีมแฟร์เพลย์อีกหนึ่งรางวัลด้วย

นายกรวิชญ์ ธุระพระ โค้ชผู้ฝึกสอน ทีมโรงเรียนร่มไทรวิทยา ในฐานะรองแชมป์ กล่าวว่า ทีมเราฝึกหนักมาก แต่ก็คิดว่าเรามาไกลเกินคาดแล้ว เพราะความร่วมแรงร่วมใจของทีมเราเป็น Teamwork ที่ดี เพราะว่าเด็กของเรามีวินัย จึงได้เข้ามาสู่รอบนี้ เพื่อนำชื่อเสียงกลับไปยังจังหวัดสกลนครของเรา

“สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อมของผมและการเป็นนักกีฬาของทีมเรา ต้องไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ทางสำหรับการเป็นนักกีฬา ข้อดีไม่มี มีแต่ข้อเสียและไม่เกิดประโยชน์อะไร และการแข่งขันในสนามกีฬาแห่งนี้มีมนต์ขลัง การมาแข่งในที่ต่างๆ มีแพ้ มีชนะบอกเลยว่า ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป การมาแต่ละครั้งเป็นการสร้างผลงานให้ตัวเอง ทีมจะดึงศักยภาพของเด็กออกมาเพื่อสร้างโอกาสให้กับพวกเขา ให้กับทีมเรา” นายกรวิชญ์ โค้ชผู้ฝึกสอน กล่าว

จากการแข่งขันครั้งนี้ นายเสริมสุภัทร ยิ่งนอก หรือน้องแป๊บซี่ นักกีฬาจากทีมโรงเรียนราชวินิต บางเขน คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือ Man of the match กล่าวคือเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่ดี ขยันเล่นตลอดเกม ส่งเสริมให้ทีมทำประตูได้ ช่วยในเกมรับได้ดี มีปฏิภาณไหวพริบและมีมารยาทที่ดีในเกมการแข่งขัน กล่าวว่า “ผมดีใจมากและไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลครั้งนี้ ระหว่างที่เล่นคิดแต่เพียงว่าเราตั้งใจเล่น ตั้งใจส่งเสริมให้ทีมทำประตูได้ที่สำคัญคือหากเรากระทบกระแทกกันแรง เราก็เข้าไปขอโทษเพื่อนถึงแม้เขาจะเป็นคนละทีมกัน”

ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า โครงการนี้ใช้เกมส์กีฬาสร้างโอกาสให้เด็กๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัด และเป็นการสร้างเครือข่ายโค้ช ที่เสียสละ อดทนฝึกฝนให้น้องๆนักกีฬา มีทักษะมีความขยัน มุ่งมั่น มีวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และห่างไกลจากเหล้า-บุหรี่ การพนันและยาเสพติด สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ สง่างาม ดังนั้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องยกย่องคือโค้ช พ่อแม่ ชุมชน ผู้ใหญ่ใจดีที่เข้าใจและสนับสนุนน้องๆ เพราะ “ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน” ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเน้นการสร้างเครือข่ายโค้ชสร้างแรงบันดาลใจ เราไม่มีเงินรางวัลที่สูง แต่เรามีมิตรภาพและน้ำใจเพราะสนามชีวิตจริงเราต่างต้องพึ่งพาอาศัย และช่วยกันพัฒนาเด็กๆ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดีนั่นเอง