สรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ วันที่ ๑๒ – ๑๔ เมษายน ๒๕๖๐ ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

0
3432

เครดิษภาพ : dmc tv

ประเพณีสงกรานต์
เป็นประเพณีปีใหม่ของไทย  กำหนดให้วันแรกของเทศกาลเป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์”วันถัดมาเรียกว่า “วันเนา” และวันสุดท้าย เรียกว่า “วันเถลิงศก”  ปัจจุบันปฏิทินไทยกำหนดให้วันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน  เป็นเทศกาลสงกรานต์  ซึ่งพิธีกรรมเนื่องในเทศกาลสงกรานต์จะใช้น้ำเป็นหลัก  เพื่อผ่อนคลายความร้อน ได้แก่  การรดน้ำให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น  มีการรดน้ำอัฐิเป็นการแสดงความรำลึกถึงบรรพบุรุษ การสรงน้ำพระพุทธรูป  เจติยสถาน  พระสงฆ์  และรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่  ในพิธีหลวงมีการสรงสนานเป็นสิริมงคลเมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่  ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มีพัฒนาการและแนวโน้มคลาดเคลื่อนไป  โดยมุ่งแสดงความหมายเป็นแต่เพียงประเพณีเล่นน้ำ  ทำให้ประเพณีที่ดีงามของไทยเสื่อมคลายความหมายที่ดีงามไป
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสืบต่อองค์ความรู้อันเป็นรากฐานวัฒนธรรมดั้งเดิม  ซึ่งมีบทบาทในการเลือกสรรสืบทอดประเพณีที่เหมาะสม และเพื่อผดุงความรู้มรดกทางวัฒนธรรมเนื่องในเทศกาลสงกรานต์  จึงได้จัดกิจกรรมสรงน้ำเทพนพเคราะห์เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงาม

พระอาทิตย์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ ๖ ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต เกิดเป็นพระอาทิตย์ ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกายสีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์ เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคารสัญลักษณ์เลข ๑ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖

พระจันทร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา ๑๕ นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี สัญลักษณ์เลข ๒ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕

พระอังคาร พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์สัญลักษณ์เลข ๓ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘


พระพุธ พระอิศวรทรงใช้ช้าง ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษมีผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภท
ศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุม รอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหูสัญลักษณ์เลข ๔ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๗


พระพฤหัสบดี พระอิศวรสร้างจากฤาษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดงพรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี


พระศุกร์ พระอิศวรทรงสร้างจากโค ๒๑ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เป็นพระศุกร์ มีผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท เป็นมิตรกับพระอังคาร แต่เป็นศัตรูกับพระเสาร์สัญลักษณ์เลข ๖ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์


พระเสาร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤตได้เป็นพระเสาร์มีสีกายดำคล้ำ ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์สัญลักษณ์เลข ๗ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐


พระราหู พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว (บางตำราว่าผีโขมด ๑๒ ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระราหู มีกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางลุ่มหลงมัวเมา เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธสัญลักษณ์เลข ๘ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒

พระเกตุ พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค ๙ ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ) ประจำอยู่ในทิศท่ามกลางบ้างว่า  พระเกตุเกิดจากหางของพระราหู ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข  ๙และมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๙
การบูชาเทวดาเสวยอายุ
หากต้องการทราบว่าเทพนพเคราะห์องค์ใดเสวยอายุให้นับอายุเต็ม  โดยเริ่มต้นนับกำลังของเทพนพเคราะห์ประจำวันเกิดเวียนขวาไปตามผังทักษา  แต่ละองค์จะเสวยอายุเป็นจำนวนปีตามกำลังแห่งตนยกเว้นพระเกตุจะไม่เข้าเสวยอายุ แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเคราะห์กรรมหรือเพิ่มความเจริญรุ่งเรืองตามความเชื่อฝ่ายไสยศาสตร์หรือศาสนาฮินดู
คนไทยโบราณได้ผนวกความเชื่อจากศาสนาฮินดูเข้ากับความนับถือศาสนาพุทธ  โดยให้จัดเครื่องบูชาถวาย ดังนี้ข้าวปั้นจำนวนเท่ากำลังพระเคราะห์ใส่กระทง พร้อมข้าวตอก ดอกไม้ หมากพลู แล้วเขียนเลขประจำตัวพระเคราะห์(บัตร) ใส่กระทงนั้นไปบูชาพระพุทธรูป จากนั้นจุดธูปตามจำนวนกำลังพระเคราะห์หรือหล่อพระพุทธรูปประจำเทพนพเคราะห์ถวายวัด