สมเด็จฯทั้งมหานิกาย-ธรรมยุต ให้เมตตา “พระเทพศาสนาภิบาล” ร่วมงานบำเพ็ญกุศลพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ มอบปัจจัยสงเคราะห์พระ-เณร นักเรียนและผู้ป่วย

0
1196

วันนี้ (14 ก.พ.2562) ที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม พระเทพศาสนาภิบาล รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และพิธีมอบประกาศนียบัตรนักธรรมและธรรมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมีสมเด็จพระวันรัต  (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธาน มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปเสโม) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) เจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 รองแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม พร้อมด้วยพระเถรานุเถระทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคต่างๆ ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระวันรัต ได้มีเมตตาอนุโมทนากถาว่า ขออนุโมทนาต่อพระเทพศาสนาภิบาล ที่มองเห็นความจำเป็นของสังคม ทั้งส่วนพระภิกษุสามเณร ทั้งส่วนเยาวชนของชาติ และทั้งส่วนผู้เจ็บป่วยซึ่งจะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างๆ จึงได้จัดความสะดวกให้ดังที่ปรากฏนี้ ในส่วนของคณะสงฆ์ก็ได้มอบความสะดวกที่ให้แก่ศาสนทายาทได้ศึกษาเล่าเรียน และทั้งด้านการสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วย คือการอนุเคราะห์ทุนส่วนหนึ่งให้เป็นค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลนั้น ๆ ในส่วนการส่งเสริมเยาวชนของชาติ ก็ได้อนุเคราะห์ปัจจัยเป็นค่าอาหารกลางวัน ก็ขอให้ทุกส่วนคิดว่าที่ได้รับการอนุเคราะห์ในโอกาสนี้นั้น ใช้ปัจจัยที่ได้รับนั้นให้เป็นประโยชน์ของสงฆ์ ในส่วนเยาวชนของชาติ ก็น่าจะไปถึงผู้ปกครองที่จะต้องดูแลบุตรหลานของตนให้ใช้ปัจจัยที่ได้รับนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ความจำเป็นของชีวิต รวมทั้งให้คำแนะนำสั่งสอนให้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนับตั้งแต่การศึกษาเล่าเรียนเพื่อประโยชน์ของตนเองและส่วนรวมคือประเทศชาติ ทั้งหมดนี้เป็นการอนุเคราะห์ช่วยเหลือส่วนหนึ่งในทั้งหมดของวัดไร่ขิง ซึ่งกระทำสนองพระคุณบูรพาจารย์ ตามที่วัดไร่ขิงได้เคยทำมา จึงเป็นที่น่าอนุโมทนายินดียิ่ง จึงขอให้ทุกท่านที่ได้ทราบ ว่าน่ายินดีกับกิจการเหล่านี้ ขอความสุขความเจริญในหน้าที่การงานในทุกๆ ประการ จงมีแก่ทุกท่านโดยทั่วกันเทอญ.

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนายการสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศจ.) จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การธำรงตั้งมั่นของพระพุทธศาสนา อาศัยมูลปัจจัยที่สำคัญสองประการ คือ ปริยัติ การศึกษาเล่าเรียนท่องบ่นทรงจำไว้ซึ่งศาสนธรรมอย่างหนึ่ง ปฏิบัติ คือ การฝึกหัดกายวาจาใจ ให้ดำเนินไปตามศาสนธรรมที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแล้วนั้น การปฏิบัติชอบตามหลักศาสนธรรม จึงต้องอาศัยการปฏิบัติที่ถูกทางเป็นเบื้องต้น ผลคือ ความสุข ความเจริญในชีวิต รวมถึงอำนวยคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ผอ.พศจ.นครปฐม กล่าวต่อว่า การสอบธรรมสนามหลวง เป็นการแสดงถึงความเจริญงอกงาม และความดำรงอยู่อย่างมั่นคงของพระพุทธศาสนาในปัจจุบันที่จะเป็นผลสืบไปในอนาคต เพื่อทดสอบความเข้าใจและความมั่นใจถึงภาวะที่แน่นแฟ้นในพระพุทธศาสนา สมกับที่ได้มาบรรพชาอุปสมบทเป็นศาสนทายาทสืบอายุพระพุทธศาสนา ส่วนผู้เรียนผู้สอบที่เป็นฆราวาส ถือว่า ได้ทำหน้าที่ในฐานะพุทธศาสนิก ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมร่วมกับ พศจ.นครปฐม จึงได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรนักธรรม และธรรมศึกษาให้แก่ผู้สอบได้เป็นประจำทุกปี  โดยในปีนี้มีพระภิกษุสามเณรสอบได้นักธรรมชั้นตรี โท เอก รวม 971 รูป และมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปสอบได้ธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก รวม 22,445 คน

สำหรับประวัติ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เดิมชื่อ ปัญญา ทิพย์มณฑา เป็นบุตรของนายไป๋และนางแช่ม ทิพย์มณฑา อาชีพกสิกรรม เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ขณะมีอายุได้ 12 ปี ณ วัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วลาย ตำบลงิ้วลาย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาเมื่ออายุได้ 20 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเดิม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2485 โดยมีพระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม ปุญฺญวสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า “อินทฺปญฺโญ”

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ดำรงตำแหน่งในทางปกครองคณะสงฆ์ อาทิ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 เป็นต้น สำหรับสมณศักดิ์ชั้นสุดท้ายเป็นที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ เมื่อ พ.ศ. 2539 ตลอดชีวิตของท่าน ได้ทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาด้านบริการชุมชนและสาธารณสุข โดยเฉพาะการสร้างโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการรักษาดวงตาเป็นที่เลื่องลือไปไกล

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ มีโรคประจำตัว คือโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ป่วยเรื้อรังมานานนับสิบปี ท่านได้เข้ารักษาตัวครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และมรณภาพเมื่อกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ด้วยอาการสงบจากอาการติดเชื้อที่ปอดและกระแสโลหิต สิริรวมอายุได้ 85 ปี 4 เดือน 5 วัน พรรษา 65 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมราชบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงศพและพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ตามสมณศักดิ์