“สมเด็จพระสังฆราช” เสด็จวัดยานนาวา อนุโมทนายกย่องงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ทรงยกพระพุทธานุศาสนี เมื่อยังมีชีวิต ควรเกื้อกูลกัน

0
1690

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ที่อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ วัดยานนาวา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพร อัมพโร) เสด็จเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา และทรงประทานรางวัล “เพชรงามการสาธารณสงเคราะห์” ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม(มส.) ที่มีพระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกรเถร) กรรมการมส. เจ้าอาวาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานคณะกรรมการฯ มีรายนามดังนี้

1.พระพรหมมงคล วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ 2.พระสุธรรมาธิบดี วัดบวรนิเวศวิหาร 3.พระธรรมโมลี วัดศาลาลอย จ.สุรินทร์ 4.พระเทพศีลวิสุทธิ์ วัดประชุมชลธารา จ.นราธิวาส 5.พระเทพโกศล วัดศรีโสดา จ.เชียงใหม่ 6.พระเทพประสิทธิมนต์ วัดศรีสุดาราม 7.พระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิง จ.นครปฐม 8.พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร 9.พระพุทธิญาณมุนี วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย 10.พระสิริพัฒโนดม วัดเอก จ.สงขลา 11.พระครูอุทัยโกศล วัดกรับพวงเหนือ จ.พิษณุโลก 12.พระครูพิทักษ์นันทคุณ วัดอรัญญาวาส จ.น่าน 13.พระครูวิมลปัญญาคุณ วัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี 14.พระครูโพธิวีรคุณ วัดโพธิการาม จ.ร้อยเอ็ด 15.พระครูอดุลคุณาธาร วัดนิคมประทีป จ.ตรัง 16.พระครูอมรชัยคุณ วัดสุชัยคุณาราม จ.นครราชสีมา 17.พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม วัดโพธิ์ทอง จ.จันทบุรี 18.พระสุบิณ ปณีโต วัดไผ่ล้อม จ.ตราด 19.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 20.บริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด

จากนั้นทรงมีคติธรรมเปิดการประชุม ว่า บุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็นสมาชิกแห่งพุทธบริษัท พึงใคร่ครวญอยู่เป็นนิตย์ว่า ชีวิตของตนไม่ใช่ของยั่งยืน วัยย่อมหมดไปตามลำดับวัย วันและคืนย่อมผ่านไป เมื่อมีชีวิต วันแห่งชีวิตก็ร่นเข้ามา ด้วยเหตุนี้ บุคคลจึงบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อเกื้อกูลกันและกัน ด้วยการละคลายความเป็นตัวตนลงให้มากที่สุด ให้สมดังพระพุทธานุศาสนีที่ว่า ภูตํ เสสํ ทยิตพฺพํ แปลว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ควรเกื้อกูลกัน ซึ่งตามประวัติศาสตร์ชาติไทย คณะสงฆ์ร่วมกับพุทธศาสนิกชน ดำเนินกิจการด้านสาธารณสงเคราะห์เป็นนิพัทธจริยาสืบเนื่องมาทุกยุคทุกสมัย การที่มีเจตนาดำเนินงานตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ด้วยการสัมมนาขับเคลื่อนงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ให้จำเริญวัฒนา จึงเป็นที่น่าอนุโมทนายกย่องอย่างยิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า  เนื่องในโอกาสที่พระพรหมวชิรญาณ เจริญอายุวัฒนมงคล ครบ 81 ปี คณะสงฆ์วัดยานนาวาและคณะศิษยานุศิษย์ ได้จัดพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล พิธีทำบุญอุทิศอดีตเจ้าอาวาสและบุพการีวัดยานนาวา พิธีมอบทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณรผู้สอบนักธรรม-บาลีได้ในสำนักเรียนวัดยานนาวา  และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมทุนการศึกษาแก่สถานศึกษาที่ส่งนักเรียน นิสิตและนักศึกษา เข้าสอบธรรมศึกษาสนามหลวงประจำปีพุทธศักราช 2561 และจัดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา จากนโยบายสู่การปฏิบัติระดับจังหวัด พร้อมกับจัดให้มีพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ระหว่างวันที่ 23-24 พ.ค. 2561

ประวัติโดยสังเขป พระพรหมวชิรญาณ ชื่อ ปสฤทธ์ นามสกุล สุทธิพันธุ์ เกิดวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2480 บิดา ขุนก่อเอ้อุกฤษ (ผา) มารดา นางก่อเอ้อุกฤษ (ตา) ณ บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2491 ที่วัดยางน้อย  พระครูพินิฐศีลคุณ เจ้าคณะอำเภอเขื่องใน วัดทุ่งสว่าง เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ วันที่ 20 กรกฎาคม 2501 ณ พระอุโบสถวัดจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พระธรรมธีรราชมหามุนี (ธีร์ ปุณฺณโก ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส (ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระธีรญาณมุนี) เป็นพระอุปัชฌาย์

พระพรหมวชิรญาณ ปัจจุบัน อายุ 81 พรรษา 58 วิทยฐานะ ป.ธ.3 , น.ธ. เอก พธ.ด. (กิตติมศักดิ์) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , คบ.ด. (กิตติมศักดิ์) จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี , ปบ.ด. (กิตติมศักดิ์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง , ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย New Port University, California, U.S.A. , ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (บริหารการศึกษา) จากมหาวิทยาลัยสยาม , ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม , ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ภาษาไทย) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

กรณีกิจด้านศาสนสงเคราะห์ อาทิ การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ถวายเครื่องสมณบริโภคแด่พระภิกษุสามเณรและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่ภาคกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารบริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด ถวายปัจจัยสนับสนุน  พร้อมด้วยเงินบริจาคสบทบจากประชาชนทั่วไป , การมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ภาคกลาง , ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ มอบบ้านธารน้ำใจ ในโครงการบ้านสงฆ์อาธร , การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ถวายเครื่องสมณบริโภคแด่พระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ในโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อการเกษตรตามพระราชดำริ เป็นต้น