“สมเด็จพระสังฆราช” ทรงชี้วิถีทางอบรมจิตใจ ให้สำรวจจิตใจตน โลภ โกรธ หลง ประดุจศรที่ยังคดงอ

0
1668

วันนี้ (14 ก.พ.2562) ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.) ศาลายา จ.นครปฐม มีการจัดงานวันมาฆบูชา “หัวใจพระพุทธศาสนา หัวใจประชาชาวไทย ปีที่ 3” โดยมีพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อุปนายกสภามมร. เป็นประธาน พร้อมกันนี้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ได้ประทานพระคติธรรม เนื่องในงานดังกล่าว ใจความว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนพุทธบริษัทให้ตระหนักถึงคุณค่าของการพัฒนาจิตใจว่า “คนมีปัญญา ทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรทำลูกศรให้ตรงได้”

ฉะนั้นการอบรมจิตใจให้ถึงความเป็นบัณฑิตผู้เจริญด้วยสติปัญญา ย่อมเป็นวิถีทางของการเป็นพุทธศาสนิกชน แต่หนทางที่จะก้าวไปสู่ความเป็นบัณฑิต จำต้องอาศัยการศึกษาพระธรรมเป็นหนทางสายเอก ด้วยอำนาจพระมหากรุณา จึงประทานโอวาทปาฏิโมกข์เป็นบทสรุปวิถีทางอบรมจิตใจของพุทธบริษัทไว้ 3 ประการ กล่าวคือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว และชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ดังที่เรียกว่า หัวใจของพระพุทธศาสนา เนื่องในดิถีมาฆบูชา ขอพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ใช้โอกาสนี้ เร่งสำรวจตนเองว่าจิตใจของตน ยังดิ้นรน กวัดแกว่ง ห้ามยาก ด้วยอำนาจแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง อันเปรียบประดุจศรที่ยังคดงอ ประการใดบ้าง เมื่อพบแล้ว จงหันมาเอาใจใส่ ศึกษาปริยัติธรรม ชำระจิตใจ ให้สะอาด ผ่องแผ้ว จนยกระดับสู่ขั้นปฏิบัติธรรม เปรียบประดุจการทำลูกศรให้ตรง นำไปสู่การบรรลุถึงปฏิเวธธรรมอันเป็นเป้าประสงค์ได้สมมโนปณิธาน

นอกจากนี้ในงานดังกล่าวยังมีการเจริญพระพุทธมนต์จากพระภิกษุสามเณร 1,250 รูป ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับเหตุการณ์ในสมัยพุทธกาลที่ทำให้เกิดเป็นวันมาฆบูชา คือ มีพระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ที่วัดเวฬุวัน ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักหัวใจของพระพุทธศาสนาด้วย

…………………………………………………………………………………………………………