สมเด็จพระสังฆราชประทานคติธรรม “ฟังเทศน์มหาชาติเพื่อละกิเลส”

0
112

วันนี้ (5 กันยายน 2563) ที่หอประชุมพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพรมหาเถร) ทรงโปรดมีพระบัญชามอบสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต)  เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะประธานคณะผู้ช่วยสนองงานในสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานเปิดงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และนายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ. ร่วมถวายการต้อนรับ และถวายเครื่องสักการะตามลำดับ

โอกาสนี้สมเด็จพระสังฆราชได้ประทานพระคติธรรม เนื่องในงานเทศน์มหาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ความว่า การเทศน์มหาชาติ เป็นประเพณีสำคัญคู่สังคมไทยมาช้านาน พุทธศาสนิกชนนิยมฟังเทศน์มหาชาติเพราะเชื่อว่าได้อานิสงส์มาก อย่างไรก็ดี ผู้ฟังธรรมพึงระลึกไว้เสมอว่า พระธรรมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงทั้งสิ้นนั้น ล้วนเป็นไปเพื่อให้บุคคลเกิดความละคลายจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองซึ่งร้อยรัดจิตใจ จึงขอให้ผู้ใฝ่ใจในการสดับพระธรรมเทศนา อย่าได้มุ่งหวังอานิสงส์ในเชิงโลกามิส เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งล้วนเป็นโลกธรรมอันแปรปรวนไปได้เสมอ หากจงน้อมนำคติธรรมสำคัญของมหาเวสสันดรชาดก ได้แก่ความเมตตากรุณาอันเป็นต้นเหตุของการให้ พร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมดุจดั่งพระเวสสันดร มาเป็นอุดมการณ์สำหรับตน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน และเป็นสังคมแห่งความเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์โดยไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง อันจะยังให้บังเกิดสันติสุขขึ้นได้อย่างแท้จริง

ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานว่า  งานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 ก.ย. โดยอาราธนาพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิรู้มีความสามารถในการเทศน์ทำนองหลวงมาเป็นองค์แสดงธรรม ในการนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ทรงสดับพระธรรมเทศนามหาชาติ เวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรี 90 พระคาถา ในวันที่ 7 ก.ย. เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมพุทธมณฑลด้วย