สมเด็จพระวันรัต เมตตาเป็นประธานงานอายุวัฒนมงคล “พระเทพประสิทธิมนต์” หนุนสร้างศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ เพื่อผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี

0
109

ผู้สื่อข่าวรายงาน การจัด “งานทำบุญอายุวัฒนมงคล 70 ปี พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม วรวิหาร และงานฉลองอาคารศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์” ในภาคบ่ายของวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ อาคารศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ เขตทวีวัฒนา กทม. โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) มาเป็นประธาน พร้อมด้วยคณะสงฆ์สมณศักดิ์ 16 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประกอบด้วย  พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ , พระพรหมโมลี วัดปากน้ำภาษีเจริญ , พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส , พระพรหมวิสุทธาจารย์ วัดเครือวัลย์ , พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา , พระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศนเทพวราราม , พระพรหมมุนี วัดพระศรีมหาธาตุ , พระธรรมไตรโลกาจารย์ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม , พระธรรมธัชมุนี วัดปทุมวนาราม , พระธรรมบัณฑิต วัดพระราม ๙ , พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุข , พระธรรมปาโมกข์ วัดราชผาติการาม , พระธรรมกิตติเมธี วัดราชาธิวาส , พระธรรมรัตนดิลก วัดอรุณราชวราราม , พระธรรมรัตนากร วัดพระเชตุพนฯ และพระราชรัชวิเทศ วัดปากน้ำ โดยมีคณะศรัทธาญาติโยมและผู้เกียรติร่วมในพิธี อาทิ รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นส.พะเยาว์ จิตกระโชติ ผู้บริจาคที่ดินสร้างศูนย์แพทย์ฯ พันเอก ดร.ยรรยง ภัทรเลาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมท่อน้ำไทย จำกัด กำนันศุภชัย + กำนันอุบล กลั่นประชา ผู้มีอุปการคุณ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ นายกมล ศรีภูรปรีชานนท์ ประธานชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองผอ.สำนักการแพทย์ กทม. นายพรเลิศ เพ็ญพาส ผอ.เขตทวีวัฒนา นพ.ชัยยศ เด่นอริยกูล ผอ.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พญ.สุธี สฤษฎิ์ศิริ ผอ.ศูนย์บริการสาธารณสุข 67 ทวีวัฒนา สำนักอนามัย นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล รองผอ.ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ นางนัฐจิราพร แดงเอียด รองผอ.ฝ่ายบริหารงานทั่วไปโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ฯลฯ

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) ประทานกราบเรียนถึงความเป็นมาในการสร้างศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯต่อสมเด็จพระวันรัต ว่า  ก่อนจะมาเป็นศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯในวันนี้ พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้สนองงานคณะสงฆ์ตามมติมหาเถรสมาคม(มส.) ในด้านการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านสาธารณูปการ ด้านศึกษาสงเคราะห์ และด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้วยดีตลอดมาโดยเฉพาะในด้านการสาธารณสงเคราะห์ที่มีคุณูปการอันยิ่ง และมีประโยชน์อย่างมากสำหรับกรุงเทพมหานคร อาทิ พ.ศ.2539 เป็นประธานสร้าง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 เป็นประธานสร้างโรงพยาบาล ๘๔ พรรษามหาราช เขตคลองสามวา สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

พ.ศ.2557 เป็นประธานสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาแบบครบวงจร ของมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซอยเพชรบุรี 12 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2561 เป็นประธานสร้างศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ในเนื้อที่ 5 ไร่ จากการบริจาคาที่ดินของนางสาวพะเยาว์ จิตกระโชติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และเพื่อตอบสนองปัญหาความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างครอบคลุมในมิติต่างๆ ของชีวิตก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามาตรฐานการสงเคราะห์ผู้สูงอายุอย่างครอบคลุมและทั่วถึงรวมทั้งเป็นแนวทางให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องนำไปให้การดูแลช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตในชุมชนและสังคมได้อย่างสันติสุขและยั่งยืน สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามอัตภาพไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น

ในการก่อสร้างอาคารศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าประคุณฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเมตตาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกครั้งที่ให้โครงการฯไปเปิดรับบริจาคสร้างอาคารศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ ที่ด้านหน้าพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อเดือนกันยายน ปีพ.ศ.2561 เป็นเวลารวม 15 วัน โดยอาคารศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ เป็นอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้น ขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 42 เมตร พื้นตที่ใช้สอยประมาณ 2,968 ตารางเมตร ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 ห้องตรวจรักษา ห้องยา พื้นที่บริการผู้ป่วยนอก ชั้นที่ 2 ห้องพักผู้ป่วยใน ห้องพิเศษเดี่ยว ชั้นที่ 3 พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมฟื้นฟูผู้สูงอายุและห้องประชุม โดยพระเทพประสิทธิมนต์ และคณะศิษยานุศิษย์ พร้อมประชาชนทั่วไปอุปถัมภ์การก่อสร้าง เป็นมูลค่า 23,000,000 บาท โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่ประการใด