สภาเด็กฯ เรียกร้องพม.ตื่นตัวปัญหาค้าประเวณีเด็ก หยุดค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อ จัดเด็กให้นาย วอนสร้างกลไกปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชน

0
987

เมื่อวันที่ 11พ.ค. 2560 เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นายปุณพัทธ์ อรุณิชย์ตระกูล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นำกลุ่มสภาเด็กฯ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายกลุ่มองค์กร คนทำงานด้านเด็กและสตรี กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)  ผ่านทางนายไมตรี   อินทุสุต ปลัดกระทรวง พม. เพื่อเรียกร้องให้ พม. ตื่นตัวต่อปัญหาการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีเด็ก รวมถึงวางแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว และสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการเลี้ยงดูปูเสื่อที่ใช้เด็ก และผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ

นายปุณพัทธ์ กล่าวว่า จากปรากฎการณ์ขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กผู้หญิงค้าประเวณี ที่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีข้าราชการตำรวจในพื้นที่ พัวพันกับการเป็นธุระจัดหา และอาจเข้าข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีการพาดพิงถึงข้าราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด  แม้ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้มีการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการล่อลวง บังคับ และเป็นธุระจัดหาในการค้าประเวณีแล้วบางส่วน และทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งย้ายข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่แล้วนั้น แต่ยังไม่มีการดำเนินการทางอาญากับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อประเวณี

(ขอบคุณภาพจาก CNN)

“สภาเด็กฯ และองค์กรคนทำงานด้านเด็กและสตรีขอยืนยันว่า พม. ต้องมีกลไกเพื่อนำมาสู่แนวทางแก้ไข มีบทลงโทษที่จริงจัง เนื่องจากเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน กระบวนการเหล่านี้จะอาศัยความเป็นผู้เยาว์ของเด็กและเยาวชนมาแสวงหาประโยชน์ ล่วงละเมิด และกระทำความรุนแรงทั้งผิดกฎหมาย และหลักจริยธรรม และเมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการจับกุม สอบสวน และเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญต้องมีกระบวนการคุ้มครองและเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัวซึ่งเป็นผู้เสียหายเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สภาเด็กฯจะเฝ้าระวังและช่วยเป็นหูเป็นตาในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน พม.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงควรแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการหยุดวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อที่หล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์ อันเป็นต้นเหตุของปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น” นายปุณพัทธ์ กล่าว

​           ทั้งนี้สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และกลุ่มองค์กรคนทำงานด้านการคุ้มครองเด็กและสตรี มีข้อเสนอเพื่อให้ พม.นำไปพิจารณา ดังนี้ 1. จัดให้มีการประชุมตามอำนาจหน้าที่ในกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อหามาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพ และใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาโดยด่วนที่สุด รวมถึงให้มีแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาเด็กและเยาวชนผู้ถูกกระทำ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนตามหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติเป็นสำคัญ

2.กำกับหน่วยงานเลขานุการฯ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 และมีอำนาจกำกับดูแลกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้มีการประชุมกันเพื่อให้มีแนวนโยบายในการช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนให้มิต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ และ3. สนับสนุนให้สภาเด็กและเยาวชนทุกระดับทุกพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการการพัฒนาและป้องกันเด็กเยาวชนมิให้เข้าสู่วงจรการค้ามนุษย์ การค้าประเวณีเด็ก