สถ. กำชับ อปท.ทั่วประเทศ ต้องเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ทันท่วงที

0
568

วันนี้ (7 มีนาคม 2562) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มีบัญชาให้ทุกองคาพยพของกระทรวงมหาดไทย เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2562 โดยในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เร่งดำเนินการโดยแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงถึงขั้นตอนการปฏิบัติโดยละเอียด ตั้งแต่การเตรียมการก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัยและหลังเกิดภัย ทั้งยังกำชับให้ อปท. รายงานผลการดำเนินงานลงในระบบศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลสาธารณภัยด้านน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงรายงานให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทราบ จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อให้ อปท.ทั่วประเทศ สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที โดยเฉพาะการเตรียมการทั้งน้ำอุปโภคและบริโภค รวมถึงภาคการเกษตรด้วย

อธิบดี สถ. กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งไปยัง อปท. ทั่วประเทศ ให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการประสานการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยย้ำถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2562 ว่า อปท. ทุกแห่งจะต้องดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ตามข้อสั่งการของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยแล้งให้ทันท่วงที ทั้งด้านการเตรียมการก่อนเกิดภัย การดำเนินการขณะเกิดภัย การดำเนินการหลังเกิดภัย และการรายงานผลการดำเนินงาน สำหรับการเตรียมการก่อนเกิดภัยนั้น อปท.จะต้องสำรวจและจัดทำบัญชีข้อมูลทั่วไป ข้อมูลสภาพพื้นที่เสี่ยงภัย ข้อมูลแหล่งภาชนะเก็บกักน้ำและข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำ เช่น รถยนต์บรรทุกน้ำ รถยนต์ดับเพลิง เครื่องมือดับเพลิง เครื่องสูบน้ำ ทั้งของ อปท. ส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่ ไปจนถึงติดตามสภาพอากาศ น้ำฝน ระดับน้ำในแม่น้ำ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือระดับน้ำทะเลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีแนวโน้มว่าจะประสบภัยแล้ง ให้จัดตั้งศูนย์เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเพื่อเตรียมความพร้อม ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ในส่วนของการดำเนินการขณะเกิดภัย ก็ให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานร่วมกับ อปท. ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตนเอง และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ให้ อปท.นำเงินสำรองจ่ายใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นลำดับแรก หากไม่เพียงพอก็อาจจะโอนเงินงบประมาณเหลือจ่าย หรือเงินงบประมาณในแผนงาน/โครงการอื่นที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายหรือมีความจำเป็นน้อยกว่าไปตั้งจ่ายเพิ่มเติมได้ และหากเงินงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังไม่เพียงพออีก ทางผู้บริหารท้องถิ่นก็สามารถอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ด้วย และ อปท. ต้องจัดหาน้ำสะอาด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการอุปโภคบริโภค ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ หรือครุภัณฑ์ สำหรับผลิตน้ำสะอาด เพื่อบริการประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า และหากหน่วยงานราชการ องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคประชาชน ที่นำน้ำสะอาดหรือเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายแก่ประชาชน และขอให้ อปท. อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่างๆ ในการดำเนินงานด้วย

“สำหรับการดำเนินการหลังเกิดภัยนั้น ให้ อปท. เร่งสำรวจความเสียหายจากภัยแล้ง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในด้านต่างๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ/จังหวัด ตามลำดับ โดยต้องกำหนดพื้นที่การช่วยเหลือตามจำเป็นเร่งด่วนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค และให้มีการเฝ้าระวังเรื่องสุขลักษณะและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการป้องกันโรคระบาดและโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นได้ ไปจนถึงการเร่งฟื้นฟู และส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัย โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการประกอบอาชีพ และเป็นการป้องกันการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่ และที่สำคัญการดำเนินการทั้งหมดนี้ ต้องไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่างๆ ให้ความช่วยเหลือด้วย” อธิบดี สถ. กล่าว

………………………………………………………………………………………………………………