ศิษย์เก่ามมร.ประสานเสียงขอคืนรูปเคารพ “อาจารย์สุชีพ” ต้องย้ายกลับในที่เหมาะสมเพื่อบัณฑิต-นิสิตใหม่ได้สักการะในงานรับปริญญา

0
1694

 

จากกรณีมีการเคลื่อนย้ายรูปเหมือนอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ “บิดาแห่งมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย” จากบริเวณด้านข้างทางขึ้นหน้าอาคารหอประชุมสุชีพปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย(มมร.) ต.ศาลายา จ.นครปฐม จนเกิดกระแสวิพากษ์อย่างหนักถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้จะมีการชี้แจงจากพระครูปลัดกวีวัฒน์ ประธานพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน มมร. ที่ผ่านมาว่า จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกไปเพื่อถวายความปลอดภัยแด่สมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสที่จะเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมมร. โดยนำไปเก็บไว้ในหอเกียรติยศแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พ.ย. อาจารย์ถนอม บุตรเรือง อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เขียนข้อความถึงคณะศิษย์เก่ามมร. ว่า นมัสการ/เรียน ศิษย์เก่า มมร.ทุกท่าน ขอเรียนว่าการก่อสร้างและการประดิษฐานรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพนั้น สมาคมศิษย์เก่า มมร.ได้ทำเรื่องเสนอให้ผู้บริหารทราบโดยตลอด และเมื่อสร้างเสร็จสมาคมฯได้เสนอที่จะประดิษฐานไว้ที่สนามหญ้าหน้าอาคารหอประชุมสุชีพ ปุญญานุภาพ พร้อมจัดทำรูปแบบและองค์ประกอบให้สมเกียรติสมกับเป็นอาจริยาอนุสาวรีย์ เป็นที่สักการบูชาของศิษยานุศิษย์ทั้งมวล ซึ่งได้รับคำตอบจากมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยกำลังสร้างเจดีย์อยู่ ซึ่งในเจดีย์นั้นจะเป็น “หอเกียรติยศ” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระบุรพการี/พระบูรพาจารย์/บุรพการี/บูรพาจารย์ทั้งหลายทั้งปวงรวมไว้ในที่เดียวกัน และรูปเหมือนของอาจารย์สุชีพฯ ก็จะประดิษฐานในที่นั้นด้วย ซึ่งสมาคมฯก็ยอมรับและได้ขออนุญาตประดิษฐานไว้เป็นการชั่วคราว ณ ที่บริเวณใกล้ทางขึ้นอาคารหอประชุมดังที่ประจักษ์โดยทั่วไป ซึ่งเรื่องสถานที่ประดิษฐานนั้นไม่ใช่ประเด็นปัญหาในเรื่องนี้

ปัญหาที่ศิษย์เก่าสงสัย คือ ทำไมมหาวิทยาลัยฯ จึงย้ายรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพไปทั้งที่การสร้างพระเจดีย์และหอเกียรติยศยังไม่เสร็จเรียบร้อย และนำไปเก็บซุกไว้ในห้องชั้นล่างของหอสมุด และการย้ายก็มิได้จัดทำพิธีอย่างสมเกียรติของบุรพาจารย์แต่อย่างใด  ที่อ้างว่าเป็นการถวายความปลอดภัยแก่องค์สมเด็จพระสังฆราชนั้น ก็ฟังไม่ขึ้นเพราะอาจารย์สุชีพฯ เป็นอาจารย์ของพระองค์ และพระองค์ทรงยกย่องและนับถืออย่างยิ่งยวด และในการประดิษฐาน ณ ที่ประดิษฐานชั่วคราวดังกล่าว สมาคมฯได้กราบทูลนิมนต์พระองค์ท่านเสด็จในพิธีดังกล่าว แต่เนื่องจากพระองค์ทรงติดพระกรณียกิจอื่นจึงทรงมอบหมายพระพรหมเมธี ซึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยฯ ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทน จึงไม่เป็นการสมเหตุสมผลที่จะอ้างเช่นนั้น และยิ่งเป็นเรื่องเหลวไหลและตลกฝืดที่อ้างว่า เป็นเรื่องการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ เพราะสมาคมได้เลือกตั้งนายกคนใหม่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และนายกคนปัจจุบันคือ รศ.ดร.ผจญ คำชูสังข์ และได้ปฏิบัติหน้าที่มาหลายเดือนแล้ว

จึงเรียนมาเพื่อทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ปัญหาคือ ทำไมต้องย้าย และย้ายอย่างไม่สมเกียรติ แทนที่จะให้รูปของท่านอยู่ ณ ที่เดิมเพื่อให้บัณฑิตได้ตระหนักถึงคุณูปการของท่านและกตัญญูรู้คุณท่านในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่กลับทำตรงข้าม

ด้าน ผศ.ดร.จำนง คันธิก หัวหน้าภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มมร. กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าการเคลื่อนย้ายสิ่งที่คณะศิษย์เคารพนับถือกระทำด้วยวิธีใด ทำอย่างเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากการประดิษฐานได้ทำพิธีอย่างเป็นทางการ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้บานปลาย อยากให้นำมาประดิษฐานไว้ที่เดิมเพื่อบัณฑิตใหม่จะได้สักการะและรำลึกถึงอาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยฯ

ขณะที่ นางสาวศศินภา นิติธรรมปพน อดีตผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมศิษย์เก่า มมร. กล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากคณะศิษย์เก่า มมร.บางท่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ขณะนี้ตนกำลังทำเรื่องนมัสการกราบขอความเมตตาถึงอธิการบดี มมร. เพื่อสั่งการให้นำรูปเหมือนอาจารย์สุชีพ กลับมาตั้งไว้ในที่อันเหมาะสมภายในอาคารหอประชุมสุชีพปุญญานุภาพ เพื่อให้บัณฑิตใหม่และนิสิตรุ่นน้องๆ ได้สักการะและถ่ายภาพกับอาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยในงานพิธีประสาทปริญญาบัตรที่ใกล้จะถึงนี้ การจะอ้างว่าเพื่อถวายความปลอดภัยสมเด็จพระสังฆราชนั้น ฟังไม่ขึ้น เมื่อเห็นว่าสถานที่ตรงนั้นไม่เหมาะสมต่อการถวายความปลอดภัย ก็สามารถย้ายไปส่วนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ขนเอาไปซุกในห้องเก็บของเช่นนี้