“ศิลปะ ศิลเปรอะ” พระเถระชี้ ปราชญ์โบราณท่านสร้างองค์แทนพระศาสดา รูปลักษณ์ตามตำรามหาบุรุษลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะอีก ๘๐ ให้กราบไหว้บูชา

0
534

ประเด็นถกเถียงในสังคมกรณีผลงานภาพวาด “พระอุลตร้าแมน” ที่จัดแสดงโชว์ในงานนิทรรศการ ภายใต้ชื่องาน “เต๊อะเติ๋น” ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.นครราชสีมา แม้ว่านักศึกษาเจ้าของผลงานพร้อมทั้งอาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ จะเข้ากราบขอขมาต่อเจ้าคณะจังหวัดในฐานะผู้แทนหมู่สงฆ์ และหลวงพ่อโต องค์พระประธานในพระอุโบสถ และทุกฝ่ายต่างก็อโหสิกรรมต่อกันไปแล้ว แทนที่ประเด็นนี้จะจบลงด้วยดีแต่ก็ยังมีผู้เห็นต่างออกมาชักนำให้สังคมไขว้เขวต่อไปอีกอย่างไม่รู้จักจบ

พระพุทธรูปหินแกะสลักภายในถ้ำอชันต้า รัฐมหาราษฏระ อินเดีย อายุเก่าแก่กว่า 2,300 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งฝ่ายผู้เห็นต่างและฝ่ายที่เห็นด้วยต่อความสำนึกผิดของผู้ผลิตผลงาน อาทิ ในเพจเฟซบุ๊ก “ผู้ชื่นชอบ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ได้โพสต์คลิปวีดิโอความยาวกว่า 7 นาที เป็นการแสดงความคิดเห็นของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ทำนองว่าเห็นคนออกมาด่าว่าเด็กแล้วรู้สึกเศร้าใจ บ้านเมืองพบปัญหาและแย่ลงมาโดยตลอดทั้งๆ ที่เด็กมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการร่วม แต่กลับถูกด่าจนหวาดกลัวไม่กล้าทำสิ่งใดอีก บ้านเมืองเราแย่ลงเพราะเอาแต่ลอกเลียนแบบทุกสิ่งทุกอย่าง คนของเราคิดไม่เป็น ไม่กล้าคิด เมื่อไม่แตกต่างก็ไม่เจริญ ทั้งๆ ที่การคิดใหม่สร้างใหม่คือสิ่งที่สุดยอด นักศึกษาเขาเขียนตามความคิดว่าอุลตร้าแมนเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้เขา มีความเป็นฮีโร่ มีคุณงามความดี แล้วสื่อไปถึงคนรุ่นใหม่เหมือนเขา โดยที่ไม่ได้เอาเศียรไปใส่กับตัวละครในหนังที่ชั่วร้าย แต่นำไปใส่กับตัวละครที่ดีที่สุด มีคุณธรรมศีลธรรม คอยปกปักษ์รักษาโลก ดังนั้นการมองไปว่าเป็นการลบหลู่ศาสนา จึงเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก ถึงขั้นให้เด็กไปกราบไหว้ขอโทษ ก็ทำให้เด็กสั่นไหว เด็กทั่วประเทศเห็นก็ไม่กล้าทำอีก เพราะกลัวผู้ใหญ่ด่า แล้วก็หันกลับไปลอกเลียนแบบ

“ถามว่าเด็กที่วาดรูปพระพุทธเจ้าให้เหมือนมีกี่คนในประเทศนี้ คำตอบคือมีจำนวนมากแต่คนที่กล้าทำให้เกิดความแตกต่างมีกี่คน คำตอบคือน้อย เด็กกล้าและไม่ผิดด้วยเนื่องจากเป็นอุลตร้าแมนที่เป็นตัวละครดีที่สุดตามสติปัญญาของเด็ก” อ.เฉลิมชัย กล่าว

ขณะที่ อ.สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไหนสอนว่า “ไม่ให้ยึดติด” เพียงแค่นี้รับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปไหนในสากลโลกนี้แล้ว อยู่แต่ในวัดต่อไป แล้วคอยรองรับ “ราคาแห่งความตาย” ที่ร่วงหล่นลงมา เพราะแต่ละวัดราคา “กำจัดศพ” ไม่เท่ากัน เฉกเช่นเดียวกับ “ราคาแห่งชีวิต” ในโรงพยาบาลที่ก็มีราคาในการรักษาชีวิตแตกต่างกันไปตามฐานะ

ด้านความคิดเห็นต่อกรณีโพสต์ดังกล่าว Pre YimYai เขียนคอมเม้นต์ว่า “อย่างอื่นมีตั้งเยอะ ไม่วาด ดันเอาของที่คนกราบไหว้บูชาสูงสุดมาวาด ถามจริง น้องคิดอะไรอยู่ ? น้องกล้าวาดศาสดาในศาสนาอื่นแบบนี้ไหม?”  @chat azay เขียนคอมเม้นต์ว่า “ศิลปะมันต้องมีขอบเขตนะ ล้ำเส้นเรื่องของสิ่งที่ผู้คนบูชามากมายเช่นนี้ไม่สมควรครับ ความคิด อ.เฉลิมชัย ไม่ถูกต้องเสมอไปครับ มุมมองคนศิลปะ กับมุมมองของคนที่มีศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าอย่างแรงกล้าต่อเรื่องนี้ไม่เหมือนกันครับ คนสร้างวัดที่ได้รับการยกย่องทางศิลปะว่างดงามระดับโลก แต่ปัญญาทางธรรมอาจมีค่าแค่วัดร้างเก่าๆ แห่งหนึ่งเท่านั้นเองก็ได้ครับ”  กับอีกเพจหนึ่งของ Wat Kanlaya เขียนโพสต์ว่า “สิ่งเคารพ กับ ศิลปะมันคนละทาง บางอย่างเอามาล้อเล่นไม่ได้ ตรงนี้ต้องชัดเจน มิเช่นนั้นในอนาคตจะไม่เหลืออะไรเพราะขาดพุทธคารวตา และสิกขาคารวตา”

จากกรณีดังกล่าว พระเถระรูปหนึ่งแห่งสายปฏิบัติ ได้ออกมาชี้ทางธรรมต่อสังคมที่กำลังมีความเห็นต่างว่า สิ่งที่แยกไม่ออกระหว่าง ศิลปะ กับ ศิลเปรอะ ก็จะมองเห็นศิลเปรอะ กลายเป็นศิลปะไป ที่จริงเรื่องมันก็จบลงด้วยดีแล้ว เด็กก็สำนึกผิดไปขอขมาต่อหน้าพระพุทธรูป และพระสงฆ์แล้ว ภาพวาดก็ถูกปลดออกแล้ว ก็ถือว่า การแก้ปัญหาได้กระทำไปอย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว แต่ที่ยังไม่จบก็เพราะมีผู้ใหญ่บางคนออกมาพูดว่า นั่นคืองานศิลปะ นั่นเป็นความคิดสร้างสรรค์ ชื่นชมเด็กว่า มีความกล้าที่จะคิดต่าง ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดแปลกใหม่ ไม่ควรไปตำหนิเด็ก ๆ

เราว่า ผู้ใหญ่บางคนมันก็เลอะเทอะนะ อย่าไปดูแค่ว่า เป็นคนมีชื่อเสียง พูดอะไรก็ถูกต้องไปหมด ควรต้องแยกแยะให้ออกระหว่างการตำหนิ กับการชี้แจงเหตุผลตามความเป็นจริงที่ถูกต้องดีงาม อะไรผิดก็ต้องบอกว่าผิด อะไรถูกก็ต้องบอกว่าถูก นั่นคือ สิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตขึ้นมาด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกต้องดีงาม มีเหตุผลเป็นที่ยอมรับ

ไม่ใช่มีความคิดสร้างสรรค์ในทางต่ำทรามที่ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งสับสน ความคิดสร้างสรรค์นั้น ต้องเป็นการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ และเป็นไปเพื่อความดีงามเป็นที่ยอมรับ ที่สำคัญคือ ต้องไม่ไปกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกดี ๆ ของส่วนรวม ทุกวันนี้ เอะอะอะไรก็อ้างว่า เป็นศิลปะ แม้กระทั้งการแต่งตัวโป๊เปลือยจนแทบจะแก้ผ้า ก็ว่าเป็นศิลปะ ทำไมศิลปะมันจะต่ำทรามลงไปทุกวัน หรือว่า ใจคนมันต่ำทรามกันแน่

เราจะพูดให้เด็ก ๆ ฟัง รวมทั้งผู้ใหญ่หัวหงอกบางคนด้วย พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทั้ง ๓ นี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ชาวพุทธเคารพเทิดทูนอย่างสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระมหาบุรุษสุดประเสริฐ ไม่อยู่ในวิสัยที่ใคร ๆ จะนำไปล้อเล่น หรือกระทำการใด ๆ ให้พาดพิงถึงพระองค์ในทางที่ไม่สมควร ถ้าใครขืนทำจะเป็นกรรมหนัก เป็นเหตุให้จิตเกิดมิจฉาทิฏฐิ จะหาความเจริญในธรรมต่อไปมิได้เลย

“พุทธศิลป์” หินแกะสลักหน้าถ้ำอชันต้า รัฐมหาราษฏระ บ่งบอกมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ 

พระธรรมวินัยซึ่งเป็นองค์แทนพระศาสดาก็เป็นความจริงอันหนึ่ง แต่พระธรรมวินัยเป็นนามธรรมไม่อาจมองเห็นได้ จำต้องมีสักขีพยานทางภายนอกเป็นเครื่องเชื่อมโยงถึงกัน นักปราชญ์โบราณท่านจึงสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้เป็นองค์แทนพระบรมศาสดาในทางรูปธรรม โดยถือเอารูปลักษณ์ตามแบบที่ท่านแสดงไว้ในตำรามหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ กับอนุพยัญชนะอีก ๘๐ เพื่อให้พวกเราชาวพุทธไว้กราบไหว้บูชาพระคุณอันประเสริฐของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อเป็นสามีจิกรรม ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยกาย มีการกราบเป็นต้น ทำประหนึ่งว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เคียงคู่กับพระธรรมวินัยที่เป็นองค์แทนพระศาสดาทางด้านนามธรรม ซึ่งอยู่ภายในใจของผู้ปฏิบัติแต่ละรายที่จะสามารถปฏิบัติได้ไม่เท่ากัน

พระพุทธรูปย่อมมีบุคลิกลักษณะอันเป็นการเฉพาะของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะนำไปดัดแปลงให้เป็นอย่างอื่นเอาตามใจชอบ  แล้วบอกว่า นั่นคือความคิดสร้างสรรค์ ถ้าชาวพุทธปล่อยให้ใครก็ตามสามารถทำอย่างนั้นได้ พวกเราคงไม่เหลืออะไรไว้ให้กราบไหว้บูชากันแล้ว นานไปพระพุทธรูปคงจะถูกดัดแปลงไปเป็นอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย ของเก่าดั้งเดิมจะค่อย ๆ ถูกลบเลือนหายไปจนไม่เหลือซาก ถ้าเรายอมรับว่า นี่คือ ความคิดสร้างสรรค์ เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่หัวหงอกบางคนออกมาพูดพล่อย ๆ

การวาดภาพเอาเศียรพระพุทธรูปไปใส่ในร่างของอุลตร้าแมน แล้วบอกว่า เป็นศิลปะ เป็นความคิดสร้างสรรค์ ต้องถือว่าเป็นตรรกะวิบัติอย่างร้ายแรง ทำไมไม่คิดสร้างสรรค์เรื่องอื่น ๆ มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาคิดสร้างสรรค์ดัดแปลงพระพุทธรูปให้ผิดเพี้ยนไปจากของเดิม แค่ฝรั่งตัดเอาเศียรพระพุทธรูปไปตั้งโชว์ตามหัวบันได ตามเคาน์เตอร์ในโรงแรมหรู ๆ ทำเป็นเครื่องประดับในที่ต่าง ๆ พวกเราชาวพุทธไปเห็นเข้าก็ยังรู้สึกสะเทือนใจมากแล้ว

นี่! ถ้าหากฝรั่งมันรู้ว่า มีคนไทยบางคนคิดว่า การวาดภาพเอาเศียรพระพุทธรูปไปใส่บนร่างอุลตร้าแมน ถือเป็นศิลปะ เป็นความคิดสร้างสรรค์  หากมันคิดสร้างสรรค์ต่อยอดยิ่งขึ้นไปอีก เอาเศียรพระพุทธรูปไปใส่ในหุ่นยนต์อุลตร้าแมนบ้าง ไอรอนแมนบ้าง สไปเดอร์แมนบ้าง ซุปเปอร์แมนบ้าง หรือฮีโร่อื่น ๆ อีกเยอะแยะ แล้วไปตั้งโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ เราจะยกย่องว่า ฝรั่งมันมีความคิดสร้างสรรค์ได้ลงคอแลหรือ? เราจะยอมรับได้ละหรือ?

 

พระพุทธรูปหินแกะสลักในโถงอุโบสถ ุถ้ำอชันต้า รัฐมหาราษฏระ อายุเก่าแก่กว่า 2,300 ปี

เรื่องของศาสนาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่ต้องตระหนักไว้ให้ดี อย่าไปก้าวล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับสิ่งอันเป็นที่เคารพนับถือของแต่ละศาสนา อย่าไปเอามาล้อเล่น อย่าไปดูหมิ่นดูแคลน หรือเอาไปกระทำการใด ๆ ในลักษณะที่ไม่สมควร สิ่งใดที่อาจทำลายความรู้สึกที่ดีของส่วนรวม พึงต้องระมัดระวังให้มากเข้าไว้ จงคิดสร้างสรรค์ในทางที่ดีงามมีเหตุผลอันชอบธรรมอันเป็นที่ยอมรับ ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี

ศิลปะเป็นความงดงามที่จรรโลงโลกให้สดใสมีชีวิตชีวา อย่าเอาคำว่า ศิลปะ ไปใช้ในทางต่ำทรามอันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันของคนในสังคม อะไรที่ทำแล้วมันจะก่อให้เกิดผลเสียหาย ก็ควรจะหลีกเลี่ยงละเว้น ไม่ใช่ไปส่งเสริมมัน

เด็ก ๆ เขาทำไปเพราะเขายังเด็ก อาจเป็นด้วยเพราะยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขาไม่เจตนาที่จะทำให้เสื่อมเสีย เขาสำนึกผิด เขายอมรับผิด เขาขอขมา ก็ถือว่าเป็นการดีการชอบแล้ว สังคมควรให้อภัย แต่การที่ผู้ใหญ่หัวหงอกบางคนออกมาบอกว่า สิ่งทีเด็ก ๆ ทำเป็นความดีงาม เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ควรให้การสนับสนุน นี่สิ!… มันน่า…. ??