วันสุดท้าย OTOP ศิลปาชีพ “อธิบดี พช.” เชิญชวนประชาชนร่วมช้อป พบกับสินค้าคุณภาพแต่ราคาย่อมเยา

0
225

พร้อมลุ้นโชครางวัลใหญ่ปิดท้าย ปลื้มยอดขาย 8 วันทะลุ 400 ล้านมากกว่าเป้าหมาย หนุนสร้างงานสร้างรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากพ้นภัยโควิด-19

วันที่ 16 ส.ค. 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวเชิญชวนประชาชนมาเยี่ยมชมงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งวันนี้ 16 สิงหาคมเป็นวันสุดท้ายแล้ว มาช่วยกันอุดหนุนสินค้าฝีมือดีของคนไทยด้วยกันเอง นอกจากเป็นการให้กำลังใจพี่น้องคนไทยด้วยกันแล้ว ยังเป็นการช่วยกันกินอาหารไทย ใช้ของไทย สวมใส่ผ้าไทย ซึ่งเงินทุกบาทจะหมุนเวียนลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง เป็นการกระจายรายได้สู่พี่น้องคนไทยทั่วประเทศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามการจัดงานตลอด 8 วันที่ผ่านมา ประชาชนได้เดินทางมาเที่ยวชมงานอย่างคึกคัก ผู้เข้าชมงานกว่า 135,199 คน สร้างยอดขายรวมกว่า 402,706,706 บาท มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 300 ล้านบาท โดยมาจากสินค้า OTOP ทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของตกแต่งของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร

สำหรับใครที่ชื่นชอบสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน สนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ได้รณรงค์เชิญชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันนั้น ซึ่งปัจจุบันการสวมใส่ผ้าไทยสมัยนี้ไม่ได้เชยอย่างที่คิด เพราะมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่ายมาก ราคาจับต้องได้ ทำให้หาใส่ง่าย จะใส่ทำงานหรือใส่เที่ยว ใส่งานไหนก็เก๋ไปหมดทุกแบบ โดยภายในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี” ก็มีสินค้ามาให้เลือกช้อปหลากหลาย อาทิ ชุดผ้าขาวม้าดารานาคี จ.บึงกาฬ, ชุดเซทผ้าฝ้าย จ.เชียงใหม่, ผ้าทอออแกนิก จากแบรนด์ น้ำมอญดีไซน์ จ.ลำปาง หรือจะเป็นชุดผ้าไหม จากแบรนด์ Pawana Design เป็นต้น นอกจากชุดสำเร็จที่มีให้เลือกมากมายยังมีผ้าสำหรับให้เลือกซื้อไปตัดเย็บตามใจชอบการันตีด้วยรางวัลผ้าชนะการประกวดจังหวัด รวมถึงผ้าอัตลักษณ์อย่างเช่น ผ้าชนเผ่าของ จ.แม่ฮ่องสอน เรียกได้ว่าใส่เดินแบบได้เลยทีเดียว ซึ่งในวันสุดท้ายนี้ บรรดาผู้ประกอบการโอทอปพร้อมใจจัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษแบบชนิดไม่ต้องการขนสินค้ากลับ

ส่วนกิจกรรมที่เวทีกลางในวันสุดท้ายนี้ ได้จัดให้มีการจัดแสดงของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีตลอดวัน 6 ชุดการแสดงที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. คือ “รำกลองตุ้ม” (เซิ้งบั้งไฟ) แสดงถึงวัฒนธรรมภูมิปัญญาของชาวอีสาน ผสมผสานระหว่าง ลาว-ภูไท  ของชุมชนห้วยสะแบก ต.แข้ด่อน อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร , การแสดง “รำวงพิจิตร เมืองเล็กแต่น่ารัก” แสดงถึงของดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดพิจิตร ของชุมชน บ.โพธิ์ประทับช้าง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร , การแสดงชุด “สาวบางสเหร่” สื่อถึงวัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิม โดยมีพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันเริ่มเลือนหายไป จึงควรสืบทอดแก่เยาวชนรุ่นหลัง ของชุมชนบางสเหร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี , การแสดง “ออนซอนอีสาน” แสดงถึงวิถีการดำรงชีวิตของชาวอีสาน ของชุมขนบ้านหว้าน (ชุมชนวัดพระธาตุสพรรณหงส์) ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ , การแสดงชุด “ทำบท เพลงบอก” การเล่นพื้นบ้านชาวปักษ์ใต้ ของชุมชนป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี และการแสดงชุด “สามัคคี ปอยแด่นซี” สื่อถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ชาวเขา ชนเผ่า”ปะโอ” ของชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับของการเฉลิมฉลองในวันรำลึกบรรพชนของชาวปะโอ ซึ่งจะมีการจัดงานในทุกวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี

นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังได้มีโอกาสดีได้ชมผ้าที่ชนะการประกวดจากทั่วประเทศที่เป็นไฮไลท์ของงาน และที่มีความพิเศษคือการได้พบกับพบแม่ครู 4 ทหารเสือศิลปาชีพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ร่วมต่ออายุผ้าไทยพิชิตความยากจนด้วยการเป็นครูสอนทอผ้าไทยรุ่นแรก ทำให้ภูมิปัญญาการทอผ้ายังคงอยู่ยืนยาว เป็นการสืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพ และช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้เมืองไทยของเราเดินหน้าต่อไป นอกจากนั้นภายในงานได้จัดการแสดงชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จากทั่วเมืองไทยที่ขนกันมาแบบจัดเต็มทั้ง 76 จังหวัดให้เที่ยวครบจบในงานเดียว ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิสายใจไทย ผลิตภัณฑ์บริษัทประชารัฐรักษามัคคีฯ และผลิตภัณฑ์จากสมาคมคนพิการฯ ซึ่งผู้ประกอบการโอทอปพร้อมใจกันคัดสรรสินค้ามาอย่างดีและเตรียมลดแลกแจกแถมในวันสุดท้ายนี้ด้วย

“ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาช่วยกันอุดหนุนสินค้าชุมชน มาให้กำลังใจพี่น้องคนไทย เป็นการช่วยกันสนับสนุนสินค้าของไทย สวมใส่ผ้าไทยและเที่ยวเมืองไทย เงินทองไม่หายไปไหน ซึ่งเงินทุกบาทจะหมุนเวียนลงสู่ชุมชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เงินทุกบาทที่ใช้จ่ายในงานนี้จะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนจากชุมชนต่างๆ นับแสนครัวเรือนให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว เป็นการร่วมกันสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง และชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวเชิญชวน

งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี 2563” วันที่ 16 สิงหาคมซึ่งเป็นวันสุดท้าย ขอเชิญทุกท่านมาชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ฝีมือสุดประณีตจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ทั่วไทยกันได้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี และพิเศษวันสุดท้าย ลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ขณะที่การจัดงานมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  อย่างเข้มงวดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ