วันพระ คือวันประชุมถือศีลฟังธรรม โดย…พระอาจารย์วิทยา กิจฺจวิชฺโช วัดป่าดอยแสงธรรม

0
1382

วันนี้ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ตรงกับวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันพระเล็ก ก่อนจะถึงวันพระใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เมื่อถึงวันพระ หรือที่ท่านเรียกว่า วันธรรมสวนะ คือวันประชุมถือศีลฟังธรรม ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธ ที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะแต่งกายด้วยชุดขาว เข้าวัดทำบุญตักบาตร ถือศีลฟังเทศน์ฟังธรรม และปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด โดยมากก็จะอธิษฐานถือศีลอุโบสถ ๑ วัน ๑ คืน

ส่วนคนหนุ่มคนสาว ก็น้อยคนนักที่จะปฏิบัติได้ ส่วนใหญ่ก็ติดขัดด้วยเรื่องหน้าที่การงานอาชีพ ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในชีวิตประจำวัน แต่หากจะไม่ขวนขวายในทางธรรมบ้างเลย ก็ดูจะเป็นการทอดธุระต่อผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ตนควรจะมีจะได้

ควรกำหนดวันพระไว้ภายในใจ เมื่อถึงวันพระ ก็พึงตื่นแต่เช้าไหว้พระสวดมนต์ภาวนา แล้วอธิษฐานจิตสมาทานศีล ๕ เป็นอย่างน้อย มากกว่านั้นก็เป็นศีลอุโบสถ หรือศีล ๘ จิตใจก็จะอิ่มเอิบปิติด้วยธรรม เมื่อออกจากบ้านไปทำงานทำการอะไร ใจก็แช่มชื่นเบิกบานเป็นมงคลไปตลอดทั้งวัน ตราบเท่าที่ยังตั้งมั่นอยู่ในศีล

และถ้าอยากพัฒนาจิตให้สูงส่งด้วยคุณธรรม ก็จงรักษาใจไว้ ไม่ให้ใจคิดชั่ว ๓ ประการนี้ คือ ๑. ไม่คิดโลภอยากได้ของคนอื่นในทางมิชอบ ๒. ไม่คิดอาฆาตพยาบาทปองร้ายผู้อื่น ๓. ไม่คิดเห็นผิดไปจากคลองธรรม อะไรที่ผิดธรรม เราจะยอมตาย ก็ไม่ยอมทำผิดธรรม นั่นแหละ ความดีแท้

จากนั้นรักษากาย ไม่ให้กายทำชั่ว ๓ ประการนี้ คือ ๑. ไม่ฆ่าสัตว์ หรือทำร้ายสัตว์อื่น ๒. ไม่ลักทรัพย์ของคนอื่น โดยที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม คือไม่ผิดลูกผิดเมียใคร

แล้วรักษาปาก ไม่ให้ปากพูดชั่ว ๔ ประการนี้ คือ ๑. ไม่พูดเท็จ โกหกหลอกลวง ๒. ไม่พูดส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน ๓. ไม่พูดคำหยาบ ด่าทอทิ่มแทงใจกัน ๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระ

ใครทำได้เช่นนี้ทุกวัน ได้ชื่อว่า กระทำในสิ่งที่เป็นมงคลอย่างสูงสุดยิ่ง ทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่น แม้ไม่อาจทำได้ทุกวัน ก็ทำให้ได้ในทุกวันพระก็ยังจัดว่าดี ถ้าทำไม่ได้เลยก็คงเป็นตรงกันข้าม คือหาความดีอันใดมิได้เลย

พอตกกลางค่ำกลางคืนหลังจากเสร็จภารกิจการงานแล้ว ก็ไหว้พระสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิบ้าง เดินจงกรมบ้าง มากน้อยก็ทำไป ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันพระ ทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ พากเพียรทำไป อย่างน้อยทำให้ได้คงที่ มากกว่านั้นก็ให้ก้าวหน้า แต่ทำความเพียรถอยหลัง ธรรมท่านไม่ได้สอน เพราะกิเลสมันสอนให้ทำจนชำนาญกันหมดทุกคนแล้ว

จงจำไว้เถิดว่า “ถ้าเราอยากได้ดี ก็ต้องทำดีเท่านั้น ไม่มีใครได้ดี เพราะเหตุแห่งการทำชั่วเลย เมื่อทำดีแล้ว แม้ไม่ปรารถนาให้ได้ผลที่ดี ก็จำต้องได้อยู่เอง เช่นเดียวกับการทำชั่ว เมื่อได้กระทำชั่วแล้ว ต่อให้อยากได้ผลดีอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะได้สมหวัง เพราะการทำความชั่วย่อมให้ผลที่ชั่วอย่างแน่นอน ไม่มีวันผันแปรไปเป็นอย่างอื่นได้เลย”