วันที่ 9 เวลา 10.49 น. ฤกษ์จารึกพระสุพรรณบัฎ “รมต.ออมสิน” จะถวายฎีกานิมนต์ “สมเด็จอัมพร” 10 ก.พ.นี้ เพื่อเข้าพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

0
4257

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วนั้น เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดราชบพิธฯ ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานครมาทำความสะอาดบริเวณโดยรอบวัด ขณะที่บริเวณตำหนักอรุณ ซึ่งเป็นกุฏิของสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าหน้าที่ของทางวัดได้ดำเนินการทำความสะอาดและทาสีใหม่ทั้งหมด ส่วนสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ไม่ได้อยู่ที่กุฏิ ซึ่งจากการสอบถามพระลูกวัดทราบมาว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้เข้าไปตรวจสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาลแต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อโรงพยาบาล

พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวว่า ทางวัดไม่ได้เตรียมการจัดพิธีอะไรมากมาย จะเน้นแบบเรียบง่าย ซึ่งช่วงนี้สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล และทางแพทย์อยากให้ท่านพักผ่อนมากๆ ด้วย

นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงขั้นตอนพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ว่า ในส่วนของพศ.รับการประสานงานจากรัฐบาลว่า ในวันที่ 10 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลพศ. จะเข้ากราบถวายสักการะถวายฎีกานิมนต์ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ สถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช จะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.พ. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระพรหมเมธี โฆษกและกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวถึงสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ว่า สมเด็จท่านชอบสนทนาธรรมกับพระสายวิปัสสนากรรมฐาน โดยในวัยหนุ่มท่านได้เดินทางไปสักการะและสนทนาธรรมกับพระเถระสายวัดป่ากรรมฐาน เช่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ดุลย์ หลวงปู่ขาว หลวงปู่เทศ โดยมีเรื่องเล่าว่า เวลาสมเด็จท่านเดินทางไปยังภาคอีสาน ท่านจะฉันในบาตรเพียงมื้อเดียว เหมือนสายพระป่า และชอบปฏิบัติกรรมฐาน โดยใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะ ที่สำคัญสมเด็จท่านไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเลย เวลาเดินทางทางพศ.ก็จะจัดรถยนต์ถวาย สมเด็จท่านถือว่าเป็นพระที่มีปฎิปทาเรียบง่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฎ กำหนดจัดขึ้นในเวลา 10.49 น วันที่ 9 ก.พ. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีผู้แทนพระองค์เป็นประธาน สำหรับพระสุพรรณบัฏนั้น เป็นแผ่นทองคำ แผ่เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 11 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร โดยพระสุพรรณบัฏนี้ จะจารึกพระนามสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯถวาย

ส่วนร่างกำหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ของวันที่ 12 ก.พ. นั้น กำหนดไว้เบื้องต้น ดังนี้ ในเวลา 16.30 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียนนมัสการบูชาพระรัตนตรัย สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้อาลักษณ์ อ่านกระแสพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเสร็จแล้ว สมเด็จพระราชาคณะนำสวดคาถาสังฆานุโมทนาแล้ว พระสงฆ์กรรมการมส.รับอนุโมทนาสาธุการ สมเด็จพระสังฆราชประทับที่อาสนสงฆ์ พร้อมด้วยกรรมการมส. ท่ามกลางสังฆมณฑล ซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวรรตแด่สมเด็จพระสังฆราช และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตำแหน่ง พัดยศ  และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ หลังจากถวายเครื่องสมณศักดิ์แล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ตามลำดับ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายดิเรกจบแล้ว สมเด็จพระสังฆราชเสด็จประทับ ณ อาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถระฝ่ายธรรมยุต ฝ่ายมหานิกาย ผู้แทนพระบรมวงศานุวงศ์ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะ จากนั้นสมเด็จพระสังฆราชเสด็จออกจากพระอุโบสถ ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตจีนและญวนเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ